ทำงานเก่งแต่สื่อสารไม่เป็นก็ไม่โต

20200126b

สื่อสารเก่งแต่ทำงานไม่เป็นก็ไร้ศักดิ์ศรี

คนไม่น้อยตกอยู่ในกรณีแรก มีความเชื่ออย่างซื่อๆ ว่าถ้าทำงานดีเสียอย่าง ยังไงเจ้านายก็ต้องเห็น องค์กรก็ต้องเห็น ถ้าเราทำงานดีแล้วเขายังไม่เห็นคุณค่าก็เป็นความผิดขององค์กร

แต่ความเป็นจริงมันไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากให้เป็นเสมอไป

เพราะทุกคนสนใจแต่เรื่องตัวเองเป็นหลัก เรื่องคนอื่นเป็นรอง ดังนั้นหากเราไม่มีศิลปะในการสื่อสาร เขาก็จะไม่รับรู้ถึงผลงานของเรา หรือถึงรู้ก็ไม่ประทับใจอย่างที่เราอยากให้เป็น

ทักษะการสื่อสารจึงสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าทักษะการทำงาน ถ้าอยากเติบโตในองค์กรก็ต้องหัดพูดหัดเขียนให้กระชับ ตรงประเด็น และจะดียิ่งถ้ามีความอ่อนน้อม อ่อนโยนอยู่ในน้ำเสียงและข้อความที่เราสื่อออกไปด้วย

ถ้าให้องค์กรเลือกระหว่างคนทำงานเก่งและสื่อสารดี กับคนทำงานเก่งแต่สื่อสารไม่ดี
องค์กรย่อมต้องเลือกคนแบบแรกอยู่แล้ว

ในทางกลับกัน

คนที่สื่อสารเก่ง แต่ทำงานไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ถ้าไปอยู่ในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ กับการพรีเซนต์ตัวเอง เขาก็อาจจะเติบโตได้เร็วเกินความสามารถที่แท้จริง อาจได้ตำแหน่ง อาจได้เงินเดือนที่สูงขึ้น แต่ความทุกข์ที่จะตามมาคือเขาจะขาดความยอมรับนับถือจากลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน

ได้มาทุกอย่างเว้นแค่อย่างเดียวคือศักดิ์ศรีของคนทำงาน ซึ่งอย่างนี้เราก็ไม่ควรเอาเหมือนกัน

ทำงานของเราให้ดี จะได้เป็นคนมีแก่นสาร

และพัฒนาการสื่อสาร เพื่อให้แก่นสารของเราสร้างประโยชน์ได้อย่างที่ควรจะเป็นครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

โกรธทีไรคนที่ทุกข์ก่อนคือตัวเอง

20200126

หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ หน้าจะร้อน กล้ามเนื้อจะตึง Cortisol ซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดจะพุ่งสูง

แม้เราจะใช้ความโกรธนั้นทำให้คนข้างหน้าทำสิ่งที่เราอยากให้ทำก็ตาม แต่มันก็ยังมีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่นำไปสู่ผลที่เราต้องการได้ถ้าเรามีสติและมีความเฉลียวพอ

โกรธทีไรคนที่ทุกข์ก่อนคือตัวเอง

คนเคยโกรธจะห้ามไม่ให้โกรธคงไม่ได้ แต่ถ้าระลึกได้ว่าโกรธทีไรขาดทุนทุกที ก็น่าจะช่วยให้เราหายโกรธได้เร็วขึ้นนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เมื่อ 1 คนสอน 2 คนจะเรียนรู้

20200125

“When one teaches, two learn.”
-Robert Heinlein

เคล็ดลับสำหรับใครก็ตามที่อยากจะสอบได้ A คือเมื่ออ่านหนังสือแล้วจงเปิดห้องติวเพื่อนๆ

เพราะการสอนคือการเรียนที่ดีที่สุด

ตอนที่ผมอ่านหนังสือ Sapiens: A brief history of humankind จบ ผมรู้ทันทีว่าเนื้อหาในหนังสือนี้มันสำคัญมากและอยากจะจดจำเนื้อหาให้ได้ ผมจึงสรุป Sapiens ออกมา 20 บทในถ้อยคำของตัวเอง

คนอ่านได้ประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือตัวผม

สองปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปสอนเรื่อง OKR ให้กับหลายองค์กร

สิ่งหนึ่งที่ผมจะให้ทำเสมอ คือให้ทุกคนลองเขียน OKR ด้วยตัวเอง เพราะตอนที่เราฟังทฤษฎี เรามักจะคิดว่าเราเข้าใจ OKR แล้ว แต่เมื่อได้ลองเขียน OKR ออกมา และได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันต่างหาก ถึงจะรู้ว่ายังห่างไกล

เรียนแล้วสอน เรียนแล้วลงมือทำ เรียนแล้วแลกเปลี่ยน คือ active learning ที่แสนคุ้มเพราะสมองจะจดจำมันได้อย่างยาวนาน

ดีกว่า passive learning ที่แค่ฟัง แค่อ่านมาอย่างเดียว

เราหลอกตัวเองว่าเราเข้าใจแล้ว ทั้งๆ ที่จริงเราแทบไม่เข้าใจอะไรเลย


“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานห้องปิดตาย

20200124

“พิม” หญิงสาววัย 25 ปีเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องจักรในโรงงานแห่งนี้มาได้ปีเศษแล้ว

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง ในขณะที่เธอเข้าไปตรวจความเรียบร้อยในห้องเย็น ประตูเกิดล็อคจากข้างนอก พิมพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงเครื่องจักรกลบ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว มีแต่ความเงียบสงัด พิมนอนทรุดอยู่ตรงประตู ร่างกายเย็นเฉียบ ความหวังริบหรี่ เธอคงอยู่ไม่พ้นคืนนี้

แต่แล้วพิมก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“คุณพิมครับ…คุณพิมอยู่ในนั้นมั้ยครับ?”

เสียงคุ้นหูแต่พิมนึกไม่ออกว่าเป็นใคร เธอตะโกนสุดเสียง

“ใช่ค่ะ หนูติดอยู่ในนี้ ช่วยหนูด้วย”

พิมได้ยินเสียงพวงกุญแจกรุ๊งกริ๊ง แล้วประตูก็เปิดออก

ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพิมคือ “ลุงขาว” ภารโรงเก่าแก่ของโรงงาน

หลังจากได้ห่มผ้าและดื่มชาร้อนๆ ที่ลุงขาวหามาให้ พิมจึงมีแรงพอเปิดบทสนทนา

“ลุงขาวรู้ได้ยังไงคะว่าพิมอยู่ในห้องนี้”

“ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าคุณพิมอยู่ห้องไหน แต่คิดว่าคุณพิมน่าจะยังไม่ได้ออกไปจากโรงงาน”

เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของพิม ลุงขาวจึงอธิบายต่อ

“ผมทำงานโรงงานนี้มา 25 ปี ไม่เคยมีใครทักทายผมเลย มีแต่คุณพิมคนเดียวที่ทักผมทุกเช้าและลาผมทุกเย็น คุณพิมเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมมีตัวตนและมีค่าในโรงงานแห่งนี้”

“เช้านี้คุณพิมทักทายผมเหมือนเช่นเคย แต่ตอนเย็นผมกลับไม่เจอคุณพิม คิดว่าคุณน่าจะอยู่ที่ไหนในโรงงานสักแห่ง ผมเลยลองเดินหาคุณพิมครับ”

—-

แปลและดัดแปลงมาจากนิทานภาษาจีนที่ส่งมาทางไลน์

อย่าเป็นนกหัวขวานขี้เบื่อ

20200123

นกหัวขวานหาอาหารด้วยการใช้ปากเจาะต้นไม้ใหญ่เพื่อหาหนอนที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกไม้

กว่าจะเจาะจนเป็นรูได้ มันต้องใช้ปากทิ่มไปที่จุดเดิมนับร้อยนับพันครั้ง

ถ้านกหัวขวานมีนิสัยขี้เบื่อเหมือนคนสมัยนี้ มันคงเจาะจุดเดิมแค่ 10 ครั้ง ก่อนจะบินไปลองเจาะต้นไม้ต้นอื่นอีก 10 ครั้ง ก่อนจะบินไปเจาะต้นไม้ต้นถัดไป

เจาะต้นไม้หนึ่งต้น 1000 ครั้ง ได้หนอนมากินอิ่มท้อง

เจาะต้นไม้ 100 ต้น ต้นละ 10 ครั้ง รวมแล้ว 1000 ครั้งเท่ากัน แต่กลับไม่ได้หนอนเลยสักตัว

ถ้าไม่เลิกนิสัยนี้ นกหัวขวานขี้เบื่อคงอดตาย

ความขยันอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ สิ่งที่ต้องมีคู่กันคือสมาธิที่จะจดจ่ออยู่กับสิ่งเดิมเป็นระยะเวลานานๆ ได้อีกด้วย

“I fear not the man who has practiced 10,000 kicks once, but I fear the man who has practiced one kick 10,000 times.”
-Bruce Lee

จงเป็นนกหัวขวานที่เจาะต้นไม้ต้นเดิม จงเป็นจอมยุทธ์ที่ฝึกฝนกระบวนท่าเดิม

เมื่อเราอยู่กับมันได้นานพอ เราถึงจะได้เก็บเกี่ยวสิ่งที่ลงแรงไปครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 15 เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. เหลือ 3 ที่นั่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/time22feb20

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

10 เรื่องสุดคูลของสวีเดน

20200122

1. สวีเดนมีทะเลสาบ 100,000 แห่งและเกาะ 267,000 เกาะ ประมาณ 33,000 เกาะอยู่ล้อมรอบสต๊อคโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน

2. พื้นที่ตอนเหนือของสวีเดนจะอยู่ใกล้ขั้วโลก ในหน้าร้อนอุณหภูมิจะแกว่งระหว่าง 30 และ -40 องศา

3. สวีเดนไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น ไม่เคยเข้าร่วมสงครามโลก และไม่ทำสงครามกับใครมา 200 ปีแล้ว กองทัพของสวีเดนเล็กมาก คนสวีเดนจึงไม่ได้เคารพหรือเกรงกลัวทหาร

4. 3 ใน 4 ของชาวสวีเดนไม่นับถือศาสนา

5. IKEA H&M Spotify Skype Electrolux Volvo Ericsson ล้วนเป็นแบรนด์จากสวีเดน

6. 99% ของขยะในสวีเดนถูกนำไปรีไซเคิล แถมยังนำเข้าขยะจากนอร์เวย์และฟินแลนด์เพื่อรีไซเคิลอีกด้วย

7. ถ้าป่วยจนต้องแอดมิท ค่านอนโรงพยาบาลตกคืนละ 255 บาท คนสวีเดนหนึ่งคนจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลไม่เกินปีละ 3200 บาท หากเกินกว่านั้นรัฐบาลจะออกให้ทั้งหมด

8. พ่อแม่มือใหม่ชาวสวีเดนลาเลี้ยงลูกได้ 480 วันโดยได้เงินเดือนเต็มจำนวน

9. ชาวสวีเดนเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญาเอก

10. รัฐบาลจ่ายค่าขนมให้เด็กมัธยมเดือนละ 5700 บาท และถ้าบ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนและป้ายรถเมล์ นักเรียนสามารถนั่งแท๊กซี่ไปโรงเรียนได้ทุกวันแล้วมาเบิกค่าใช้จ่ายกับรัฐบาลตอนสิ้นเดือน

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora และ Reddit

Time Management Workshop รุ่นที่ 15 เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. เหลือ 3 ที่นั่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/time22feb20

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

สอบได้ที่โหล่ไม่แย่เท่าสอบได้ที่ 20

20200114b.png

ผมเคยอ่านมุมมองหนึ่งใน Quora ที่บอกว่าคนที่สอบได้ที่โหล่ของห้องไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าไหร่

เพราะคนสอบได้ที่โหล่มักจะรู้ตัวว่า ให้ไปเรียนแข่งกับใครคงไม่ได้ เกรดอย่างนี้ไปสมัครบริษัทดีๆ ก็คงไม่ติด งั้นขอลุยทำอะไรของตัวเองดีกว่า ซึ่งหลายต่อหลายครั้งคนที่หัวไม่ดีกลับสร้างธุรกิจขึ้นมาได้และจ้างคนหัวดีมาเป็นลูกน้องได้หลายคน

ส่วนคนที่เรียนดีอยู่แล้วก็มีทางเลือกในชีวิตเยอะ จะเรียนต่อจนจบดอกเตอร์ก็ได้ จะทำธุรกิจเองก็ได้ หรือจะเป็นลูกจ้างมืออาชีพเงินเดือนหลายหมื่นหลายแสนก็ได้

กลุ่มที่น่าห่วงสุดคือคนที่สอบได้กลางห้องมากกว่า กลุ่มนี้มีคำคุณศัพท์ว่า mediocre (มีดิโอ๊เค่อ) ซึ่งแปลว่า พื้นๆ กลางๆ

เกรดไม่ได้แย่ถึงขนาดสอบตก แต่ก็ไม่ได้ดีพอที่จะเข้ามหาลัยท็อปหรือบริษัทชั้นนำได้ พอเข้าไปทำงานก็ทำงานได้กลางๆ ไม่ดีพอจะได้โปรโมต แต่ก็ไม่แย่พอที่จะโดนไล่ออก

ชีวิตของ “มนุษย์กลางๆ” เลยเป็นได้แค่พนักงานกินเงินเดือนที่ติดอยู่ใน comfort zone ไม่ได้มีรายได้มากพอที่จะร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้น้อยจนกล้าทิ้งความแน่นอนเพื่อไปเสี่ยงตายเหมือนกลุ่มที่สอบได้ที่โหล่

พระท่านว่าพึงเดินทางสายกลาง แต่กับเรื่องบางเรื่อง การอยู่ตรงกลางก็เป็นกับดักที่อันตรายน่าดูนะครับ


Time Management Workshop รุ่นที่ 15 เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. เหลือ 4 ที่นั่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/time22feb20

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ถ้าเราเจ๋งพอก็ไม่มีใครหยุดเราได้

20200115

เราอยู่ในยุคที่คนตัวเล็กๆ มีโอกาสมากกว่าคนตัวเล็กๆ ทุกคนที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์

ต่อให้ไม่มีชาติตระกูล ต่อให้ไม่มีคอนเน็คชั่น ต่อให้ไม่มีเงินทอง แต่อินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดียและสมาร์ทโฟนคือเครื่องมือที่จะช่วยให้เราแจ้งเกิดได้

คำถามคือเราจะใช้สามสิ่งที่กล่าวมาให้เกิดประโยชน์ในทางไหน แค่สร้างความบันเทิงเพื่อซ่อนความทุกข์อื่นๆ หรือจะใช้มันเพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีขึ้นกว่านี้

คนเราถ้าจะทำเสียอย่าง เขาก็จะหาทางไปต่อจนได้ ต่อให้รัฐบาลจะไร้ความสามารถ ต่อให้ฝุ่นมันจะเยอะแค่ไหน

ในทางกลับกัน คนที่ไม่คิดจะทำก็จะทำไม่ได้ ต่อให้สถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมจะเอื้อแค่ไหนก็ตาม

“If you are good enough, nobody is stopping you.”
-Gary Vaynerchuk

นี่คือยุคที่ถ้าเราเจ๋งพอก็ไม่มีใครหยุดเราได้

ถ้าชีวิตยังไม่ดีอย่างที่เราอยากให้เป็น ก็ไม่เหลือใครให้โทษนอกจากตัวเองครับ


Time Management Workshop รุ่นที่ 15 เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. เหลือ 6 ที่นั่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/time22feb20

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ฟังร่างกายให้มากขึ้น ฟังกิเลสให้น้อยลง

20200115b

เพราะคนเรามักทำตรงกันข้าม

เราเชื่อฟังกิเลสมาก อยากดูต้องได้ดู อยากกินต้องได้กิน อยากซื้อต้องได้ซื้อ

แค่ความอยากสะกิดนิดเดียวเราก็เตลิดไปไกลได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แต่กับร่างกาย ซึ่งเรามีเพียงร่างเดียวในชีวิตนี้ เขาสะกิดเรากี่ทีเรากลับเฉย

เราจึงเป็นโรคกระเพาะ เป็นออฟฟิศซินโดรม เป็นโรคเครียดและเป็นอะไรอีกหลายๆ โรคที่ไม่ได้เกิดจากความโชคร้าย แต่เกิดจากความละเลยที่จะใส่ใจสัญญาณจากร่างกาย

ยิ่งถ้าใครอายุถึงเลข 3 ยิ่งควรฟังร่างกายให้มากขึ้น ถ้าปวดฉี่ก็ไปเข้าห้องน้ำ ถ้าหิวก็กิน ถ้าอิ่มแล้วก็ไม่ต้องกินต่อแม้ว่ามันจะเป็นบุฟเฟ่ต์ ถ้าเมื่อยก็ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย ถ้าง่วงก็นอน

ในทางกลับกัน กิเลสส่งสัญญาณอะไรมา ถ้าเราฝืนสักหน่อย รั้งตัวเองสักนิด ก็จะเป็นการทรมานกิเลส ทรมานบ่อยครั้งเข้ามันก็จะอ่อนแรงไปเอง

อย่าปล่อยให้กิเลส take over ชีวิตเราครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 15 เช้าวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. เหลือ 8 ที่นั่ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ bit.ly/time22feb20

ถูกสำหรับเขาอาจผิดสำหรับเราก็ได้

20200114c

เพราะชีวิตไม่ใช่ข้อสอบปรนัย คำตอบที่ถูกต้องจึงไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว

วิธีการที่เคยเวิร์คในสถานการณ์หนึ่ง พอเปลี่ยนคน เปลี่ยนกาล เปลี่ยนสถานที่ก็อาจไม่เวิร์คแล้วก็ได้

พี่เก้ง จิระ มะลิกุลแห่งค่าย GDH เคยเล่าให้ฟังว่า การทำหนังไม่มีสูตรสำเร็จ สิ่งที่ลองกับหนังเรื่องหนึ่งแล้วปังมาก พอเอามาใช้กับหนังอีกเรื่องกลับแป้ก

หรือนักเขียนอย่าง Simon Sinek ที่เขียนหนังสือ bestsellers อย่าง Start with Why, Leaders Eat Last, และ The Infinite Game ก็บอกว่าเขาต้องเปลี่ยนยุทธวิธีในการเขียนหนังสือไปเรื่อยๆ

เล่ม Start with Why เขาต้องใช้วิธีจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เพื่อจะได้มีเวลาเขียนหนังสือเงียบๆ บนเครื่องบินได้หลายชั่วโมง แต่พอจะเขียนหนังสือ Leaders Eat Last พอเขาลองใช้วิธีนี้แล้วกลับเขียนไม่ออก

ตอนที่ผมเริ่มเขียนบล็อก ก็มีคนบอกว่าบล็อกควรจะโฟกัสแค่เรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการสร้างชื่อให้ตัวเองว่าเรามีความเชี่ยวชาญด้านนั้น-ด้านนี้ และชื่อของบล็อกก็ควรสะท้อนความเชี่ยวชาญนั้น

เผอิญผมไม่มีความเชี่ยวชาญด้านใดสักเรื่อง ก็เลยตั้งชื่อว่า Anontawong’s Musings คำว่า musings ก็คือความคิดฟุ้งไปเรื่อยๆ คิดอะไรได้ก็เขียน

ข้อเสียคือคนไม่รู้ว่าเป็นบล็อกเกี่ยวกับอะไร ข้อดีคือผมมีอิสรภาพที่จะเขียนเรื่องอะไรก็ได้ในบล็อกนี้

แน่นอน เราควรเรียนรู้จากคนที่มาก่อน คนที่ประสบความสำเร็จกว่าเรา แต่สุดท้ายแล้วเราต้องกรุยทางของเราเอง

ถูกสำหรับเขาอาจผิดสำหรับเราก็ได้

ผิดสำหรับเขาอาจถูกสำหรับเราก็ได้

ขอให้พบสิ่งที่ถูกที่ใช่ด้วยตัวเราเองนะครับ

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer