รักตัวเองให้ดูแลคนอื่น

20190324_loveoneself

รักคนอื่นให้ดูแลตัวเอง

เพราะคนที่รักตัวเองมักจะลืมดูแลคนอื่น และคนที่รักคนอื่นมักลืมดูแลตัวเอง

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเชื่อมโยงกันหมด ถ้าไม่ดูแลหนึ่งให้ดี เราก็ไม่สามารถดูแลร้อยให้ดีได้ และถ้าเราทำร้ายร้อย หนึ่งของเราก็ย่อมบอบช้ำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

หากอยากให้คนรอบข้างมีความสุข ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะดูแลตัวเองให้ดี ยกตัวเองอย่างเช่นหัวหน้าทีมที่อยากให้ทีมงานมีความสุข เขาย่อมจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ กินของที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและพลังงานบวกมาส่งต่อให้คนในทีมได้

ถ้าเราอยากให้ตัวเองมีความสุข เราก็ต้องดูแลคนรอบข้างให้ดี ยกตัวอย่างหัวหน้าทีมคนเดิมที่กลางวันหมั่นโทร.ไปหาภรรยา ตกดึกช่วยเลี้ยงลูก วันหยุดพาไปทานข้าว คอยรดน้ำพรวนดินให้กับความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ต้นรักก็จะแข็งแรงไม่สั่นคลอน ภรรยาไม่โทร.จิกโทร.ตาม หัวหน้าจึงทำงานได้อย่างเต็มที่

หนึ่งคือร้อยร้อยคือหนึ่ง

รักตัวเองให้ดูแลคนอื่น รักคนอื่นให้ดูแลตัวเองครับ

—–

รับบทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings: bit.ly/tgimline

นิทานบวชเลย

20190322_ordainnow

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีเรื่องเล่าว่าพระอาจารย์ฉือเจิ้นเป็นผู้ที่บวชให้แก่พระชิงหลวนแห่งญี่ปุ่น

โดยก่อนบวชนั้นพระอาจารย์ฉือเจิ้นได้กล่าวถามถึงเหตุผลในการบวช

“เจ้าหนูน้อย อายุเพียงเท่านี้ ทำไมอยากบวชแล้วหรือ?”

เด็กน้อยชิงหลวนตอบอย่างฉะฉานกลับมาว่า

“ที่กระผมบวช ก็มีเหตุมาจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วครับ กระผมอยากรู้ว่าทำไมคนเราต้องตาย และที่ต้องแยกจากพ่อแม่มีสาเหตุมาจากอะไร กระผมหวังว่าการบวชจะช่วยให้พบคำตอบที่แท้จริงได้”

พระอาจารย์ฉือเจิ้นชื่นชอบในความคิดของเด็กน้อยผู้นี้มาก และเต็มใจอย่างยิ่งที่จะบวชให้ ติดที่ดึกเกินไปเสียแล้ว

“ความคิดของเจ้านับว่าดีแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ดึกดื่นมากแล้ว ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์เสียก่อนแล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาบวชกัน”

ชิงหลวนกล่าวคัดค้านทันที

“ตัวกระผมอายุยังน้อย ความคิดอ่านยังไม่มั่นคง กลัวว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนใจไม่บวชไปเสีย ส่วนท่านอาจารย์ก็อายุเยอะมากแล้ว ไม่แน่ว่าท่านจะมีอายุถึงพรุ่งนี้หรือไม่ กระผมว่าเราควรบวชเสียแต่ตอนนี้จะดีที่สุด”

ท่านอาจารย์อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ออกมา

“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก เราสองคนไม่อาจจะรั้งรอได้อีกแล้ว เอาเป็นว่าเราบวชกันตอนนี้เลย”

ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

ติดตามบทความทางไลน์ : bit.ly/tgimline

ผู้หญิงเค้าไม่ได้ต้องการหนังสือ How to

20190320_howto

อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชายมีคู่มักลืมกัน รวมถึงผมด้วย

เวลาแฟนมีปัญหา บ่นอะไรให้ฟัง ผมมักกระโจนสู่ทางแก้

ทำไมไม่ทำอย่างนั้น ทำไมไม่ลองอย่างนี้ เคยเตือนแล้วจำได้มั้ย

ยิ่งอ่านมาเยอะ ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งมีแนวโน้มที่จะตัดบท แนะนำคำตอบในจังหวะผิดๆ

พอผิดจังหวะบ่อยๆ แฟนก็เลยต้องเอ่ยปากว่า “รุตม์…เราไม่ได้ต้องการหนังสือ how-to”

ยิ่งหาทางออกให้เขาเร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเท่านั้น

ถอดหมวกกูรู ดึงตัวเขามาใกล้ๆ ฟังให้เยอะ พูดให้น้อย

แล้วบางทีปัญหาก็จะจบได้โดยที่เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยครับ

ก่อนจะเช็คเมลให้ส่งเมล

20190320_sendmailfirst

หนึ่งในกิจวัตรยามเช้าของคนทำงานคือการเข้าไปเช็คว่ามีเมลอะไรเข้ามาบ้าง

เช้านี้ผมมีเมลที่ส่งเข้ามาประมาณ 24 ฉบับ กำลังจะกดอ่านเมลแรกก็นึกขึ้นมาได้ว่างยังไม่ควร

เหตุผลก็เพราะว่า

1.เมลใน inbox คือเรื่องสำคัญสำหรับ “คนอื่น” แต่อาจไม่ได้สำคัญสำหรับเราเสมอไป

2.เมลที่อยู่ใน inbox รอเรามาได้ตั้งหลายชั่วโมง ให้รอต่ออีกซัก 30 นาทีหรือชั่วโมงนึงก็คงไม่เป็นไรหรอก (ถ้าเรื่องมันด่วนจริงๆ เขาคงติดต่อเรามาทางอื่นแล้ว)

3.จริงๆ แล้วการที่เราเช็คเมลอาจเป็นวิธีการ “หลบหลีก” งานสำคัญอื่นๆ อยู่ก็ได้

ในช่วงเช้าที่ไม่มีใครขัดจังหวะ สิ่งที่ควรทำมากกว่าการเช็คเมล คือการถามตัวเองว่ามีเมลอะไรบ้างที่เราควรส่ง มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ

จัดการส่งเมลเหล่านั้นให้เรียบร้อย แล้วค่อยมาเช็คเมลก็ยังไม่สายครับ

แล้วช่วงเวลานี้ก็จะผ่านพ้นไป

20190319_thisshallpass

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว และความหนุ่มสาวอยู่กับเราได้ไม่นาน

เราจึงไม่ควรผัดผ่อนการมีความสุข เพราะความสุขเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

คำถามคือเราเคยมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าบ้างหรือเปล่า หรือเรามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง

ถ้าเราเอาแต่ก้มหน้า เราก็จะพลาดปัจจุบัน ทั้งๆ ที่สิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” นั้นมีได้เพียงในปัจจุบันขณะเท่านั้น

ความดีงาม ความรื่นเริง ความเบิกบานนั้นมีอยู่ รอให้เราเข้าไปสัมผัส

จงเงยหน้า ตัวอยู่ตรงไหน ใจอยู่ตรงนั้น ซึมซับสิ่งที่เกิด บันทึกไว้เป็นความทรงจำ ก่อนที่มันจะผ่านพ้นไป

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว และความหนุ่มสาวอยู่กับเราได้ไม่นานครับ

งานมีเป็นอนันต์แต่ชีวิตคนมีจำกัด

20190319_infinitework

สำหรับคนที่มีความรับผิดชอบ ย่อมต้องอยากทำให้งานมันเสร็จ จะได้สบายใจที่รู้ว่าทำเต็มที่แล้ว

แต่งานมีคุณสมบัติพิเศษตรงที่มันแตกหน่อใหม่ได้เสมอ ตอบเมลเสร็จแล้วก็จะมีเมลใหม่มา ทำโปรเจ็คเสร็จแล้วก็มีโปรเจ็คอื่นรอคิว ทำงานนี้ดีแล้วแต่ก็ยังสามารถทำให้ดีได้กว่านี้อีก

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ หรือทำฟรีแลนซ์ มันมีอะไรให้ทำได้มากกว่านี้เสมอ

ยิ่งอยู่ในยุคสมัยที่เราสามารถพกงานติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา เรายิ่งต้องไม่ลืมที่จะถามตัวเองว่า แค่ไหนคือพอได้แล้ว

เพราะงานนั้นเป็น infinity เราต้องไม่เผลอหลอกตัวเองว่าเราจะเอาชนะ infinity ได้

ทำให้เต็มที่ ทำให้พอดี แล้วใช้เวลาอันจำกัดที่เหลือสำหรับสิ่งสำคัญอื่นๆ ในชีวิตกันครับ


ติดตามบล็อกผ่าน LINE: bit.ly/tgimline

ถ้าจะทำให้ดีมันก็ยากทั้งนั้น

20190813_hardtogetthingsright

เมื่อคืนนี้ผมกับทีมผู้บริหารที่ Wongnai ขึ้นเวทีเล่นเพลง “เข้ากันดี” ในงาน outing ที่โรงแรม Rayong Marriott ครับ

วงมีอยู่ 8 คน กลองหนึ่ง เบสหนึ่ง กีตาร์สอง ส่วนอีกสี่คนช่วยกันร้อง

ที่เลือกเล่นเพลงเข้ากันดี เพราะชอบความหมาย ร้องก็ง่าย คอร์ดก็ไม่ยาก ไลน์โซโล่ก็ตรงไปตรงมา เลยคิดว่าพวกเราน่าจะพอซ้อมกันได้ภายในเวลาอันจำกัด

แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ผมเล่นเบส พอตั้งใจฟังถึงรู้ว่ามีรายละเอียดพอสมควร ต้องใช้เวลาแกะและซ้อมอยู่นานกว่าจะจำได้ขึ้นใจ

ส่วนกีตาร์โซโล่ท่อนอินโทรก็สปีดค่อนข้างเร็ว กว่ามือกีตาร์ของเราจะเล่นแต่ละโน๊ตออกมาให้ชัดและให้เร็วพอก็ต้องซ้อมเป็นร้อยๆ รอบ

เนื้อร้องที่เหมือนไม่มีอะไร ก็มีหลายท่อนที่อาจเผลอร้องคร่อมหรือขึ้นเสียงไม่ถึง ต้องปรับต้องร้องซ่อมอยู่หลายรอบเหมือนกัน

ตอนแรกที่คิดว่าเลือกเพลงง่ายสุดๆ มาแล้ว พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายเลย ขนาดซ้อมมาเต็มที่แล้ว ตอนขึ้นเวทีก็ยังเล่นผิดๆ ถูกๆ จนหวุดหวิดจะล่มด้วยซ้ำ

การทำงานก็เช่นกัน

ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ ภายนอกจะดู simple แค่ไหน ถ้าขุดลึกลงไปก็จะพบรายละเอียดอยู่มากมาย และมีอะไรที่ควรปรับปรุงแก้ไขเต็มไปหมด

ถ้าเรากำลังรู้สึกท้อกับงานใดก็ตาม ขอให้บอกตัวเองว่า ที่เราต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ ก็เพราะว่าเราอยากให้มันออกมาดีไง จะให้ลงแรงน้อยๆ แล้วออกมาชุ่ยๆ เราก็คงยอมไม่ได้เหมือนกันจริงมั้ย

พลังงานไม่อาจถูกทำลาย แรงและเวลาที่ใส่ลงไปย่อมไม่หายไปไหน แต่มันจะแปรรูปไปเป็นทักษะ ประสบการณ์ และความทรงจำที่จะติดตัวเราไปอีกนานครับ

นิทานสมบูรณ์แบบ

20190315_perfect

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อาจารย์เซนกำลังวาดภาพ โดยมีศิษย์อาวุโสนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อบอกอาจารย์เวลาที่อาจารย์วาดภาพได้สมบูรณ์แบบ

ทั้งศิษย์และอาจารย์ต่างรู้สึกกังวล เพราะศิษย์ไม่เคยเห็นอาจารย์ทำอะไรไม่สมบูรณ์แบบ แต่วันนั้นเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อาจารย์ใช้ความพยายาม และยิ่งเขาใช้ความพยายามมากเท่าไร ภาพวาดก็ยิ่งออกมาเละ

อาจารย์พยายามแล้วพยายามอีก เหงื่อเริ่มแตกพล่าน แล้วพอศิษย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่ายหน้าปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ไม่ขอรับ นี่ยังไม่สมบูรณ์แบบ” อาจารย์ก็ยิ่งพลาดมากขึ้น

พอหมึกใกล้หมด อาจารย์จึงกล่าวว่า “เจ้าออกไปฝนหมึกมาเพิ่มที” ขณะที่ศิษย์ฝนหมึกอยู่ข้างนอก อาจารย์ก็สร้างผลงานชิ้นเอกขึ้นมา เมื่อศิษย์กลับเข้ามาเห็นจึงกล่าวว่า “อาจารย์ขอรับ นี่แหละสมบูรณ์แบบ! เกิดอะไรขึ้นขอรับ”

อาจารย์หัวเราะและกล่าวว่า “ข้าเริ่มตระหนักขึ้นมาว่า การอยู่ตรงนั้นของเจ้า การคิดว่าจะมีใครมาชื่นชมหรือประณาม มาบอกว่าใช่หรือไม่ใช่ เหล่านั้นล้วนรบกวนความสงบภายในใจข้า ตอนนี้ข้าไม่ถูกรบกวนแล้ว ข้ารู้แล้วว่าสาเหตุเดียวที่ทำให้มันไม่สมบูรณ์แบบก็คือการที่ข้าพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบ”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือพลังสร้างสรรค์: ของกำนัลแด่ผู้ฉีกกรอบ (Creativity: Unleashing the Forces Within) เขียนโดย OSHO แปลโดย ภัทรินี เจริญจินดา 

ชีวิตนั้นยากพออยู่แล้ว

20190314_hardenough

จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปให้มันยากเกินความจำเป็น

Don’t make life harder than it has to be.

เรื่องที่เรามักจะเผลอทำให้ชีวิตยุ่งยากเกินความจำเป็น

– ปล่อยปละละเลยปัญหาเล็กๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ

– ไม่ทำงานเสียแต่เนิ่นๆ ค่อยมาอัดเอาในนาทีสุดท้าย

– มุ่งมั่นที่จะเอาชนะและเป็นคนถูก จนความสัมพันธ์ถลอกปอกเปิก

– พูดสิ่งที่คิดเพื่อความสะใจ แต่ทำลายน้ำใจคนรอบข้าง

– อดหลับอดนอนเพื่อให้ทำงานได้เพิ่ม 20% แต่พอป่วยก็เสียงานไป 40%

– เสพอบายมุขเกินพอดี เปลืองเงิน เปลืองสุขภาพ เปลืองเวลา

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย แค่ใช้ชีวิตให้ได้ดีก็ตึงมือแล้ว

อย่าไปทำให้ชีวิตมันยากขึ้นด้วยการทำอะไรที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ฉลาดเลย

ความสำเร็จเป็นกับดักชั้นยอด

20190312_successtrap

หนึ่ง เพราะเราชอบความรู้สึกดีๆ

สอง เพราะเราไม่ชอบออกแรง

สาม เพราะเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเราทำอะไรสำเร็จแล้ว เราจึงมีแนวโน้มที่จะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ เพราเราเสพติดความรู้สึกดีๆ เพราะเราไม่อยากเปลืองแรงไปลองผิดลองถูก เพราะเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพราะการเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความไม่แน่นอน

แต่ถึงเราจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ความไม่แน่นอนก็ย่อมมีอยู่ตามกฎไตรลักษณ์

ทำแบบเดิมสำเร็จมานานปี ทำแบบเดิมวันนี้อาจล้มเหลว เพราะบริบทไม่เคยเหมือนเดิม และคนก็ไม่เคยเหมือนเดิม

ความสำเร็จจึงเป็นกับดักที่อันตรายกว่าความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวมันบังคับให้เราต้องเปลี่ยน แต่ความสำเร็จเป็นตัวบอกว่า เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว

กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็ไม่ได้ดีอีกต่อไปแล้ว