วันเวลาเป็นฝ่ายชนะเสมอ

ต่อให้ช่วงเวลานี้จะรุ่งโรจน์เพียงใด ถึงวันหนึ่งมันก็จะเข้าสู่ยุคเสื่อม ดังนั้นจงเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี และมีความสุขไปกับมัน – savor every moment.

ต่อให้จะเคยรักกันแค่ไหน แต่หากไม่ออกแรงรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ วันหนึ่งความรักก็ย่อมอ่อนแรงและโรยรา

ต่อให้พ่อแม่ของเราจะแข็งแรงเพียงใด แต่ความอนิจจังนั้นเป็นสิ่งแน่นอน เราจึงไม่ควรชะล่าใจ อย่าเพียงนับว่าท่านจะอยู่ได้อีกกี่ปี แต่ให้นับว่าจะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกกี่หน

ต่อให้เราอยากสต๊าฟลูกให้เป็นเด็กแบบนี้ตลอดไป สุดท้ายเขาก็จะต้องเติบโตและออกจากอ้อมอกเราไป ดังนั้นเวลาลูกมาขอให้เราอุ้ม ก็จงอย่าอิดออด เรามีโอกาสอุ้มเขาได้อีกไม่กี่ครั้งนักหรอก

ต่อให้ไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพียงใด สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ดี

ต่อให้อยากอยู่ด้วยกันเพียงใด สุดท้ายก็ต้องจากกันอยู่ดี

ต่อให้คิดถึงเพียงใด สุดท้ายก็ไม่อาจเจอหน้ากันได้อยู่ดี

เพราะวันเวลาเป็นฝ่ายชนะเสมอครับ


ขอบคุณประกายความคิดจากโพสต์ของพี่ปุ้ม พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา – 25 มิ.ย. 65

นิทานแซงคิว

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างที่ยืนเข้าคิวรอจ่ายเงินอยู่หลังเส้นเหลือง ฉันเห็นคุณตาคนหนึ่งเดินตรงไปต่อคิวตรงหน้าแคชเชียร์ ดูคุณตาน่าจะไม่รู้ตัวว่าพวกเราเข้าคิวกันอยู่หลังเส้นเหลืองตรงนี้ ส่วนชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

เมื่อถึงคราวคุณตาต้องจ่ายเงิน เขาหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ สิ่งที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังเป็นเพียงสมุดเล่มเล็กๆ คุณตาถึงรู้ตัวว่าน่าจะลืมเอากระเป๋าสตางค์มา คุณตาหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ

ชายคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันจึงเดินไปที่แคชเชียร์และเอ่ยปากว่าจะจ่ายเงินให้คุณตาเอง (คุณตาไม่ได้ซื้ออะไรมาก แค่นมหนึ่งกล่องกับคุกกี้หนึ่งถุง) คุณตากล่าวขอบคุณชายคนนั้นอย่างจริงใจและเดินออกไป

เมื่อถึงคิวที่เขาต้องจ่ายเงินบ้าง แคชเชียร์จึงถามว่า

“คนคนนั้นเขาแซงคิวคุณนะ ทำไมคุณถึงยังจ่ายค่าของให้เขาอีก?”

ชายคนนั้นจึงตอบด้วยรอยยิ้ม

“ผมแค่คิดว่า ถ้าวันหนึ่งคนที่ลืมกระเป๋าสตางค์เป็นคุณพ่อของผม คงจะดีถ้ามีใครช่วยออกค่านมกับคุกกี้ให้พ่อครับ”


ขอบคุณเนื้อหาจาก The Humanity Project

8 เรื่องที่คนชราเสียใจมากที่สุด

ในปี 2019 Karl Pillemer ผู้เขียนหนังสือ 30 Lessons for Living: Tried and True Advice from the Wisest Americans ได้สัมภาษณ์ชาวอเมริกันที่อายุเกิน 65 ปีว่ามีเรื่องอะไรที่พวกเขาเสียดายหรือเสียใจมากที่สุดบ้าง

นี่คือ 8 ข้อที่คนรุ่นปู่รุ่นย่าเสียดายมากที่สุดครับ

  1. เลือกคู่ชีวิตผิด – การเลือกคู่ครองคือหนี่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา คนชราหลายคนมองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองควรใส่ใจเรื่องการเลือกคู่มากกว่านี้ โดยเฉพาะการแต่งงานครั้งแรก ถ้าต้องอยู่กับคนที่ไม่ใช่ สู้อยู่เป็นโสดยังจะดีเสียกว่า
  2. ห่างเหินกับคนในครอบครัว – หลายคนเสียใจที่ทะเลาะกับลูกแล้วต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลงให้กัน สุดท้ายก็เลยไม่ได้คุยและไม่ได้ติดต่อกันอีก การเอาชนะกันในวันนั้นมันไม่คุ้มค่ากันเลยกับสิ่งที่ขาดหายไปในวันนี้
  3. ปากหนัก – ไม่ยอมบอกความรู้สึกที่เรามีต่อคู่ชีวิต พ่อแม่ หรือใครก็ตามที่เป็นคนสำคัญของเรา ดังนั้นอย่ามัวแต่รีรอ รู้สึกอย่างไรก็จงพูดออกไปในวันที่เขายังอยู่
  4. ได้ท่องเที่ยวไม่พอ – หลายคนรอให้เกษียณก่อนแล้วค่อยเที่ยว แต่ถึงตอนนั้นสุขภาพก็ไม่เอื้ออำนวยแล้ว ถ้าต้องเลือกระหว่างทำชุดครัวใหม่กับไปเที่ยว ให้เลือกไปเที่ยวจะดีกว่า
  5. กังวลเกินเหตุ – ชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าจะมานั่งกังวลหรือบ่นนั่นบ่นนี่ โดยเฉพาะในเรื่องที่เราควบคุมอะไรไม่ได้ กี่วันกี่เดือนกี่ปีแล้วที่เราเสียไปกับการกังวลโดยเปล่าประโยชน์
  6. ไม่ซื่อสัตย์ – คำโกหกที่เคยให้ไว้กับคนอื่นจะกลับมาหลอกหลอนเราในวัยชรา ดังนั้นเราควรจะทำอะไรด้วยความซื่อตรงให้มากที่สุด ไม่ต้องทำเพราะเหตุผลทางศีลธรรมก็ได้ แค่ทำเพื่อที่เราจะไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
  7. ไม่ยอมเสี่ยงเรื่องการงาน – หลายคนเสียใจที่วันนั้นไม่กล้าออกจาก comfort zone ไปลองทำอะไรใหม่ๆ เราควรจะหัด say yes ให้บ่อยขึ้น เพราะเราจะเสียใจกับงานที่เราไม่ได้ลองมากกว่าเสียใจกับงานที่ได้ลองแล้วล้มเหลว
  8. ไม่ดูแลสุขภาพ – บางคนชอบสูบบุหรี่ บางคนไม่ชอบออกกำลังกาย แล้วก็พูดกับตัวเองว่า จะตายเร็วขึ้นซักปีสองปีจะเป็นอะไรไป แต่ความจริงก็คือเราจะไม่ได้ตายเร็วขึ้น เพราะการแพทย์สมัยใหม่จะทำให้เราอยู่ได้ยาวนานแต่ต้องทรมานกับโรคเรื้อรังที่กินเวลาเป็นสิบๆ ปี

เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตเทคโนโลยีและ AI จะทำให้ชีวิตคนเราเปลี่ยนไปแค่ไหน

สิ่งที่เราพอจะเดาได้ คือต่อให้โลกเปลี่ยนไป แต่มนุษย์เราก็ยังเหมือนเดิม

การที่เรารู้ว่าคนชราเสียใจเรื่องอะไร ก็เหมือนเราได้นั่งไทม์แมชชีนไปดูอนาคต แล้วได้กลับมายังโลกปัจจุบันเพื่อจะทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตนั้น

อย่าทำอะไรในวันนี้ที่จะทำให้ตัวเราในอีก 30 ปีเสียใจและเสียดายเลยนะครับ


ขอบคุณเนื้อหาส่วนแรกจาก Today: How to live life without major regrets: 8 lessons from older Americans