ถ้าเลือกได้เขาคงไม่อยากเป็นคนแบบนี้หรอก

20190227_iftheycanchoose

ไม่มีใครอยากเป็นคนขี้โมโห

ไม่มีใครอยากเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว

ไม่มีใครปรารถนาการเป็นคนน่ารังเกียจ

และไม่มีใครชอบโดนนินทา

การที่เขาเป็นคนอย่างนี้ ก็เพราะว่าสภาพแวดล้อมและประสบการณ์หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนอย่างนี้

จริงอยู่ มนุษย์ควรคิดเองได้ มนุษย์ควรปรับปรุงตัวเองได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่โชคดีพอจะคิดเองได้ หรือบางคนแม้จะคิดได้แต่ก็ยังทำไม่ได้

ขนาดตัวเราเองยังคิดได้แต่ทำไม่ได้ตั้งหลายอย่างเลย

เวลาเจอคนไม่น่ารัก เราจึงไม่ควรเป็นเดือดเป็นร้อน หรือไปตั้งคำถามว่า “ทำไมเป็นคนอย่างนี้(วะ)”

เพราะมันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ ยิ่งถามยิ่งหงุดหงิดเปล่าๆ

เขาก็เป็นของเขาอย่างนี้แหละ และถ้าเลือกได้เขาก็คงไม่ได้อยากเป็นอย่างนี้หรอก

แทนที่จะไปคาดหวังให้เขาเปลี่ยน สู้เผื่อใจไว้เลยว่าเขาไม่เปลี่ยน แล้วเราก็ใช้ชีวิตของเราไปด้วยความเข้าใจและความคาดหวังที่เหมาะสม

จะได้ไม่ต้องหัวเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 7 ที่)

คนเก่งจะทำงานตัวเองเสร็จอย่างรวดเร็ว

20190226_goodandbest

คนเก่งสุดๆ จะช่วยให้คนอื่นๆ ทำงานตัวเองเสร็จอย่างรวดเร็ว

เคยมั้ยที่มีคนส่งไฟล์มาให้เรากรอก แต่รู้สึกว่ากรอกยากชะมัด กรอกไปก็แอบก่นด่าคนออกแบบไฟล์ในใจ

คนที่ทำงานดีจริงๆ เขาจะไม่ได้คิดแค่เอางานของตัวเองให้เสร็จ แต่คิดต่อด้วยว่าใครจะเอางานของเขาไปใช้บ้างและใช้อย่างไร

เช่นสมมติเราสร้างไฟล์ Excel ขึ้นมาไฟล์นึงให้คนในแผนกอื่นกรอก เราควรคิดเผื่อไว้เลยว่าคนกรอกจะกรอกแบบไหนถึงจะรวดเร็วและสะดวกที่สุด ทำยังไงถึงจะป้องให้เขากรอกข้อมูลไม่ผิดพลาด เช่นแทนที่จะกรอกอะไรก็ได้ก็อาจจะทำเป็น drop down list ให้เลือก หรือผูกสูตรไว้เพื่อที่ไม่ต้องกรอกมือเองทุกคอลัมน์ เพื่อให้ไฟล์เสร็จสมบูรณ์ถูกต้องครบถ้วนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ไม่ว่าจะทำงานใดก็ตาม เราควรคิดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ซึ่งแน่นอนต้องลงแรงและใช้เวลามากกว่า แต่เราจะกลายเป็นผู้สร้างความสุขมวลรวมให้กับเพื่อนร่วมงาน และจะมีโอกาสเจริญก้าวหน้ากว่ามากกว่าคนอื่นๆ ครับ


ติดตามบทความทางไลน์ได้ทุกวันที่ bit.ly/tgimline

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 9 ที่)

ชี้หน้าต่างหรือชี้กระจก

20190225_windowmirror

ในยามทีเรื่องราวไม่เป็นใจ

มาประชุมสาย ทำงานผิดพลาด วีนใส่ลูกน้อง

เราจะชี้ไปที่หน้าต่างหรือจะชี้ไปที่กระจก

คนที่ชี้ไปที่หน้าต่าง คือคนที่บอกว่ามาสายเพราะรถติด ทำงานผิดเพราะเจ้านายเรื่องมาก วีนลูกน้องเพราะสอนไม่เคยจำ

ส่วนคนที่ชี้ไปที่กระจก คือคนที่บอกว่ามาสายเพราะตอนเช้าชิลล์ไปหน่อย ทำงานผิดพลาดเพราะเราไม่ตรวจให้ดีก่อนส่ง วีนลูกน้องเพราะเราใจร้อนไปเอง

เมื่อเราโทษปัจจัยภายนอก เรากำลังชี้ไปที่หน้าต่าง

เมื่อยอมรับได้ว่าเราเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องและควรป้องกันมันได้ เรากำลังชี้ไปที่กระจก

ชี้หน้าต่างบ่อยๆ ได้ปกป้องอัตตาตัวตน

ชี้กระจกบ่อยๆ ได้ลดอัตตา ได้เรียนรู้ และได้เติบโตครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากพอดคาสท์ The Tim Ferris Show: Jim Collins 

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 11 ที่)

ดีหรือเลวขึ้นอยู่กับบริบท

20190224_context

ค่ำวันนี้ ผมไปทานข้าวกับลูกๆ ภรรยา และพ่อแม่มาครับ

ร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงแต่ก็ให้ปริมาณเยอะและรสชาติดีทุกจาน พอร์คช็อปติดมันเนื้อนุ่ม สเต็กเนื้อแกะก็สุกกำลังดี หรือสุกี้แห้งทะเลก็วัตถุดิบสดทุกอย่าง

ขากลับ พอถึงปากซอยตรงข้ามหมู่บ้าน แม่เปรยว่า 7-Eleven ที่เคยมีสองสาขาอยู่ใกล้กัน ตอนนี้สาขาที่เล็กกว่าปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว

ผมไม่รู้ว่าทั้งสองสาขานี้มีใครเป็นเจ้าของบ้าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินมา ว่าหากใครซื้อแฟรนไชส์ 7-Eleven ไปเปิดแล้วขายดี ซีพีก็จะลงไปเปิดเองอีกสาขาใกล้ๆ กัน เพียงแต่จะทำให้ดีกว่า ใหญ่กว่า จนร้านที่อยู่มาก่อนสู้ไม่ไหวและปิดตัวไป

—–

เมื่อวานซืน ผมอ่านเจอคำถามใน Quora ว่ามีใครที่จะพอขึ้นมาแข่งกับ Amazon ได้มั้ย

คำตอบคือแทบจะเป็นไปไม่ได้

เคยมีเว็บขายอุปกรณ์เด็กอย่าง diapers.com ที่กำลังไปได้สวย Amazon จึงติดต่อเพื่อขอซื้อเว็บนี้ แต่เจ้าของปฏิเสธ

สิ่งที่ Amazon ทำก็คือการใช้เงินซื้อโฆษณา Adwords เพื่อให้คนที่กูเกิ้ลสินค้าเด็ก เจอเว็บ Amazon ก่อน แถม Amazon ยังขายของเหมือนกับของที่คนเห็นใน diapers.com แต่ราคาถูกกว่ากันมาก จนแย่งลูกค้าของ diapers.com ไปเกือบหมด

Amazon สายป่านยาว จึงพร้อมยอมขายราคาขาดทุนเพื่อบีบให้ diapers.com ขายไม่ออก ภายในเวลาเพียง 6 เดือนเจ้าของ diapers.com จึงต้องยอมขายเว็บนี้ให้กับ Amazon และเว็บ diapers.com ก็ถูกปิดตัวลงในเวลาต่อมา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกและไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ Amazon ทำแบบนี้

—–

สองสัปดาห์ที่แล้ว “อาจารย์ป้า” ซึ่งเป็นเจ้าของตึกที่บริษัทของผมเช่าอยู่ จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนและเชิญผมไปร่วมรับประทานอาหารด้วย

พอเห็นผมช่วยแฟนเลี้ยง “ปรายฝน” ลูกสาววัยสามขวบ อาจารย์ป้าก็เปรยขึ้นมาว่า ผู้ชายสมัยนี้นี่ดีนะ ช่วยภรรยาเลี้ยงลูก สมัยป้าเลี้ยงลูก สามีป้าไม่เคยช่วยป้าเลย

—–

หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวเหลือเชื่อของคุณหมออาจินต์ บุณยเกตุ

คุณหมอป่วยเป็นไมเกรนหนักมาก กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายจนสุดท้ายต้องเข้าโรงพยาบาล

ระหว่างที่นอนทรมานกับอาการปวดหัวอยู่นั้น คุณหมอก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาหาที่เตียง ทั้งๆ ที่คนรอบตัวหมอไม่มีใครมองเห็นเด็กคนนี้เลย

เธอบอกกับหมอว่าในอดีตชาติเธอกับหมอเคยเป็นพ่อลูกกัน ในชาติล่าสุดเธอมีชื่อว่า พิมพวดี โหสกุล จมน้ำตายตั้งแต่ 9 ขวบ บัดนี้เธอมาช่วยพ่อ พอเธอเอามือวางบนจุดที่เป็นไมเกรน อาการปวดหัวก็ค่อยๆ หายไป

เมื่อไหร่ก็ตามที่หมอปวดหัวจนทนไม่ไหว ก็จะเรียกหาพิมพวดี และเธอก็จะมาปรากฎตัวทุกครั้ง หมอเอ่ยปากถามว่าเหตุใดพ่อถึงต้องมาปวดหัวเช่นนี้ พิมพวดีก็บอกว่าเพราะเป็นเพราะกรรมที่พ่อก่อไว้

หมอเถียงว่าเขาไม่เคยคิดทำร้ายใคร ช่วยคนมาทั้งชีวิตด้วยซ้ำ

พิมพวดีเลยตอบว่า ไม่ใช่วิบากจากชาตินี้ แต่เป็นผลจากสมัยรัชกาลที่ 3 ที่หมอเคยเป็นราชมัลหรือคนสอบสวนผู้ต้องหา ราชมัลไขเครื่องบีบขมับผู้ต้องหาที่ไม่ยอมรับสารภาพและสร้างความทรมานอย่างแสนสาหัส ก่อนสิ้นใจผู้ต้องหาได้ลั่นวาจาไว้ว่า “กูจะจองล้างจองผลาญทุกชาติไป”

——

Sapiens ตอนที่ 16 – สวัสดีทุนนิยม ฉายให้เห็นภาพของการค้าทาสในยุคล่าอาณานิคมได้อย่างชัดเจน

หลังจากทวีปอเมริกาถูกค้นพบ หนึ่งในธุรกิจที่เฟื่องฟูที่สุดคือการทำไร่อ้อย คนยุโรปจึงเข้าถึงน้ำตาลได้ในราคาที่ถูกลงมาก ต้นศตวรรษที่ 17 ไม่มีชาวอังกฤษคนไหนบริโภคน้ำตาลเลย แต่ในศตวรรษที่ 19 ชาวอังกฤษบริโภคน้ำตาลถึงปีละ 8 กิโลกรัม

น้ำตาลนั้นมาจากต้นอ้อย แต่การทำไร่อ้อยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากทำ เพราะต้องตากแดดแถมยังมีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคมาเลเรียอีกด้วย หากจะยอมจ่ายเงินจ้างใครมาย่อมจะทำให้ต้นทุนสูงเกินไป

พ่อค้าหัวใสก็เลยพบทางออกด้วยการใช้แรงงานทาส

ในช่วงศตวรรษที่ 16-19 ชาวแอฟริกาถึง 10 ล้านคนถูกขายไปเป็นแรงงานทาสในอเมริกา โดย 70% ของคนเหล่านั้นถูกส่งมาทำงานในไร่อ้อย เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าทาสเหล่านี้มีชีวิตที่แย่แค่ไหน ต้องถูกกดขี่ข่มเหงราวกับเขาไม่ใช่มนุษย์เพียงเพื่อให้คนยุโรปได้จิบชากาแฟใส่น้ำตาล

การขายแรงงานทาสนี้ไม่ได้ถูกจัดระเบียบโดยรัฐบาลประเทศไหนเลย มันเป็นเรื่องทางการค้าล้วนๆ บริษัทค้าทาสมากมายขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในกรุงลอนดอน ปารีส และอัมเสตอร์ดัม เพื่อนำเงินไปซื้อเรือ หาลูกเรือและทหาร จากนั้นจึงแล่นเรือไปซื้อทาสในแอฟริกา นำทาสไปขายให้กับเจ้าของสวนอ้อยในอเมริกา นำเงินนั้นไปซื้อน้ำตาล เมล็ดกาแฟ โกโก้ ยาสูบ แล้วนำกลับมาขายทำกำไรในยุโรปก่อนจะออกเรือใหม่อีกครั้ง ธุรกิจค้าทาสเป็นธุรกิจที่ทำกำไรดี และผู้ถือหุ้นบริษัทเหล่านี้จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 6%

นาซีและสงครามครูเสดฆ่าคนไปมากมายเพราะความเกลียดชัง แต่ทุนนิยมนั้นฆ่าคนไปมากมายเพราะความโลภและความเมินเฉย การค้าทาสไม่ได้เกิดจากการเหยียดสีผิวหรือความรังเกียจต่อคนแอฟริกา จริงๆ แล้วเจ้าของไร่อ้อยแทบไม่เคยเจอทาสเหล่านี้ด้วยซ้ำเพราะเจ้าของส่วนใหญ่ไม่ได้อาศัยอยู่ในไร่อ้อย สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือตัวเลขในบัญชีกำไรขาดทุน ส่วนผู้ถือหุ้นบริษัทค้าทาสก็เป็นชนชั้นกลางคล้ายๆ กับเราที่เป็นคนจิตใจดี ทำงานสุจริต ชอบฟังเพลง แถมยังใจบุญสุนทานอีกด้วย

—–

เราอาจรู้สึกว่า Amazon นั้นใหญ่โตและแข็งแกร่งเกินไป คุกคามจนคู่แข่งอื่นไม่มีโอกาสโงหัว ส่วนซีพีก็ดูจะเลือดเย็นกับเจ้าของแฟรนไชส์เซเว่นเหลือเกิน

แต่คำถามคือคนที่คิดยุทธวิธีเช่นนี้เป็นคนเลวรึเปล่า?

อาจจะไม่ก็ได้ ทั้งสองบริษัทอยู่ในตลาดหุ้น และหน้าที่ของผู้บริหารก็คือการทำให้ผู้ถือหุ้นพึงพอใจ การสร้างการเจริญเติบโตและการทำกำไรเป็นครรลองของระบอบทุนนิยม เขาอาจไม่ได้คิดร้ายกับธุรกิจ SME แต่ด้วยขนาดขององค์กรและสภาพตลาดมันเอื้อให้เกิดสถานการณ์อย่างนี้ขึ้นเอง ไม่ต่างอะไรกับการค้าทาสที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเกลียดชังหรือถูกคนใจร้ายที่ไหนบงการ

ผมมีคนรู้จักอยู่ซีพีหลายคนและเขาก็ล้วนคนจิตใจดี ทำงานสุจริต ชอบฟังเพลง แถมยังใจบุญสุนทานอีกด้วย

การที่ผมช่วยเลี้ยงลูก แต่สามีอาจารย์ป้าไม่เคยช่วยเลี้ยงลูก ก็ไม่ได้หมายความว่าสามีอาจารย์ป้าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แต่เพราะสมัยนั้นค่านิยมที่ว่าการเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่ของแม่คนเดียวนั้นเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยึดถือกันต่างหาก

คนธรรมดาที่เกิดในยุคปัจจุบันมีโอกาสน้อยมากที่จะทำร้ายใครจนเลือดตกยางออกหรือถึงแก่ชีวิต เพราะสภาพแวดล้อมหรือวิถีสังคมมันไม่ได้เอื้อให้เราทำแบบนั้น ผิดกับสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ยังมีราชมัลคอยทรมานผู้ต้องหาอย่างทารุณ หรือสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีศึกสงครามอยู่เนืองๆ และผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องจับดาบสู้รบเข่นฆ่าศัตรู

คนเราจะดีจะร้าย จะก่อกรรมดีหรือกรรมชั่ว จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจตนาหรือสันดานของคนๆ นั้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับบริบทและค่านิยมของสังคมนั้นด้วย

เราอาจจะเชื่อว่าเราเป็นคนดีแล้ว โดยถือเอาว่าเราไม่เคยทำร้ายใคร ใช้ชีวิตถูกต้องตามระเบียบสังคมและกฎหมาย

แต่อีก 100 ปีข้างหน้า คนรุ่นโหลนอาจมองว่าคนรุ่นเราโหดร้ายป่าเถื่อนก็ได้

ในวันที่เทคโนโลยีก้าวล้ำจนเราสามารถสังเคราะห์พืชให้มีรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์

ในวันที่คนรวมร่างกับเครื่องมือต่างๆ จนเป็นไซบอร์กและ “อิ่มได้” ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

วันนั้น มนุษย์ไม่จำเป็นต้องฆ่าปศุสัตว์ปีละหลายพันล้านตัวเพื่อนำมาเป็นอาหารอันโอชะอีกต่อไป

ในปี 2119 หากมีคนผ่านมาเห็นย่อหน้าที่สองของบทความนี้

“พอร์คช็อปติดมันเนื้อนุ่ม สเต็กเนื้อแกะก็สุกกำลังดี หรือสุกี้แห้งทะเลก็วัตถุดิบสดทุกอย่าง”

เขาจะมองผมด้วยสายตาเช่นไร?

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 12 ที่)

นิทานนมวัว

20190222_milk

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หญิงชาวบ้านคนหนึ่งหิ้วถังนมวัวที่เพิ่งรีดเสร็จไปขายในตลาด

เธอเดินคิดไปยิ้มไป

“พอขายนมวัวได้ ฉันจะเอาเงินไปซื้อลูกไก่มาเลี้ยง อีกไม่นานลูกไก่ก็จะโตมาเป็นพ่อแม่ไก่และออกไข่ทุกวัน เมื่อฟักไข่เป็นตัวแล้วฉันจะมีพ่อไก่แม่ไก่หลายสิบคู่ที่ออกไข่มามากมาย ฉันจะนำไข่ไก่ไปขาย แล้วเอาเงินที่ได้ไปซื้อหมูมาเลี้ยง อีกหลายเดือนหมูจะกินข้าวกินรำจนอ้วนท้วนขายได้ราคา คราวนี้ฉันจะเอาเงินไปซื้อแม่วัวมาเลี้ยง เมื่อแม่วัวออกลูก ฉันจะเอามันไปขายในตลาดพร้อมกับแม่วัว แม่ไก่และไข่ไก่อีกหลายโหล ถึงตอนนั้นฉันคงจะมีเงินซื้อเสื้อผ้าสวยๆ มาใส่ หนุ่มๆ เห็นเข้าก็จะต้องตามจีบและขอแต่งงาน ในตอนแรกฉันจะเล่นตัว แกล้งโบกมือไล่พวกเขา”

เมื่อหญิงสาวยกมือขึ้นโบก ถังนมที่ถืออยู่ก็ตกลงพื้น

ทั้ง นม ไก่ วัว เสื้อตัวใหม่และชายหนุ่มอันตรธานไปจนหมดสิ้น

—–

ขอบคุณนิทานจากเว็บ นิทานน้ำใจไมตรี

หนึ่งในวิธีการดูคนที่ง่ายที่สุด

20190221_readpeople

คือดูคอมของเค้า

ดูว่า desktop มีอะไรกองอยู่บ้าง

ดูวิธีการตั้งชื่อไฟล์

ดูวิธีการตั้งชื่อไฟล์แต่ละเวอร์ชั่น (xxx_final.docx, xxx_finalfinal.docx, xxx_finalfinal – Copy.docx)

ดูการตั้งชื่อแต่ละแท็บใน Excel

ดูความสม่ำเสมอในการใช้ฟอนท์

ดูคำสะกดผิด

ดูการจัดช่องไฟและการเคาะ tab

ดูว่าโลโก้และภาพต่างๆ ใน Powerpoint ได้สัดส่วนรึเปล่า

“How you do anything is how you do everything.”
-Anonymous

คนที่มีระเบียบ ความมีระเบียบก็จะแผ่ขจายครอบคลุมหลายภาคส่วนในชีวิต รวมถึงเนื้องานของเขาด้วย

ส่วนคนทำงานชุ่ย คนมีความคิดไม่เป็นระเบียบ ความไม่เป็นระเบียบนั้นก็จะซึมอยู่ในทุกงานที่เขาทำและทุกไฟล์ที่เขาสัมผัส

หนึ่งในวิธีการดูคนที่ง่ายที่สุด คือดูคอมของเค้า

แต่คงเป็นการเสียมารยาท ถ้าจะไปดูคอมของคนอื่น

อ่านมาถึงตรงนี้ คงรู้แล้วว่าผมไม่ได้เชียร์ให้ดูคอมของใคร

แต่ให้ดูคอมของตัวเองนี่แหละ

ว่าสิ่งละอันพันละน้อยในนั้นมันสะท้อนตัวตนของเราอย่างไร

เพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้เปิดคอมเราดู แต่อย่างน้อยเขาต้องเคยเห็นไฟล์ที่เราทำไว้ไม่มากก็น้อย

ซึ่งนั่นเป็นตัวสร้าง – หรือตัวทำลาย – personal branding ของเราได้ดีที่สุดเลยนะครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 13 ที่)

อย่าลืมสิ่งสำคัญ

20190220_important

เวลาทะเลาะกับแฟน เรามุ่งหวังแต่จะพิสูจน์ว่าตัวเองถูกหรือปกป้องว่าตัวเองไม่ผิด จนลืมไปว่าสิ่งสำคัญจริงๆ คือการรักษาความสัมพันธ์สำคัญนี้ไว้

เวลาฟังอะไรในที่ประชุมแล้วไม่เข้าใจ เรากลับนั่งเงียบไม่กล้าเอ่ยปากถามเพราะกลัวจะเสียหน้า จนลืมไปว่าเป้าหมายของการประชุมคือการทำให้ทุกคนเห็นภาพตรงกัน

เวลาไถเฟซแล้วสะดุดข่าวดราม่า เราลงไปร่วมผสมโรง ประณามคน(ที่เราคิดว่า)ผิด และถกเถียงกับอีกฝ่าย จนเราลืมไปว่าจริงๆ แล้วเราใช้เฟซบุ๊คเพื่ออะไร

ในจังหวะที่อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เรามักจะหลงลืมสิ่งสำคัญและโดนอัตตาตัวตนเอาไปกินอยู่เสมอ

แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือการขาดทุนทางเวลา อารมณ์ และความรู้สึกโดยใช่เหตุ

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่อดรีนาลีนกำลังพลุ่งพล่าน ขอให้มีสติเหลือเพียงพอที่จะถามว่า “อะไรสำคัญจริงๆ สำหรับเรากันแน่?”

แล้วปัญหาในชีวิตน่าจะลดลงไปได้เยอะเลยทีเดียวครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 15 ที่)

รีวิวหนังสือ Love Never Fails ไม่มีความรักครั้งไหนที่สูญเปล่า

20190219_loveneverfails

ต้องออกตัวก่อนว่าหนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อะไรเอ่ย ผู้พิมพ์หนังสือ “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” ของผมเอง

“Love Never Fails ไม่มีความรักครั้งไหนที่สูญเปล่า” ของคุณสีตลา ชาญวิเศษ ถือเป็นผลงานเล่มที่ 3 ของสำนักพิมพ์นี้ ต่อจาก TGIM และ “Read to Lead อ่านอย่างผู้นำ” ของดร.ณัชร สยามวาลา

เดือนมกราคม พอเห็นในเพจ What Is It? Press ว่าหนังสือกำลังจะวางแผง ผมก็สั่งซื้อออนไลน์ทันที แถมยังแปะสลิปว่าโอนเงินแล้วเรียบร้อยใต้ช่องคอมเม้นท์ขายหนังสือเล่มนี้อีกต่างหาก

พี่ปิ๊ก เจ้าของสำนักพิมพ์ก็เลยมาคอมเมนท์ต่อว่า “อย่าลืมช่วยรีวิวด้วยนะ”

ก็เลยเป็นที่มาของบทความนี้

คุณสีตลา หรือคุณส้ม เป็นนักวางแผนกลยุทธ์โฆษณาอยู่ที่ The Matter สื่อออนไลน์น้ำดีที่ผมก็ติดตามอยู่เป็นประจำ แถมเธอยังเคยเป็นทีมงานแฟนเพจ Mission to the Moon ของคุณแท็บ รวิศ CEO ของศรีจันทร์อีกด้วย เมื่อบวกกับความเป็นเด็กอักษร จุฬา ก็เลยเชื่อมือได้เรื่องชั้นเชิงในการถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ

หนังสือเล่มนี้คือการรวบรวบบทความที่คุณส้มเคยเขียนเอาไว้ในคอลัมน์ Love Actually ของนิตยสาร a day BULLETIN

เมื่อหยิบหนังสือขึ้นมา สิ่งแรกที่สะดุดตาคือดีไซน์ปกที่เรียบง่าย พื้นน้ำเงิน อักษรขาวและใช้สีส้มสะกดคำว่า Love ข้างในพิมพ์สี่สีกระดาษอาร์ตมันทั้งเล่ม มีการดึงคำพูดเจ๋งๆ ขึ้นมาแซมเป็นระยะๆ กรีดหน้ากระดาษแล้วจะเจอคำพูดประมาณนี้

“ถ้าเจอคนที่ใช่ ทุกอย่างจะง่ายและไม่ต้องพยายาม”

“เรายอมรับความรักที่เราคิดว่าเราสมควรได้ – we accept the love that we think we deserve”

“ถ้าอะไรที่มันเป็นของคุณ มันก็จะเป็นของคุณ”

ด้วยความหนาประมาณ 270 หน้า จึงต้องใช้เวลาอ่านพอสมควร ถึงกระนั้นแฟนผมก็อ่านจบภายในบ่ายเดียว ส่วนผมใช้เวลาราวสองสัปดาห์

ช่วงครึ่งแรกของหนังสือ ผมอาจจะอ่านช้าไปหน่อย เพราะเรื่องราวมักจะเกี่ยวกับช่วงเริ่มชอบกัน วิธีการจีบ การตัดใจจากคนรักเก่า ฯลฯ ซึ่งสำหรับคนแต่งงานมีครอบครัวแล้วอย่างผมมันผ่านจุดนั้นมานานแล้วเลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่

แต่พอมาบทหลังๆ ก็อ่านได้เร็วขึ้น โดยบทที่ผมชอบเป็นพิเศษก็เช่น

– รักให้แฮปปี้ แค่เปลี่ยนจาก “คาดหวัง” มาเป็น “หวัง”

– เรียนรู้จากการเป็น “แฟนคลับ” เพื่อการเป็น “แฟนที่ดี”

– ทัศนคติอะไรบ้าง? ถ้ามีแล้วชีวิตรักจะดีขึ้น

– ทะเลาะกับแฟนแบบไหนที่ไม่ทำให้เลิกกัน

– ชีวิตรักจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตอนเราเป็นโสด

ยกตัวอย่างเรื่องการทะเลาะ จากงานวิจัยพบว่า การทะเลาะด้วยอารมณ์โมโหไม่ได้เป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์เท่ากับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในการทะเลาะ เช่นการดูหมิ่นอีกฝ่าย การพยายามเอาชนะ การเมินเฉย และการไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด

เมื่ออ่านจบ ผมก็เห็นสามสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือ how to ด้านความรักที่เคยเห็นในท้องตลาด

1. “มีวิชา” หลายบทความมีการอ้างอิงถึงงานวิจัยวิชาการ อาจเป็นเพราะจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้และคอลัมน์ Love Actually คือการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเรื่อง “การจีบกันบนสื่อออนไลน์” ทำให้คุณส้มไม่ได้เขียนโดยใช้ความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังอ้างอิงหนังสือและงานวิจัยด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยาอย่างพองามอีกด้วย

2. “มีความถ่อมตน” คุณส้มไม่ได้วางตัวเองเป็นกูรูเรื่องความรัก ในหลายบทความเธอยังยอมรับด้วยซ้ำว่าเธอเป็นคนที่ทำผิดพลาดเอาไว้มากมาย บางทีก็ติดแฟนเกินไป บางทีก็ขี้งอนเกินไป การอ่าน Love Never Fails จึงไม่เหมือนโดนอาจารย์หรือรุ่นพี่มาแนะนำว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เหมือนมีเพื่อนหัวอกเดียวกันมาสะกิดบอกเราว่า ถ้าทางนี้มันไม่เวิร์คก็ลองอีกทางนึงดูมั้ย

3. “มีความหวัง” ซึ่งไม่ใช่การหวังแบบลมๆ แล้งๆ แต่มีหวังเพราะว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุผลของมัน พระเจ้าจะไม่ให้บททดสอบอะไรที่เกินกว่าที่เราจะรับได้ และพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ตราบใดที่เรายังรู้จักรักตัวเองและไม่เอาความสุขและคุณค่าของตัวเราไปฝากไว้กับคนอื่น

ใครที่ยังไม่มีแฟนหรือยังไม่ได้แต่งงาน อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วน่าจะรับมือกับความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น ถ้าทุกข์อยู่ก็จะทุกข์น้อยลง ถ้าดิ้นอยู่ก็จะดิ้นเบาลง

ส่วนใครที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว หนังสือ Love Never Failsฯ ก็จะช่วยให้เรากลับไปมองความสัมพันธ์ที่ผ่านๆ มาด้วยสายตาที่เข้าอกเข้าใจมากกว่าเดิม

ซึ่งบางทีมันอาจช่วยปลดล็อคเราจากอะไรบางอย่างในอดีต และทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 15 ที่)

บาปหนักที่สุดในโลก

20190219_sin

คือการไม่รู้ว่าตัวเองคิด

ประโยคนี้คือคำสอนของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

เพราะเมื่อไม่รู้ว่าตัวเองคิด เราก็จะหลงอยู่ในความคิด กลายเป็นทาสของความคิด และปล่อยให้ความคิดพาเราห่างไกลจากความรู้เนื้อรู้ตัวในปัจจุบันไป

เมื่อขาดสติ อกุศลก็แทรกได้ง่าย โลภก็เพราะว่าขาดสติ โกรธก็เพราะว่าขาดสติ หลงก็เพราะว่าขาดสติ

ถ้าการไม่รู้ว่าตัวเองคิดคือบาปหนักที่สุดโลก

การรู้ว่าตัวเองคิดก็น่าจะเป็นบุญที่หนักที่สุดในโลกเช่นกัน

ตามคำสอนของหลวงพ่อเทียน การรู้ตัวมีตั้งแต่รู้อย่างหยาบๆ จนไปถึงการรู้อย่างละเอียด

รู้อย่างหยาบๆ ก็เช่นการรู้ถึงความเคลื่อนไหวของร่างกาย

ละเอียดขึ้นมาหน่อยคือรู้ตัวตอนที่กะพริบตา

และรู้ละเอียดสุดก็คือรู้ตัวว่ากำลังคิด

ถ้าอยากจะฝึกสติ ก็เริ่มจากฝึกรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายก่อน เดินก็รู้ นั่งก็รู้ ยกช้อนเข้าปากก็รู้ เคาะแป้นคีย์บอร์ดตอนเขียนบล็อกก็รู้

เมื่อรู้เรื่องหยาบๆ จนคล่องแล้ว ก็จะเริ่มรู้เรื่องละเอียดๆ ขึ้นได้เอง

วันนี้วันพระ เป็นโอกาสอันดีที่จะหันกลับมาสนใจอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญกับชีวิต

และเมื่อไรก็ตามที่การเจริญสติจนกลายเป็นกิจวัตร ทุกวันก็จะกลายเป็นวันพระที่เราสามารถทำบุญใหญ่ได้โดยไม่ต้องรอวันเพ็ญครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 15 ที่)

งานเยอะเหลือเกิน เวลาน้อยเหลือเกิน

20190218_somuchwork

วันนี้วันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์ที่มีวันทำงานเพียงสี่วัน

ใจนึงก็แอบยินดีทีพรุ่งนี้ก็วันหยุดอีกแล้ว

แต่อีกใจนึงก็แอบกังวล เพราะงานเยอะเหลือเกิน แถมเวลาก็ไม่เคยมีมากพอ

แล้วเราจะรับมือกับมันอย่างไรได้บ้าง?

– ทำงานให้เร็วขึ้น – เริ่มให้เร็ว ทำให้เร็ว เสร็จให้เร็ว
– ทำอย่างมีโฟกัส ทำทีละอย่างจนเสร็จ ไม่แวะข้างทางบ่อยเกินไป
– ถ้าเป็นหัวหน้าหรือคนนำโปรเจค ก็มอบหมายงานบางชิ้นให้คนอื่น ไว้ใจคนอื่นให้มากขึ้น
– ถ้าไม่มีสิทธิ์มอบหมาย ก็ยังมีสิทธิ์ขอความช่วยเหลือ เลิกเขินอาย
– ถามตัวเองว่า มีวิธีอื่นที่จะทำงานชิ้นนี้รึเปล่า อย่าทำเพียงเพราะเราทำวิธีนี้มานาน
– ตัดงานบางอย่างทิ้ง

งานนั้นเป็นอนันต์อยู่แล้ว ต่อให้ทำเยอะแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้เราชนะอนันต์ได้

อย่างมาก เราก็ทำได้แค่ดีที่สุด

ดีที่สุดในนิยามของเรา

ดีที่สุดในนิยามของผมคืองานที่เมื่อทำเสร็จแล้ว จะมีประโยชน์ต่อองค์กรในวันนี้ พรุ่งนี้ เดือนหน้า หรือแม้กระทั่งปีหน้า

ส่วนงานอะไรที่มีประโยชน์ต่อองค์กรแค่ประเดี๋ยวประด๋าว หรืองานที่เรายังไม่เห็นเลยว่ามีประโยชน์ต่อองค์กรยังไง ก็เก็บเอาไว้ก่อน โยนมันทิ้งไป หรือเข้าไปคุยกับหัวหน้าเผื่อว่าความเข้าใจของเราคลาดเคลื่อน

คนที่จะประสบความสำเร็จ อาจไม่ใช่คนที่ทำได้มากที่สุด

แต่เป็นคนที่เลือกมาอย่างดีว่าจะทำอะไรบ้าง แล้วลงมือทำออกมาให้สุดฝีมือที่สุดครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19