นิทานแสงสว่างของโคมไฟ

20180807_lantern

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายคนหนึ่งผู้ซึ่งล้มเหลวในทุกๆ ด้านของชีวิต เดินทางมาหาพระเซนอาวุโสเพื่อขอคำชี้แนะ

พระเซนถามว่า

“โคมไฟดวงหนึ่งจะให้แสงสว่างที่สุดในเวลาใด”

“โคมไฟดวงเดียวกัน จะสว่างตอนไหนก็เหมือนกันมิใช่หรือขอรับ?” ชายผู้นั้นตอบ

พระเซนนำเขามายังห้องที่มืดมิดห้องหนึ่ง จากนั้นจุดโคมไฟให้สว่างขึ้น แสงสว่างจากโคมส่องให้ทั่วทั้งห้องสว่างขึ้นมาทันที

จากนั้น พระเซนถือโคมไฟเดินออกจากห้องมายังด้านนอกใต้แสงอาทิตย์ที่แผดจ้า

“โคมไฟดวงเดียวกัน อยู่ใต้แสงแดดเราเหมือนจะไม่รู้สึกเลยว่ามันมีแสงสว่าง”

พระเซนพูดต่อว่า “แต่ว่ายิ่งมืดเท่าไร แสงของโคมไฟยิ่งสามารถส่องแสงสว่างจ้าให้แก่ผู้คน ยิ่งมืดเท่าไรแสงสว่างของมันยิ่งมีคุณค่า

แสงที่ว่านี้คืออะไรเล่า มันคือแสงแห่งอุดมการณ์ แสงแห่งความศรัทธา แสงแห่
งความรักและความหวังต่อการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้น ยามที่อยู่ในสภาพที่มืดมน จงอย่าดับโคมไฟเป็นอันขาด”

—–

http://phern-kanlayanatam.com/2018/05/04/%E0%B9%91%E0%B9%96%E0%B9%99-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A1/

ชีวิตไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นเส้นวงกลม

20180815_lifeisacircle

จุดสุดท้ายจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้น

จุดสูงสุดจึงกลายเป็นจุดต่ำสุด

ตอนเราอยู่ม.6 เราเก๋าสุดในโรงเรียนแล้ว แต่พอเข้ามหาลัยเราก็กลายเป็นเฟรชชี่น้องใหม่

พอเราอยู่ปี 4 เราเก๋าสุดในมหาลัยแล้ว แต่พอเรียนจบ เราก็กลายเป็นเพียงน้องใหม่ในชีวิตคนทำงานเท่านั้น

ทำงานก้าวหน้าจนได้เป็น CEO เก๋าสุดในองค์กรแล้ว แต่เมื่อไปรู้จักกับ CEO ที่อื่นๆ เราก็เป็นเพียงน้องใหม่เท่านั้น

ทำงานจนเข้าสู่ชีวิตวัยเกษียณ แล้วเราก็กลายเป็นเพียงน้องใหม่สำหรับกลุ่มคนชรา

และเมื่อเราเดินทางไปจนถึงจุดสุดท้ายของชีวิต เมื่อผ่านจุดนั้นไป เราก็กลายเป็นน้องใหม่ในอีกโลกหนึ่งเช่นกัน

โอโช (Osho) บอกว่าบิ๊กแบงเป็นกำเนิดของจักรวาลก็จริง แต่ก่อนจะมีบิ๊กแบง ก็มีจักรวาลอยู่ก่อนแล้ว จักรวาลที่ขยายตัว-ย่อตัวเป็นวัฎจักรมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีจุดเริ่ม ไม่มีจุดจบ

เป็นการยากที่เราจะคิดถึงสรรพสิ่งที่ไม่มีจุดเริ่มต้นได้

แต่ถ้าลองคิดง่ายๆ แม้แต่การ “เริ่มต้น” ของตัวเราเอง จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เริ่มต้นจากการไม่มีอะไร เพราะมันมีอะไรมาก่อนต่างหากเราถึงเกิดขึ้นมาได้

ชีวิตจึงไม่ใช่เส้นตรง แต่เป็นเส้นวงกลม

เป็นเช่นนั้นเสมอมา และจะเป็นเช่นนั้นเสมอไปครับ


คอร์ส Time Management Workshop รุ่น 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนเต็มเรียบร้อยแล้วครับ ขอบคุณทุกๆ คนมากครับ จะเปิดอีกครั้งช่วงปลายปีครับ

คำถามที่เราควรถามตัวเองบ่อยๆ

20180811_really

คือ Really? This is the best you can do?

ขออภัยที่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ผมว่ามันกระชับและเป็นธรรมชาติกว่าแปลเป็นไทย

เวลาเราอยู่ในโหมดที่ไม่สร้างสรรค์ คำถามนี้จะกระตุกเราให้ออกจากโหมดนั้นได้

เช่นตอนนอนอืดมาทั้งวันไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

หรือตอนที่เรากำลังหงุดหงิดและหาวิธีแก้แค้นใครบางคน

หรือตอนที่เราทำงานแบบชุ่ยๆ ขอไปที

Really? This is the best you can do?

จะเอาแค่นี้จริงๆ เหรอ?

มนุษย์คือผู้มีจิตใจสูงและมีศักภยภาพที่จะทำสิ่งดีๆ ได้มากมาย

อย่าใช้โอกาสดีๆ อย่างนี้ให้เปล่าเปลืองเลยนะครับ

—–

รับสมัคร Time Management Workshop รุ่น 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 13 ที่)

อย่าบอกลูกน้องว่าต้องทำยังไง

20180811_donttell

บอกแค่ว่าจะเอาอะไรก็พอ

“Don’t tell people how to do things, tell them what to do and let them surprise you with their results.”
-Phil Knight, Founder of Nike

ความยากอย่างหนึ่งของการเป็นหัวหน้าคือการไว้ใจลูกน้องให้มากพอ

สัญญาณที่บอกว่าเรายังไม่ไว้ใจลูกน้องนัก คือเรายังต้องคอยบอกลูกน้องว่างานชิ้นนี้ต้องทำยังไง เพราะเราเคยลองผิดลองถูกมาก่อนแล้ว เรารู้วิธีที่จะทำให้เสร็จโดยรวดเร็วแล้ว เลยไม่อยากให้ลูกน้องต้องไปลองผิดลองถูกอีก

แต่กระบวนการนี้ก็มีข้อจำกัด

เพราะวิธีที่ดีที่สุดของเรา มันอาจจะแค่ “เคย” ดีที่สุดเท่านั้น เพราะโลกหมุนเร็วและเครื่องมือใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นทุกวัน

ถ้าเราสอนหมดว่าต้องทำยังไง ลูกน้องก็จะทำตามเราทุกขั้นตอนโดยไม่คิดอะไรเพิ่ม และเราก็เสียโอกาสไปอย่างน้อยสองเรื่อง คือโอกาสที่ลูกน้องจะได้เรียนรู้อะไรด้วยตนเอง และโอกาสที่จะค้นพบวิธีการทำงานชิ้นนี้ให้ดีกว่าเดิม

ดังนั้น แม้จะเป็นเรื่องที่อดใจยาก แต่หัวหน้าก็ต้องหัดเงียบๆ ไว้บ้าง

ถ้าเราคัดคนมาดีแล้ว ระยะสั้นอาจจะเสียเวลาหน่อยก็จริง แต่ระยะยาวเราจะสบายขึ้นแน่นอน


เปิดรับสมัคร Time Management Workshop รุ่นที่ 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 16 ที่)

ทำไมนางแบบแคทวอล์คไม่เคยยิ้ม?

20180813_catwalk

เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมนางแบบในงานแฟชั่นโชว์ถึงไม่ยิ้มเลย?

บางคนอาจจะคิดว่า ถ้านางแบบยิ้ม คนก็จะสนใจนางแบบมากกว่าชุดสิ

แต่ทำไมนางแบบในโปสเตอร์โฆษณาถึงยิ้มได้ล่ะ? คนจะไม่สนใจนางแบบมากกว่าของที่จะขายหรือ?

น่าสนใจใช่มั้ยครับ

คำตอบก็คือ เวลานางแบบออกมาใส่ชุดดีไซน์เนอร์เดินโชว์บนแคทวอล์คนั้น สินค้าที่เขาขายจริงๆ ไม่ใช่ชุด

สิ่งที่เขาขายจริงๆ คือสถานะทางสังคมต่างหาก

แฟชั่นที่เราเห็นบนแคทวอล์ค มีชื่อเรียกว่า Haute Coutoure อ่านว่า อ๊อท คูทัวร์ เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลตามตัวอักษรว่า high dressmaking – การทำเสื้อผ้าชั้นสูง หรือพูดภาษาชาวบ้านก็คือเสื้อผ้าดีไซเนอร์ไฮโซนั่นเอง

เมื่อมันเป็นเรื่องไฮโซ ลักษณะท่าทางของคนใส่ก็จะต้องไฮโซตามไปด้วย

ในทางจิตวิทยา เวลาเรายิ้มให้ใคร มันสามารถตีความได้ว่าเรากำลังทำให้เขาสบายใจอยู่ เรากำลังเอาใจเขาอยู่ เรากำลังบอกเขาว่าฉันเป็นมิตรนะ โปรดชอบและยอมรับฉันเถอะนะ

ในทางกลับกัน คนที่มีสถานะทางสังคมสูง ย่อมไม่สนใจจะเรียกร้องความชอบจากผู้ใด จึงไม่ต้องยิ้มเพื่อเอาใจใคร

ดังนั้น การที่นางแบบบนแคทวอล์คไม่ยิ้มให้คนดู ก็เพราะต้องการจะสื่อว่าฉันไม่สน ไม่แคร์สื่อ ฉันเจ๋งของฉันอย่างนี้อยู่แล้ว เธอจะชอบหรือไม่ชอบฉันมันก็ไม่ได้กระทบกับชีวิตฉันเลยซักนิด

การไม่ยิ้มให้คนดู ก็คือการบอกว่าสถานะฉันสูงส่งกว่าเธอนั่นเอง

ในทางกลับกัน คนดูที่มองเข้าไป ก็จะรู้สึกว่านางแบบคนนี้ดูเท่ ดูคูล ดูสถานะเขาสูงกว่าเรา วันหนึ่งฉันอยากใส่เสื้อผ้าแบบนั้น สถานะฉันจะได้สูงเหมือนเขาบ้าง

นางแบบบนแคทวอล์คเปรียบเสมือนแมวที่รู้ตัวว่ามันหน้าตาดี มันไม่เคยยิ้มให้กล้อง มันช่างดูหยิ่งดูยโส แต่กระนั้นมันก็มีเสน่ห์อย่างประหลาดจนมีคนมากมายที่ปวารณราตนเป็นทาสแมว

และนี่คือเหตุผลที่นางแบบแคทวอล์คไม่เคยยิ้ม แม้จะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด แต่ผมว่ามันเป็นเหตุผลที่น่าสนใจที่สุด

ใครเป็นนางแบบมืออาชีพ หากผ่านมาเห็นบทความนี้ก็เข้ามาอภิปรายกันได้นะครับ 😉

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Nate White’s answer to Why don’t some people ever smile in photos?  และ Will Wilster’s answer to Why don’t fashion models

เปิดรับสมัคร Time Management Workshop รุ่นที่ 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 14 ที่)

คำตอบทั้งหมดรอเราอยู่แล้ว

20180811_answerswaiting

เหลือแค่ต้องถามคำถามให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง

เพราะคำถามสำคัญกว่าคำตอบเสมอ

คำถามที่ดี จะนำไปสู่คำตอบที่ดี

คำถามที่ไม่ดี จะนำไปสู่คำตอบที่ไม่ดี หรือบางทีก็นำไปสู่สภาวะไร้คำตอบ

ตัวอย่างของคำถามที่ไม่น่าจะนำไปสู่คำตอบที่ดี
– ทำไมเขาถึงทำกับเราอย่างนี้?
– เมื่อไหร่ <ใส่ชื่อนักการเมืองที่เราไม่ชอบ> ถึงจะกรรมตามทันเสียที?
– ทำไมวันนี้ดวงซวยอย่างนี้เนี่ย?

สัญญาณของคำถามที่ไม่ดี คือมันมีความประชดประชัน ตัดพ้อต่อว่า หรือหวังลมๆ แล้งๆ กับสิ่งที่เราไม่สามารถทำอะไรได้

ส่วนคำถามที่ดี คือคำถามที่เจือด้วยพลังงานบวก ถามในสิ่งที่เราพอจะมีส่วนในการควบคุมผลลัพธ์ได้ เช่น

– จะทำยังไงไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก?
– จะใช้สถานการณ์ที่ไม่เป็นใจให้เป็นประโยชน์ได้ยังไงบ้าง
– วันนี้เราจะทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้าง?
– วันนี้เราจะทำอะไรเพื่อตัวเองได้บ้าง?

ถ้ารู้ว่าตัวเองยังไม่ค่อยแฮปปี้กับชีวิต ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเรากำลังถามคำถามที่ผิดอยู่

ตั้งคำถามให้ถูก แล้วจะเจอคำตอบที่ถูกเองครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management Workshop รุ่นที่ 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 16 ที่)

คิดให้ใหญ่เริ่มให้เล็ก

20180811_thinkbig

Think big. Start small.
-Seth Godin

เพราะจินตนาการของคนไม่มีขีดจำกัด สมองของคนเราจึงสามารถนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่เกินความจริงในปัจจุบันไปมากมายได้

คนคิดใหญ่กับคนคิดเล็กอาจใช้เวลาเดินทาง 5 ปีเท่ากัน คนคิดใหญ่อาจเหนื่อยกว่าคนคิดเล็ก 50% แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในตอนท้ายอาจมากกว่าคนคิดเล็ก 50 เท่า เพราะศักยภาพมนุษย์และดอกเบี้ยทบต้นของความเพียรนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง

แต่จุดอ่อนสำหรับคนคิดใหญ่และคนที่เป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสท์ก็คือการกลัวว่าจะออกมาไม่ดีพอ ไม่สมบูรณ์แบบพอ ไม่อลังการพอ สุดท้ายก็เลยไม่ได้เริ่ม หรือถ้าเริ่มก็ช้ากว่าคนอื่นไปหลายขุม

ยุทธศาสตร์ที่อาจจะดีกว่าก็คือการคิดให้ใหญ่และเริ่มให้เล็ก

อะไรบ้างที่เราจะทำได้ใน 5 นาทีเพื่อเป็นการเริ่มต้นการเดินทางนี้?

อยากวิ่งมาราธอน? เปลี่ยนชุดแล้วออกไปวิ่ง 400 เมตรวันนี้เลย

อยากมีหนังสือของตัวเองซักเล่ม? เริ่มเขียนบล็อกตอนแรกเลย

อยากเป็นเจ้าของธุรกิจร้อยล้าน? ลองลิสต์เรื่องรอบตัวที่เราหงุดหงิดเพราะโอกาสทางธุรกิจอยู่ในนี้ทั้งนั้นเลย

การเดินทางพันลี้ประกอบไปด้วยก้าวที่ยาวเพียงหนึ่งศอกจำนวนนับไม่ถ้วน

เริ่มก้าวแรกในวันนี้และไม่ยอมหยุดเดิน จะพันลี้หรือหมื่นลี้ก็คงไม่ไกลเกินพิชิตครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เต็มแล้วอย่างรวดเร็ว จึงเปิดรับรุ่น 11 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 18 ที่)

นิทานไก่ขันตะวันขึ้น

20180807_rooster

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พ่อไก่ตัวหนึ่งภูมิใจในความเป็นหัวหน้าครอบครัวของตัวเองมาก มันคอยกางปีกปกป้องภรรยาและลูกๆ ทุกตัว และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมา

ทุกๆ เช้า เวลาตีห้า พ่อไก่ก็จะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้และโก่งคอขันเสียงก้องไปทั้งพงไพร จนถึงประมาณหกโมงเช้า พระอาทิตย์ก็ขึ้นมาฉายแสงส่องสว่างไปทั่ว

พ่อไก่มีความสุขมากที่ได้เห็นตะวันค่อยๆ ทอแสงขึ้นมา เขาจะยืนชื่นชมแสงตะวันและบอกตัวเองว่า

“เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น นี่คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ของฉัน”

ดังนั้นทุกๆ เช้าพ่อไก่ตัวนี้ก็จะบินขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ และเมื่อขันเสร็จ ก็จะรอดูตะวันขึ้นที่เหนือยอดเขา พอตะวันขึ้นแล้วก็บินกลับลงมาหากินกับลูกเมียตามปกติ

อยู่มาวันหนึ่ง เนื่องจากตรากตรำภาระหนักเหลือเกิน ร่างกายเริ่มทนไม่ไหว พ่อไก่ก็เริ่มป่วย เช้าตรู่วันนั้นพ่อไก่บินขึ้้นไปเกาะกิ่งไม้เดิม ขณะจะขันเพื่อเรียกตะวันขึ้น กลับร่วงหล่นลงมา รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งรุ่นใหม่ไฟแรงเดินเข้ามาประคองพ่อ พร้อมกับพูดว่า

“พ่อ ผมว่าถ้าพ่อขันไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนให้เอาไหม”

พ่อไก่ยืดอกขึ้น หันมาชี้หน้าลูกพร้อมกับตอบเสียงดังว่า “น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขัน ตะวันมันจะขึ้นไหม หัดดูเงาหัวตัวเองซะบ้างสิ”

เช้าวันนั้น ทั้งๆ ที่ป่วยอยู่ พ่อไก่ก็ขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้เดิม และขันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตกลงมาดิ้นพราดๆ

ก่อนสิ้นลม พ่อไก่ได้กล่าวสั่งเสียกับภรรยาและลูกๆ ว่า

“พวกเราทั้งหลาย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พ่อคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว และพอพ่อไม่ขัน ตะวันก็จะไม่ขึ้น โลกก็จะเข้าสู่กลียุค ถ้าไม่มีพ่อแล้วทุกคนก็จะอยู่ด้วยความยากลำบาก และมนุษยชาติก็จะถึงคราววิบัติ ดูแลกันให้ดีนะ”

—–
ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 5 ที่)

ถ้าจะใส่รองเท้าข้างเดียว

20180728_oneshoe

สู้เดินเท้าเปล่าดีกว่า

ถ้าจะทำอะไรแค่ครึ่งๆ กลางๆ สู้ไม่ทำเสียเลยจะดีกว่า

ถ้าจะมาแค่ครึ่งใจ อย่ามาเสียเลยจะดีกว่า

“Do or do not. There is no try”
-Yoda

คนที่เวลาโดนชวนไปไหนแล้วมักจะตอบว่า “จะพยายามไป” ส่วนใหญ่เขาจะไม่มาหรอก

ถ้าจะทำก็ทำ ถ้าจะไม่ทำก็ไม่ต้องทำ อย่าบอกว่าจะพยายาม

เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่ในชีวิต ไม่ได้ยากเย็นขนาดนั้น

การจะทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ จึงไม่ใช่เพราะขาดความพยายามหรือขาดความสามารถ แต่เพราะขาด commitment ต่างหาก

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 9 ที่)

คุณจะเชื่อนิทานเรื่องไหน

20180807_whichtale

สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากการอ่าน Sapiens – A Brief History of Humankind ก็คือ “นิทาน” หรือชุดความเชื่อของแต่ละยุคแต่ละสมัยจะเป็นตัวกำหนดความคิดและการกระทำของเรา

เหตุผลหนึ่งที่ยุโรปครองโลก เพราะเมื่อ 500 ปีที่แล้ว ยุโรปเชื่อเรื่องการล่าอาณานิคมและการค้นพบดินแดนใหม่ ชาวยุโรปจึงออกทะเลไปยึดครองดินแดนที่ห่างไกลมากมายซึ่งรวมถึงทวีปอเมริกา ในขณะที่ประเทศจีนซึ่งมีวิทยาการการเดินทะเลก้าวหน้ากว่ายุโรป กลับไม่ได้ทำในสิ่งนี้ เพราะในยุคนั้นฮ่องเต้ไม่ได้สนใจ “นิทาน” เรื่องเดียวกันนี้ (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Sapiens ตอนที่ 15 – เมื่อยุโรปครองโลก)

มาในยุคนี้ เรามีนิทานมากมายที่คนจำนวนมากเลือกที่จะเชื่อ

นิทานทุนนิยม – การเติบโตทางเศรษฐกิจและการเงินจะนำพามาซึ่งความเจริญและความสุขสบาย

นิทานมนุษยนิยม – มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันและผลประโยชน์ของมนุษย์มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

นิทานมนุษย์เงินเดือน – ตั้งใจเรียน จบมหาลัยดังๆ ได้งานบริษัทที่มั่นคง มีเงินออมและมีเงินลงทุน ทำงานให้ดีจนได้รับการโปรโมต การได้เป็นผู้บริหารระดับสูงคือเป้าหมายสูงสุด

นิทานเจ้าของกิจการ – ทำงานประจำไม่มีทางรวย การเป็นนายตัวเองและอิสรภาพที่จะทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้คือเรื่องสำคัญ หาไอเดียแล้วลงมือทำ สร้างบริษัทจนมีกำไร แล้วค่อยๆ ถอยออกมา เอาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลกิจการ เราก็จะมี passive income ไปตลอดชีวิต

นิทาน Social Media – การมียอด followers และ engagements สูงๆ คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

นิทานนิพพาน – การเกิดแก่เจ็บตายเป็นทุกข์ เราจะหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ด้วยการเข้าถึงอริยสัจสี่ผ่านสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นทางสายเอกและทางสายเดียว

ยังมีนิทานอีกมากมายที่คนเราเลือกจะเชื่อ นิทานพระผู้สร้าง นิทานอเทวนิยม(คนไม่เชื่อในพระเจ้า) นิทานบิ๊กแบง นิทานสตาร์ทอัพ นิทานประชาธิปไตย นิทานพรหมลิขิต นิทานเพลย์บอย  ฯลฯ

ผมคงไม่ขอออกความเห็นว่านิทานเรื่องไหนดี-ไม่ดี จริง-ไม่จริง แค่อยากชี้ให้คุณผู้อ่านลองมองไปรอบตัวว่าโลกนี้เต็มไปด้วยนิทานอะไรบ้าง และเรากำลังเลือกใช้ชีวิตอยู่ในนิทานเรื่องไหน

และถ้าไม่ชอบนิทานที่เรากำลังเล่นอยู่ ก็อย่าลืมว่าเราเปลี่ยนนิทานได้นะครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 8 ที่)