Pic & Pause: ภาพที่เขย่าขวัญที่สุด

20170512_horrific

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีนิทานมาเล่า จึงขอนำภาพที่ผมเจอใน Quora เมื่อมีคนตั้งคำถามว่า What is the most horrific picture you have ever seen? – ภาพที่น่ากลัวที่สุดที่คุณเคยเห็นคือภาพอะไร

หนึ่งในคำตอบคือภาพนี้ครับ

the-quality-of-mercy-is-not-strained_orig

ภาพนี้ได้ชื่อว่า The Kiss of Judas หรือ รอยจูบของยูดาส

ยูดาส คือหนึ่งใน 12 อัครสาวกของพระเยซู แต่เป็นคนที่ทรยศหักหลังพระเยซู จนทำให้พระเยซูโดนตรึงกางเขน ทำให้คำว่า Judas มีความหมายเดียวกับคำว่า “คนทรยศ” มานับแต่นั้น

ภาพที่คุณเห็นอยู่นี้เกิดขึ้นที่สเปน เป็นภาพของ “การสู้วัวกระทิง” ซึ่งเป็น “กีฬา” ของชาวสเปนที่มีมาช้านาน

ข้อมูลการสู้วัวจากเว็บคุณ Jiratchaya Sunantarod

อันที่จริงแล้ว คำว่า “การสู้วัว” นั้นเป็นการเรียกชื่อที่ผิดข้อเท็จจริงอย่างมาก เพราะมันเป็นการต่อสู้แข่งขันที่มีศักดิ์ศรีความสมน้ำสมเนื้อกันน้อยมากระหว่างมาธาดอร์ (ภาษาสเปน หมายถึง นักฆ่า) ผู้กวัดแกว่งดาบอย่างคล่องแคล่วว่องไวกับวัวที่มึนงง ว้าวุ่น ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกข่มขู่ทรมานจนเสียขวัญ และถูกทอนกำลังจนอ่อนล้าเจียนสิ้นแรงล้มลงผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของเกมสู้วัวก็คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตัวแทนบริษัทท่องเที่ยวและผู้จัดรายการสู้วัวต่างโหมประโคมว่าการสู้วัวนั้นเป็นการต่อสู้ที่สนุกสนานและยุติธรรม แต่สิ่งที่เขาไม่เอ่ยถึงก็คือวัวนั้นไม่เคยมีโอกาสป้องกันตัวเองและยิ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิตไปได้ วัวจะถูกทอนกำลังให้อ่อนล้าก่อนอย่างจงใจด้วยวิธีการหลายแบบ เช่นปล่อยกระสอบทรายหล่นทุบลงบนหลังของมัน ส่วนการใช้ยานั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดามากจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Salamanca ของสเปน พบว่า วัวสำหรับใช้ในการสู้วัวจำนวน 20 เปอร์เซนต์ถูกวางยาก่อนที่จะถูกปล่อยลงสนาม ในการสุ่มตัวอย่างวัว 200 ตัว พบว่าหนึ่งในห้าของจำนวนนี้มีการทายาแก้อักเสบเพื่อช่วยปกปิดบาดแผลต่าง ๆ ที่เกิดจากการทอนกำลังของมันก่อนหน้านี้ อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันโดยปกติคือการ “เล็ม” เขาของวัวโดยการเลื่อยปลายเขาของมันออก 2-3 นิ้ว เขาของวัวก็เช่นเดียวกับหนวดของแมว มันใช้เป็นเครื่องนำทาง การถูกเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจะทำให้การทำงานของมันเสียศูนย์ไป

ภาพนี้คือภาพของวัวที่ถูกส่งลงสนามเพื่อถูกฆ่า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของคนดูและความสิ้นหวัง มันเหลือบไปเห็นใบหน้าใบเดียวที่มันรู้จัก นั่นคือใบหน้าของเจ้าของที่เคยเลี้ยงดูมันมา มันจึงวิ่งไปหาเจ้าของที่อาจจะเป็นคนสุดท้ายที่จะช่วยมันได้ แต่สิ่งเดียวที่มันได้รับคือรอยจูบอำลานี้ก่อนที่มันจะถูกปล่อยให้กลับไปเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

พอเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่าทำไมภาพนี้ถึงได้ชื่อว่า Kiss of Judas – จูบของคนทรยศ

ผมใช้เวลาอยู่นานมากในการหาแหล่งที่มาของข่าวนี้แต่ก็หาไม่เจอ จึงมีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อนและดราม่าเกินจริง ผู้ชายที่อยู่ในรูปอาจจะไม่ใช่คนที่เลี้ยงวัวตัวนี้มาก็ได้

ถึงอย่างไรก็ตาม กีฬาสู้วัวกระทิงก็ยังคงมีอยู่จริง วัวกระทิงนับร้อยนับพันกำลังถูกฆ่าเพื่อความบันเทิงทุกปี และยังไม่มีทีท่าว่าการละเล่นนี้จะจบลงแต่อย่างใด

ถึงจะจูบหรือไม่จูบ แต่คนที่เลี้ยงวัวเพื่อขายมันเข้าสู่อารีน่าก็อาจจะได้ชื่อว่าเป็นคนทรยศอยู่ดีรึเปล่า? และพวกเขาต่างอะไรกับคนที่เลี้ยงวัวเพื่อขายมันเป็นอาหารให้พวกเรากินมั้ย?

สุดท้ายแล้วใครคือยูดาส? น่าคิดนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Gaurav Yadav’s answer to What is the most horrific picture you have ever seen 

ต้นทางของเรื่องที่เป็นภาษาอังกฤษ (25 Aug 2015) Some Dogs are Angels: The qualilty of mercy is not strained

ต้นทางของเรื่องนี้ที่เป็นภาษาเยอรมัน (23 Aug 2015) (กด See Translation ได้) Luigi V Temporin’s Facebook photo 

ขอบคุณข้อมูลการสู้วัวกระทิงจากเว็บคุณ Jiratchaya Sunantarod

Pic & Pause: Salar de Uyuni

20161021_salar

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีนิทานมาเล่าให้ฟัง เลยขอเอารูปสวยๆ มาแชร์นะครับ

รูปนี้ดูแว้บแรกนึกว่าโดนโฟโต้ชอปมา

แต่นี่คือรูปที่ถ่ายจากสถานที่จริง มีชื่อว่า Salar de Uyuni (ซาลาร์ เดอ อูยูนี) ในประเทศโบลิเวียครับ (ประเทศนี้อยู่ระหว่างบราซิลและเปรู)

“เดอะ ซาลาร์” คือ Salt Flat หรือทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยอาณาเขตถึง 10,582 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 5 เท่า) และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3656 เมตร (ดอยอินทนนท์สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565)

ในช่วงหน้าฝน (เดือนมกราคมถึงเมษายน) น้ำก็จะเจิ่งนองไปทั่วและสร้าง “กระจกแห่งสรวงสวรรค์” (mirror of the heavens) อย่างที่เห็นครับ

เห็นแล้วก็อยากออกเดินทางเสียจริงๆ


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: John Li’s Answer to What are some of the best rare natural phenomena that occur on Earth?

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Wikipedia: Salar de Uyuni 

Pic & Pause: ไม่เคยเปลี่ยน

20160415_NeverChanged

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีนิทานมาเล่าให้ฟัง แต่มีรูปมาโชว์นะครับ

รูปนี้ถูกวาดในฝรั่งเศสสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14

เป็นรูปที่อธิบายถึงสภาพห้องเรียนในสมัยนั้น

School

  • ผู้ชายสูงวัยกำลังพูดอยู่หน้าห้อง
  • นักเรียนนั่งกันเป็นหน้ากระดานเรียงหนึ่ง
  • นักเรียนที่ตั้งใจเรียนนั่งอยู่แถวหน้า
  • นักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียนนั่งคุยกันหลังห้อง
  • นักเรียนคนหนึ่งนั่งหลับ
  • นักเรียนอีกคนหนึ่งกำลังเครียดว่าจะสอบผ่านรึเปล่า

นี่มันเหมือนห้องเรียนสมัยนี้แทบจะเป๊ะๆ เลย!

โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน บางสิ่งบางอย่างก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ

—–

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Quora: Graham Hortons’ answer to What are some of the oldest traditions in academia that are still practiced today?

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Pic & Pause: เยอรมนีหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

20160401_GermanyAfterWorldwar2

สงครามโลกครั้งที่สองนั้นกินเวลา 6 ปี ตั้งแต่ 1 กันยา 1939 จนถึง 2 กันยา 1945

นี่คือภาพถ่ายจากใจกลางเมืองเบอร์ลิน หลังเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไม่นาน

อาจเพราะตึกหลายตึกต้องถูกเผาทำลายเพื่อเคลียร์พื้นที่สำหรับการฟื้นฟู ชายใส่สูทกับผู้หญิงที่อยู่ด้านขวาของรูปจึงเดินผ่านตึกที่กำลังลุกไหม้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกับเยอรมนีหลังแพ้สงครามโลกครั้งที่สองได้แก่

  • เยอรมนีถูกแบ่งเป็นสองประเทศ
  • เยอรมันตะวันตกถูกเข้าครอบครองโดยอังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส
  • เยอรมันตะวันออกถูกเข้าครอบครองโดยรัสเซีย
  • เมืองหลักทุกเมืองในเยอรมันถูกทำลายไปกว่า 80%
  • ทางรถไฟทั่วประเทศเสียหายไปกว่า 60%
  • ไม่เหลือสนามบินที่ใช้งานได้
  • ผู้ชายส่วนใหญ่จึงเป็นนักโทษสงครามหรือไม่สามารถไปไหนมาไหนได้
  • โรงงานทั้งหลายในเยอรมันถูกทำลาย
  • เขื่อนในเบอร์ลินถูกทำลาย จึงไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้
  • คนเยอรมันได้กินอาหารแค่วันละ 1000-1500 แคลอรี่ (คนไทยสมัยนี้กินกันวันละ 2500 แคลอรี่
  • คนเยอรมันหลายแสนคนล้มตายจากการอดอาหาร

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดเมื่อเจ็ดสิบปีที่แล้วนี่เอง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า มนุษย์เราจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ อย่างนี้กันอีก

—–

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Quora: How devastated was Germany at the end of World War II? 

ขอบคุณข้อมูลจาก Wikipedia: List of Countries by food energy intake

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Pic & Pause: เซลฟี่กับสัตว์โลก!

20160122_SelfieWithAnimals
วันนี้วันศุกร์ ไม่มีนิทานมาเล่าให้ฟังเลยเอารูปเจ๋งๆ มาโชว์นะครับ
เป็นรูปที่พบเจอใน Quora จากคำถาม What are the best selfies ever taken?
 
หนึ่งในคำตอบนั้นก็คือรูปของนาย Allan Dixon นักเดินทางชาวไอริชครับ ดูไปก็ต้องยิ้มไป แสนจะ Happy Friday จริงๆ
 funny-animal-selfies-allan-dixon-19funny-animal-selfies-allan-dixon-261funny-animal-selfies-allan-dixon-21funny-animal-selfies-allan-dixon-10selfie-master-dr-dolittle-2956816d6f160000b300eb99c256816bda1f0000c000e9c8fb56816bdc1f0000c000e9c8fc56816bda1600000001eb99bf

 

สงสัยมั้ยครับว่าเขาถ่ายรูปนี้มาได้อย่างไร?  เท่าที่อ่านจาก rt.com เขาบอกว่าต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับสัตว์อยู่นานพอสมควรเพราะมันกลัวเรามากกว่าที่เรากลัวมัน
และตอนที่เข้าไปหามันครั้งแรก ควรจะถือกล้องติดตัวไปด้วยเลยมันจะได้เข้าใจว่ากล้องเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเราครับ
ติดตาม Allan Dixon ได้ที่
—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–
ขอบคุณข้อมูลจาก

Pic & Pause: เลือนหาย

20151225_Fadeaway

วันนี้วันศุกร์ มี Pic & Pause มาฝากครับ

ภาพข้างล่างนี้มองเผินๆ เหมือนเป็นแค่การเอาสีน้ำมาระบายคละๆ กัน

FadeAway

แต่คุณจะเชื่อผมมั้ยว่า ภาพนี้มันสามารถหายไปได้ต่อหน้าต่อตาคุณ?

เพียงแค่จ้องไปที่ตรงกลางภาพประมาณ 15 วินาที สีต่างๆ จะค่อยๆ เลือนหายไปจนกลายเป็นสีขาวล้วนครับ

ถ้าจ้องแล้วไม่ภาพไม่เลือนหาย ทนรออีกนิดนะครับ บางคนอาจจะใช้เวลาถึง 30 วินาทีหรือมากกว่านั้นก็ได้ครับ แต่รับรองว่าเลือนหายชัวร์ๆ

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Troxler’s Fading ครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Quora: Tom Cook’s answer to What are some great optical illusions?

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

 

 

Pic & Pause: ตาเนื้อ

20151204_BareEyes

สวัสดีครับ วันนี้วันศุกร์ ถ้าไม่มีนิทานมาเล่า ผมก็จะเอารูปเจ๋งๆ มาฝากนะครับ

Pic & Pause คือภาพที่เห็นแล้วทำให้ “หยุด” และคิดอะไรไปได้ต่างๆ นาๆ

ดังเช่นรูปนี้เป็นต้น

SeeWithTheEyes

เหตุใดคุณยายถึงไม่หยิบมือถือขึ้นมา?

ก. คุณยายไม่มีมือถือ
ข. มือถือคุณยายถ่ายรูปไม่ได้
ค. มือถือคุณยายถ่ายรูปได้ แต่ถึงถ่ายไปก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปเปิดโชว์ให้ใครดู
ง. คุณยายอยากซึมซับบรรยากาศและความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ วินาทีนี้ให้มากที่สุด
จ. อื่นๆ (โปรดระบุ ……….)

หนึ่งคนใช้ตาเนื้อ อีกร้อยคนใช้ตาพลาสติก

คุณล่ะ ใช้ตาอะไรเป็นหลัก?

—–

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก:
Quora: Ankit Anand’s answer to What are the best things in the world that the coming generations will miss?

Pic & Pause: SteveCutts.com

20151114_SteveCutts

เมื่อวานซืนเผอิญเห็นน้องชายแชร์คำตอบหนึ่งใน Quora เห็นว่าน่าสนใจดีเลยเอาแชร์ครับ

ภาพวาดพวกนี้มาจากฝีมือของชายที่ชื่อว่า Steve Cutts จากอังกฤษครับ

ภาพชุดของเขาสะท้อนโลกทุนนิยมได้อย่างถึงพริกถึงขิงจริงๆ

ยิ่งสองวันมานี้ผมต้องขึ้น Airport Link ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนด้วย ยิ่งทำให้เห็นเลยว่าคนกรุงเทพก็ไม่ต่างอะไรกับหนูใส่สูทจริงๆ

มีรูปเจ๋งๆ อีกเยอะที่อยากให้ได้ดูกัน ลองเข้าไปดูได้ที่ Simple Capacity

หรือจะแวะไปหาเขาถึงบ้าน (ออนไลน์) ที่ SteveCutts.com ก็ได้เช่นกันครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora, Simple Capacity, SteveCutts.com

ขอบคุณภาพจากSteveCutts

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Pic & Pause: Hugh Herr

20151016_HughHerr

สวัสดีครับ

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีนิทานมาเล่าให้ฟัง แต่มี Pic & Pause ที่ร้างลาไปนาน

Pic & Pause คือรูปที่ผมดูแล้วต้อง “หยุดกึก” ไปแป๊บนึง เพราะมันมีพลังและมีความหมายแฝงอยู่

รูปนี้เป็นของชายที่ชื่อว่า ฮิ้ว เฮอร์ (Hugh Herr)

ผมเจอรูปนี้ใน Quora ภายใต้หัวข้อ What has been the greatest comeback in history?

Comeback ในที่นี้หมายถึงคนที่ล้มลงแล้วลุกขึ้นมาใหม่ หรือคนที่เคยตกต่ำแต่กลับมายิ่งใหญ่ได้

ฮิ้วเคยได้รับขนานนามว่าเป็น “นักปีนเขาอัจฉริยะ” (prodigy rock climber) ตอนอายุ 8 ขวบฮิ้วก็ปีนเขาความสูง 3,544 เมตรแล้ว!

ปี 1982 ในวัย 17 ปี ฮิ้วกับเพื่อนไปปีน Mount Washington ใน New Hampshire แล้วเจอพายุหิมะกระหน่ำจนติดอยู่บนภูเขาถึงสามวัน แม้จะมีทีมเข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่ขาของฮิ้วก็โดนน้ำแข็งกัดอย่างรุนแรงจนหมอตัดสินใจให้ตัดขาฮิ้วทั้งสองข้าง

ฮิ้วยิ่งสะเทือนใจเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่า หนึ่งในทีมงานที่ออกตามหาฮิ้วนั้นเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ

ฮิ้วพูดไว้ใน Ted.com ว่า ตอนแรกเขารู้สึกว่าตัวเอง broken (ชีวิตพังทลาย) แต่เมื่อมีสติก็คิดขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้ broken – a human can never be broken คนเราไม่มีใครมาทำลายได้

สิ่งที่ broken จริงๆ คือเทคโนโลยีต่างหาก ถ้าหากเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่านี้ ก็ย่อมช่วยให้คนที่สูญเสียอวัยวะไปกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

ตอนเป็นวัยรุ่นฮิ้วเรียน technical college (อารมณ์คงคล้ายๆ เพาะช่าง) เลยมีทักษะและความรู้เรื่องการประดิษฐ์อุปกรณ์ ฮิ้วจึงศึกษาวิธีการทำขาเทียมและสร้างขาเทียมด้วยตัวเองจนทำให้เขากลับมาปีนเขาได้อีกครั้ง

แถมขาเทียมที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมายังมีข้อได้เปรียบกว่าขวาปกติตรงที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงเพื่อให้เข้ากับรอยแยกบนหน้าผาได้

สุดท้ายฮิ้วที่ใส่ขาเทียมสามารถปีนเขาได้สูงกว่าสมัยที่ฮิ้วมีขาจริงอยู่เสียอีก!

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น จากเด็กที่ไม่ได้สนใจการเรียนเท่าไหร่ ฮิ้วศึกษาต่อปริญญาตรีในสาขาฟิสิกส์ที่ Millersville University จากนั้นก็ไปเรียนต่อด้าน Mechanical Engineering ที่ MIT ปิดท้ายด้วย PhD ด้าน Biophysics จาก Harvard โอ้แม่เจ้า!

ตอนนี้ฮิ้วเป็นอาจารย์อยู่ที่ MIT และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Bionics (ชีวประดิษฐศาสตร์) และได้ผลิตขาเทียมที่ใส่แล้วรู้สึกราวกับว่าเป็นขาคนจริงๆ

คนที่เคยสูญเสียขาไปแล้วได้ใส่ขาเทียมของฮิ้วเป็นครั้งแรกมักอุทานว่า Oh My God! ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่น้ำใสๆ จะไหลรินจากตา

ฮิ้ว เฮอร์คือตัวอย่างของมนุษย์ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นแรงผลักดันที่จะสร้างความก้าวหน้าให้กับโลกใบนี้

นับถือใจเขาจริงๆ ครับ

—–
ขอบคุณภาพจาก Quora.com

ขอบคุณข้อมูลจาก
Quora: What has been the greatest comeback in history?
Wikepedia: Hugh Herr
TED: The new bionics that let us run, climb and dance
Jothy Rosenberg: Who Says I Can’t : Hugh Herr full episode

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Pic & Pause : 100 Years Project by Keen Heick-Abildhauge

20150320_100YearsProject

ผู้หญิงคนนี้ชื่อ Evdokiya (อ่านว่า “เอี๊ยฟเดกีญา”)

เธอเป็นชาวรัสเซียอายุ 100 ปี

และเป็นหนึ่งใน 100 คนที่ช่างภาพชาวเดนมาร์คที่ชื่อ Keen Heick-Abildhauge (ผมไม่รู้ว่าออกเสียงยังไง) นำมาแสดงในผลงานที่ชื่อว่า “100 Years Project”

นายคีนบอกไว้ว่า หลังจากที่เขามาอยู่ในรัสเซียได้สักพัก เขาเกิดอยากแชร์ความสวยงามของชาวรัสเซียให้โลกรู้

เขาจึงใช้เวลาถึง 2 ปีเพื่อพบปะผู้คนและไถ่ถามถึงความฝันของเขา

และสิ่งที่ได้ คือแกลเลอรี่ที่รวบรวมภาพของคนหนึ่งร้อยคน เรียงจากเด็กอายุ 1 ขวบจนถึงคุณทวดวัย 100 ปีอย่างเอี๊ยฟเดกีญา

แต่ละคน จะมีข้อมูลว่าบ้านเกิดอยู่ที่ไหน (เคย)ทำงานอะไร และความฝันของเขาหรือเธอคืออะไร

แค่การนั่งดูรูปไปช้าๆ เพื่อพิจารณาถึงแววตาและริ้วรอยแห่งประสบการณ์ ก็ได้อารมณ์แล้ว

แต่ยิ่งได้อารมณ์ขึ้นไปอีก เมื่อได้อ่าน “ความฝัน” ของแต่ละคน

ความฝันของเอี๊ยฟเดกีญา คือการเดินเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาใคร และได้มีชีวิตต่อไป (I dream of walking by myself, being independent and alive)

เป็นความฝันที่ดูจิ๊บจ๊อยและธรรมดาเหลือเกินสำหรับพวกเรา

แต่สักวันหนึ่ง พวกเราเองก็อาจจะมีฝันเหมือนเธอก็ได้

ลองดูนะครับ ว่าความฝันของพวกเขา เหมือนของคุณบ้างรึเปล่า

—–

Sources

Bored Panda: 100 Years Project: I Captured Portraits And Dreams Of People From 1 To 100 Years Of Age

Pronounce Names: Evdokiya