เหมือนได้ฟังพี่อ้อยพี่ฉอดในวันมาฆบูชา

ผมอุทานในใจเมื่ออ่านหนังสือ “รักมิใช่…” ของอาจารย์ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ จบ

พี่อ้อยและพี่ฉอดโด่งดังจากรายการ Club Friday บนคลื่น Green Wave 106.5 FM ซึ่งเป็นรายการที่เปิดให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้ามาปรึกษาปัญหาหัวใจมายาวนานกว่า 20 ปี

ส่วนอาจารย์ดนัยน่าจะเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้ยินได้ฟังอาจารย์ครั้งแรกจากพ็อดแคสต์ Myth Universe ตอนที่ 54 | “อะตอมถึงจักรวาลในคัมภีร์พุทธ กับ รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์” และเป็นแฟนคลับของอาจารย์มาตั้งแต่นั้น

หนังสือ “รักมิใช่…” เป็นหนึ่งในสามเล่มแรกจากความร่วมมือของสำนักพิมพ์ mind & thought ในเครือสำนักพิมพ์แจ่มใส และ happening ของคุณวิภว์ บูรพาเดชะ ที่ชวนนักเขียนและนักวาดมา collab กัน

ผลที่ได้ออกมาคือหนังสือขนาดเหมาะมือที่ “อ่านก็ได้ ดูก็ดี” เพราะมีภาพสวยๆ แซมอยู่ตลอดเล่ม “รักมิใช่…” ได้คุณ toddyinthemood (ทศพล กล่อมเกลา) มาวาดภาพประกอบให้

นี่คือข้อความบางช่วงตอนที่ผมขอยกมาเพื่อให้ได้ชิมลางกันครับ

  1. คนที่ใช้ความรักเพื่อหนีความเหงาจะไม่มีวันพ้นจากความเหงาเลย เพราะถึงมีคนข้างกาย ความเหงาก็แค่ซ่อนตัวรอวันโผล่ออกมา แต่คนที่ยอมเข้าใจความเหงาในฐานะส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ จะรักได้อย่างเบาลง และอยู่คนเดียวได้อย่างเต็มขึ้น
  2. บางทีการคาดหวังก็ไม่ต่างจากการคาดโทษ เพราะเมื่อไหร่ที่ใครไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง เราจะลงโทษเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ถ้าเรารักใครเพราะหวังว่าเขาจะมาอุดรูโหว่ในใจของเรามีมาเนิ่นนาน สุดท้ายก็ไม่มีใครทำได้หรอกครับ ไม่ใช่เพราะเขาไม่รักเรามากพอ แต่เพราะรูโหว่นั้นไม่มีใครเติมเต็มได้นอกจากตัวเราเอง
  3. ในบางความสัมพันธ์ที่บีบคั้น จะมีโมเมนต์หนึ่งที่ตัวตนของเราเริ่มหายไปทีละน้อย วันแรกอาจจะแค่เปลี่ยนรสนิยม วันต่อมาอาจจะลดความฝัน วันต่อมาอาจจะตัดเพื่อน วันต่อมาอาจจะเลิกทำสิ่งที่เคยรัก จนวันหนึ่งเรามองในกระจกแล้วเห็นแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ ไม่มีอะไรในชีวิตที่เป็นเราจริงๆ เหลืออยู่เลย
  4. ทุกครั้งที่เราโต้กลับ เถียงกลับ ขุดเรื่องเก่ามาด้วย เรากำลังป้อนอาหารให้โทสะอีกฝ่าย และโทสะของตัวเองด้วย ยิ่งกินก็ยิ่งโต ยิ่งโตก็ยิ่งหิว วงจรนี้ไม่มีวันจบ เพราะมันออกแบบมาให้เคลื่อนต่อไปเรื่อยๆ
  5. ในทางพุทธมีความรักอีกแบบหนึ่ง นั่นคือรักแบบพรหมวิหารสี่ ที่ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เรายังสามารถรักอีกคนได้เต็มหัวใจ เพียงแต่ไม่ยึด ไม่กำแน่น และไม่คาดหวังว่าเขาจะต้องอยู่กับเราตลอดไป เมื่อสิ่งนั้นหลุดลอย เราก็พร้อมปล่อยให้มันเป็นไป ไม่ว่าเหตุของการปล่อยจะมาจากอะไรก็ตาม
  6. ความรักที่ตามใจทุกอย่างไม่ใช่ความเมตตา แต่คือความขี้ขลาดในรูปแบบหนึ่ง เพราะกลัวว่าถ้าพูดความจริง ถ้าไม่ยอมในสิ่งที่ไม่ควรยอม อีกฝ่ายจะโกรธ จะไม่รัก จะจากไป เลยเลือกที่จะเงียบ เลือกที่จะยอม เลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปแม้รู้ว่าไม่ถูก
  7. ความรักที่ไม่หลงในมายา ไม่ใช่ความรักที่ไม่มีความคาดหวังเลย แต่คือความรักที่ยังมองเห็นกันและกันชัดเจน แม้ในวันที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น
  8. ในทางพุทธ ความกลัวเป็นรากของความทุกข์ที่ลึกพอๆ กับตัณหา เพราะตัณหาคือการวิ่งเข้าหา เพราะอยากได้ อยากมี อยากเป็น ส่วนความกลัวคือการวิ่งหนี เป็นวิภวตัณหา คือไม่อยากได้ ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น หรือผลักไสไปเสียทุกอย่าง สรุปแล้วทั้งหมดก็คือการไม่ยอมอยู่กับความจริงตรงหน้าเหมือนกัน คนที่กลัวรักจึงไม่ได้พ้นทุกข์ แค่เปลี่ยนรูปแบบของทุกข์ไปเท่านั้น
  9. ดังนั้นคำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ “ทำไมฉันต้องเจอคนแบบนี้อีก” แต่เป็น “อะไรในตัวฉันที่ยังคอยดึงคนแบบนี้เข้ามา”…วันที่เราตื่นรู้คือวันที่เรายอมรับว่าสิ่งที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่คนอื่น แต่คือเราเองนั่นแหละที่ต้องเปลี่ยนคนแรก จบที่เราเบาที่สุดอย่างที่เขาว่ากัน…คนที่ใช่จะเดินเข้ามาเอง ไม่ใช่เพราะดวงเปลี่ยน แต่เพราะตัวเราเปลี่ยน แม่เหล็กในใจเราก็เลยเปลี่ยนไปและดึงดูดคนที่ไม่เหมือนเดิมเข้ามานั่นเอง
  10. ในสมัยพุทธกาล พระสาวกหลายรูปโดยเฉพาะกลุ่มภิกษุณีเข้ามาบวชเพราะปัญหาความรักทั้งนั้น บางคนสูญเสียคนรัก บางคนถูกทรยศ บางคนสูญเสียลูก บางคนเห็นความไม่เที่ยงของความสัมพันธ์จนใจสลาย แล้วใช้ความเจ็บนั้นเป็นบันไดก้าวสู่การบรรลุธรรม นั่นแปลว่าความทุกข์จากความรักไม่ได้มีไว้ให้จมอยู่กับมัน แต่มีไว้ให้เราเรียนรู้
  11. ในทางพุทธ การรักให้เป็นจึงไม่ใช่ทักษะที่เกิดเองจากธรรมชาติ มันคือสิ่งที่ต้องฝึกตลอดชีวิต เหมือนทักษะอื่นๆ ที่มีคุณค่า ฝึกผ่านการสังเกตใจตัวเอง ผ่านการเจ็บแล้วลุกขึ้นใหม่ ผ่านการเห็นโทษของการรักผิดๆ ในตัวเอง และผ่านการตื่นรู้ทีละน้อยในแต่ละความสัมพันธ์
  12. ความรักที่ตื่นรู้ไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้กลัวการสิ้นสุด แต่ใช้ความรู้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนและสิ้นสุดในวันหนึ่งเป็นแรงผลักดันให้รักกันอย่างเต็มที่ในวันนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ไม่มีใครรับประกันได้เลย

30 ประโยคสุดจี๊ดจากพี่อ้อย Club Friday

เมื่อวานนี้ทาง LINE MAN Wongnai ได้เชิญพี่อ้อย Club Friday มา WeShare เนื่องในเดือนแห่งความรัก

เราเคยเชิญพี่อ้อยมา WeShare แล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2018 มารอบนี้พี่อ้อยก็ยังท็อปฟอร์มเหมือนเดิม พูดสดๆ 1.5 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีสไลด์ ไม่ต้องมีโน๊ต ประโยคต่างๆ พรั่งพรูออกมา ทั้งให้ข้อคิด ทั้งแทงใจดำ ผมกับน้องๆ ทีม People จดตามแทบไม่ทัน

นี่คือ 30 ประโยคที่ผมชอบเป็นพิเศษครับ

คนอกหัก / คนโสด

  1. บางคนงานก็หนัก รักก็แย่
  2. รับรู้ไม่ได้แปลว่ารับรักเสมอไป
  3. ทำดีได้ดี แต่ไม่ได้หัวใจนะคะลูก
  4. บางทีเราไม่ได้ต้องการคำตอบ แค่ต้องการคำปลอบเฉยๆ
  5. วันที่เราอ่อนแออย่าเพิ่งรีบเข้มแข็ง เดี๋ยวแผลจะใหญ่กว่าเดิม
  6. จะรักใครมากแค่ไหน รักตัวเองให้ได้ครึ่งนึงที่รักเขาเราก็รอดแล้ว
  7. เวลาเขาตอบว่า “เลือกไม่ได้” แปลว่าเขาเลือกแล้ว นั่นคือเขาไม่ได้เลือกเรา คำตอบมีมาตั้งแต่ต้น เขาไม่ได้ให้ความหวัง แต่เรายังพร้อมที่จะหลอกตัวเองต่อไป
  8. เราไม่ได้มีความสุขกับความโสดหรอก เพียงแต่คนที่เข้ามาไม่ได้ทำให้เราชอบเขามากพอที่จะสละความสุขจากความโสด

คนมีคู่

  1. เรามักจะงี่เง่ากับคนที่เราให้ความสำคัญ
  2. เรามักจะแสดงความคิดเห็น แม้ยังไม่เห็นด้วยซ้ำ
  3. รักกันไม่ใช่แค่ต้องเชื่อใจกัน รักกันต้องทำตัวให้น่าเชื่อใจด้วย
  4. ความเชื่อใจ สร้างไม่ง่าย ทำลายไม่ยาก แถมลำบากจะเรียกคืน
  5. อะไรก็ตามมองอยู่ไกลๆ ยังไงก็สวย แต่อยู่ด้วยอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
  6. ความไม่สมบูรณ์แบบคือสิ่งปกติ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ – แม้แต่ตัวเราเอง
  7. รักทางไกลวันนี้ง่ายกว่าเดิมเยอะ กดปุ่มนึงก็เจอกันแล้ว
  8. ความไกลไม่ได้ทำให้ใจห่าง แต่ทำให้คนที่ไม่ได้รักกันเท่าไหร่แสดงออกกันมากขึ้น
  9. อย่ามัวแต่มองจอจนไม่รอเจอหน้ากัน
  10. มีอะไรคุยกัน ไม่สำคัญเท่ามีอะไรฟังกันหรือเปล่า
  11. อย่ามัวแต่มองข้างหน้าจนลืมมองคนข้างๆ วันหนึ่งความสำเร็จจะอ้างว้างถ้าไม่มีคนข้างๆ ฉลองด้วย

คนมีอดีต

  1. อย่าเอาอดีตมากรีดปัจจุบัน
  2. ความระแวงจะเป็นแรงผลักให้คนอื่นดูน่ารักมากกว่าเรา
  3. ตื่นมาอีกวัน เราก็ห่างอดีตไปอีกวัน ไม่อยากมีปัจจุบันดีดี เลยไปจบอยู่กับอดีตแย่ๆ

คนอื่น

  1. แฟนเก่ากลับมาทัก ไม่ได้แปลว่าเขากลับมารักซะหน่อย
  2. ตอนเป็นแฟนกันยังคาดหวังไม่ได้ เป็นแฟนเก่าจะไปหวังให้เค้าขอโทษเหรอ
  3. ปากอยู่ที่เขา ใจอยู่ที่เรา อย่าให้ปากใครสูงค่าจนทำร้ายหัวใจเราได้
  4. คนที่เราไม่ชอบมักจะอยู่ที่หางตาของเราเสมอ
  5. อย่าทำตัวเองเป็นกล้องวงจรปิดตามติดชีวิตคนที่เราไม่ชอบ ถ้าไม่ชอบก็แค่แยกย้าย

คนไม่ยอมแพ้

  1. ยิ้มของเราต่อชีวิตคนอื่นได้
  2. เราต้องมีความสุขให้ได้ตามเงื่อนไขที่มี
  3. สู้ทีละวัน รอดทีละวัน เดี๋ยวก็รอดทุกวัน


ติดตาม Anontawong’s Musings ตามช่องทางที่สะดวก >> https://linktr.ee/anontawong

ผู้หญิงที่ไม่มีแฟนก็เหมือนปลาที่ไม่มีจักรยาน

“A woman without a man is like a fish without a bicycle”

Irina Dunn

หนึ่งในความกังวลของน้องๆ ผู้หญิงที่ผมรู้จักก็คือการยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน

ผมเข้าใจความกังวลนี้ดี เพราะช่วงที่ผมทำงานใหม่ๆ ก็เป็นโสดอย่างยาวนานเช่นกัน

แต่การอยู่ตัวคนเดียวมันก็มีข้อดีหลายอย่าง อยากทำอะไรก็ได้ทำ จะไปไหนมาไหนก็ได้ไป มีเวลาให้ตัวเองและเพื่อนฝูงได้อย่างเต็มที่

แน่นอนว่าต้องมีอารมณ์อิจฉาบ้างเวลาเห็นเพื่อนมาแฟนมากินข้าวด้วย แต่นั่นก็แค่นานๆ ที

ไม่เหมือนสมัยนี้ที่เพื่อนลงสตอรี่คู่กับแฟนแทบจะทุกวัน คอยตอกย้ำให้รู้สึกว่าเราต้องรีบหาคู่กับเขาบ้าง

แต่เรื่องอย่างนี้มันก็เร่งกันไม่ได้ ยิ่งเร่งจะยิ่งกลายเป็นทุกข์ใจกว่าตอนโสดเสียอีก

สิ่งที่พอจะทำได้ คืออยู่กับตัวเองให้ดี เพราะความสุขนั้นมีหลายต้นทาง ไม่ได้มาจากเพศตรงข้ามแต่เพียงอย่างเดียว

คนไม่มีแฟน ก็เหมือนปลาที่ไม่มีจักรยานเอาไว้ขี่ ซึ่งไม่เห็นจะเป็นไร เราก็เป็นปลาสวยๆ ของเราต่อไป

ถึงเวลาที่ใช่ คนที่ใช่จะเข้ามาเอง

นิทานใครเจ็บกว่า

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เจนเพิ่งเลิกกับศร ร้องไห้ฟูมฟาย เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

ฝ้ายเพื่อนสนิทเป็นห่วงเลยโทรมาหา

ฝ้าย: “เป็นไงมั่งแก?”

เจน: “ไม่โอเคสุดๆ ชั้นเข้าไปส่องใน IG เห็นศรยังลงสตอรี่อยู่เลย ดูไม่เห็นเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไร ผู้ชายมันเป็นอย่างนี้เหรอวะ”

ฝ้าย: “อย่าไปเหมารวมดิ”

เจน: “แต่ชั้นคิดจริงๆ นะเว้ย ว่าเวลาคนเราเลิกกัน ฝ่ายหญิงมักจะเจ็บกว่า”

ฝ้าย: “แกเคยเห็นเด็กเล่นหนังยางมั้ย”

เจน: “อ้าว ทำไมเปลี่ยนเรื่อง เคยเห็นดิ”

ฝ้าย: “เด็กไร้เดียงสาสองคน เอานิ้วเกี่ยวหนังยางไว้คนละด้าน และดึงหนังยางให้ห่างออกจากกัน ดูว่าจะดึงได้ยาวแค่ไหน”

เจน: “อาฮะ…”

ฝ้าย: “เวลาหนังยางมันขาด หรือเวลาคนหนึ่งปล่อยหนังยาง รู้มั้ยว่าใครที่เจ็บตัว”

เจน: “…”

ฝ้าย: “คนที่ไม่ยอมปล่อยหนังยางยังไงล่ะ”

เคยรักใครมากเสียจนเราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขาไหม?

20180725_lovingsomuch

มากพอที่เราจะตื่นเช้ากว่าที่เคย

มากพอที่เราจะทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำ

มากพอที่เราจะเลิกนิสัยแย่ๆ

มากพอที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ถ้าคุณเคยผ่านประสบการณ์นี้ และยังจำความรู้สึกนั้นได้

ลองรักตัวเองแบบนั้นดูบ้างดีมั้ย?

“Ever loved someone so much, you would do anything for them? Yeah, well, make that someone yourself and do whatever the hell you want.”
-Harvey Specter