ความมืดไม่อาจทำลายความมืด

20161031_darkness

Darkness cannot drive out darkness; only light can do that. Hate cannot drive out hate; only love can do that.

ความมืดทำลายความมืดไม่ได้ แสงสว่างเท่านั้นที่ทำได้
ความเกลียดทำลายความเกลียดไม่ได้ ความรักเท่านั้นที่ทำได้

– Martin Luther King, Jr.


เมื่อเราเจอคนทำตัวไม่น่ารัก เราก็มักจะตอบโต้ด้วยการทำตัวไม่น่ารัก

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

เลยตาบอดและฟันบิ่นด้วยกันทั้งคู่

บางที ถ้าเรามีสติพอที่จะระลึกได้ว่าความเกลียดชังไม่สามารถลบล้างความเกลียดชังได้ เราอาจจะเลือกวิธีการตอบสนองที่ต่างออกไป

ด้วยการใช้แสงสว่างในตัวเราเพื่อเตือนให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเองก็มีแสงสว่างในตัวเขาเช่นกัน

ผมรู้ดีว่ามันไม่ง่าย เพราะผมเองก็มักใช้ความมืดตอบโต้ความมืดอยู่บ่อยๆ

เป็นการละเล่นของเด็กที่ยังไม่โต

แต่ขอแค่วันละครั้ง ที่เราได้ใช้ความสว่างลบล้างความมืด

ก็น่าจะทำให้วันนั้นเป็นวันที่ดีวันหนึ่งเลยทีเดียว


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

12 บทเรียนของคุณพ่อหนึ่งขวบ

20161030_pryfon

สัปดาห์ที่ผ่านมา “ปรายฝน“ลูกสาวของผมอายุครบ 1 ขวบครับ

ดังนั้น ความเป็นพ่อของผมก็อายุครบ 1 ขวบด้วยเช่นกัน

เลยขอฉลองครบรอบขวบปีแห่งความเป็นพ่อด้วยการมาเล่าสู่กันฟังว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาครับ

ช่วงที่เหนื่อยที่สุด
คือช่วงสามเดือนแรก เหตุผลหลักก็เพราะลูกตื่นบ่อยมาก แม้ว่าแฟนจะลาคลอดได้สามเดือนก็แล้วแต่ แต่ช่วงกลางวันแฟนผมก็จะดูลูกเองเกือบตลอด ตอนกลางคืนผมก็เลยต้องคอยตื่นมาช่วยกล่อมลูกอีกแรง เลยกลายเป็นว่าแต่ละคืนผมจะได้นอนแค่สามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น ช่วงนั้นก็ทำใจไว้เลยว่าสติอาจจะหลุดบ่อยหน่อย หน้าจะโทรมสุดๆ แต่ก็มีแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์ว่าพอพ้นสามเดือนไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

เหนื่อยเลี้ยงลูกนั้นต่างกับเหนื่อยทำงาน
แม้การเลี้ยงลูกจะเหนื่อยมาก แต่ก็เหนื่อยไม่เหมือนกับการทำงาน ที่ทำงานนั้นเรามักจะโดนดูดพลังและได้รับก้อนความเครียดมา แต่เวลาเลี้ยงลูก ผมรู้สึกว่าผมได้รับพลังอะไรบางอย่างจากเขา แถมความเครียดก็ค่อยคลายลง เปรียบเหมือนลูกเป็นต้นไม้ที่ปล่อยอ๊อกซิเจนมาให้เรา แถมคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ตกค้างจากที่ทำงานก็ถูกดูดหายไปด้วย ดังนั้น แม้จะนอนไม่ค่อยพอ แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงทำงานในวันต่อไปได้

เมื่อสองแม่เห็นไม่ตรงกัน
นั่นคือเมื่อแม่ของลูกกับแม่ของเราเห็นไม่ตรงกันว่าจะให้นอนคว่ำหรือจะให้นอนหงาย จะให้กินน้ำส้มได้หรือเปล่า จะให้ใส่แพมเพิร์สหรือผ้าอ้อม ฯลฯ สุดท้ายแล้วมันก็คือความรู้และความเชื่อของคนสองเจนเนอเรชั่น ซึ่งก็ต่างอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก สิ่งที่เราทำได้คือรับฟังความเห็นของทั้งสองฝ่าย แต่คนที่เป็นแม่ของลูกควรจะเป็นคนตัดสินใจ เพราะเขาเป็นคนที่จะแบกรับมากที่สุดหากลูกมีปัญหา

วิธีทำให้ลูกหยุดร้องไห้
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเบี่ยงเบนความสนใจของเขาด้วยเสียงแปลกๆ กรณีปรายฝนนั้น ถ้าเขาได้ยินเสียงถุงก๊อปแก๊ปถูกขยำ เขาจะหยุดร้องแทบจะทันที หรือถ้าไม่มีถุงก๊อปแก๊ปอยู่แถวนั้น การตบมือก็ช่วยได้เช่นกัน ทั้งนี้ผมเชื่อว่าเด็กแต่ละคนจะสนใจเสียงไม่เหมือนกัน เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องค้นให้พบว่าเสียงไหนที่จะโดนใจลูก

พ่อกับแม่จะรักลูกต่างกัน

แฟนผมนั้นจะใส่ใจทุกรายละเอียดของลูก และอยากใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุด ส่วนตัวผมกลับรู้สึกรักแบบที่ถอยห่างออกมาหนึ่งสเต็ป คือไม่ต้องอยู่กับลูกมากก็ได้ แต่จะมามองเรื่องภาพใหญ่เช่นความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมมากกว่า อย่างตัวผมเองจะคอยเช็คตลอดว่าเครื่องนึ่งขวดนมของลูกนั้นมีตะกรันขึ้นหรือยัง กล้องวงจรปิดทำงานยังไง เวลานอนได้กางมุ้งให้เขาหรือเปล่า คาร์ซีททำงานยังไง ฯลฯ นอกจากนั้นก็คอยเสริมในสิ่งที่แฟนขาด เช่นผมจะกล่อมลูกเข้านอนเก่งกว่า และตอนกลางดึกผมจะตื่นมาดูลูกได้ดีกว่าเพราะแฟนเป็นคนหลับลึก

ไดนามิกส์ระหว่างเรากับภรรยาจะเปลี่ยนไป
เมื่อภรรยาของเรามีลูก ลูกจะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะสัญชาติญาณของความเป็นแม่นั้นเข้มข้นกว่าสิ่งใดอยู่แล้ว เราเองจึงไม่ควรน้อยใจถ้าเขาจะนึกถึงเราน้อยลง เพราะแค่ทำงานและเลี้ยงลูกก็แทบจะไม่เหลือแรงหรือเวลาไปคิด ไปทำอย่างอื่นแล้ว

ที่น่าแปลกก็คือ มันกลับทำให้ผมรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น

การมีลูกคนหนึ่ง คนเป็นแม่นั้นต้องเสียสละมากมายกว่าคนเป็นพ่อหลายเท่านัก สิ่งเดียวที่เราพอจะทำได้คือสนับสนุนให้เขาได้ทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ให้ดีที่สุด

ลูกจะทำให้เรายิ้มเก่งขึ้น
ทุกครั้งที่ผมกลับถึงบ้าน ลูกจะดีใจจนเนื้อเต้น คือทำตัวกระตุกๆ เพื่อเรียกให้เรารีบเข้าไปกอดเขา และรอยยิ้มที่ลูกมีให้ก็เป็น “ยิ้มสุดทาง” แบบไม่มีเงื่อนไข ผมเองจึงต้องตอบแทนลูกด้วยการยิ้มสุดทางอยู่บ่อยๆ เช่นกัน

ลูกจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว
เพราะความไร้เดียงสาของเด็กและอารมณ์ที่สดใส (เกือบ) ตลอดเวลา ปรายฝนจึงกลายมาเป็นศูนย์กลางของความสนใจ และกระตุ้นให้คนในครอบครัวได้มาเจอกันบ่อยขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น ได้มีรอยยิ้มด้วยกันมากขึ้น นี่คือคุณูปการของการมีลูกซึ่งผมคิดไม่ถึง

แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุด
คือเพื่อนที่มีลูกในวัยไล่เลี่ยกัน

เวลาเราเกิดคำถามอะไร เรามักจะพึ่งกูเกิ้ลเป็นอย่างแรก แต่ถ้าเราได้คุยกับเพื่อนที่มีลูกเหมือนกันนั้น เขาจะให้คำตอบที่หลากหลายมิติกว่าคำตอบที่กูเกิ้ลจะให้ได้ ผมเองก็ได้คำแนะนำดีๆ จาก “คุณรัช” ตั้งแต่วันที่ลูกผมเกิดจนถึงตอนนี้ ส่วนแฟนผมเองก็จะปรึกษาเพื่อนที่ออฟฟิศที่มีลูกวัยใกล้เคียงกัน ทำให้เราตัดสินใจอะไรไม่ค่อยจะพลาด

ของใช้ที่จำเป็น
จริงๆ การเตรียมของเพื่อการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างเคยกลัว

ของที่ซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ได้ยาวเลยก็มีอยู่ 9 อย่าง คือเสื้อผ้าเด็ก เครื่องปั๊มนม ขวดนม ที่ล้างขวดนม มุ้ง เปล กาละมังอาบน้ำ รถเข็น และคาร์ซีท

ส่วนของที่ต้องซื้อบ่อยๆ ก็มีแค่ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ทิชชู่เปียก และถุงเก็บนม

ส่วนที่เกินไปกว่านั้นมีก็ดี แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมกับแฟนไม่เคยไปเดินงานมหกรรมเพื่อลูกรักเลย เพราะของใช้ที่จำเป็นก็มีหมดแล้ว ส่วนที่ต้องซื้อประจำก็หาซื้อได้ตามร้านค้าแถวบ้าน

พี่เลี้ยงเด็ก
พอพ้นสามเดือนและแฟนต้องกลับมาทำงาน เราก็หาพี่เลี้ยงมาช่วยดูปรายฝน คนแรกอยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆ แล้วมีเหตุต้องกลับบ้านเลยลาออกไป อีกคนหนึ่งอยู่ได้สองเดือนครึ่งแล้วเจอแฟนดุไปครั้งหนึ่งเลยน้อยใจขอลาออก อีกคนอยู่ได้สองสัปดาห์แล้วหายตัวไปจัดการเรื่องที่บ้านโดยไม่ขออนุญาต คนที่สี่อยู่ได้สี่เดือนกว่าก่อนที่แฟนจะมารับเพื่อไปทำงานด้วยกันที่ต่างประเทศ ตอนนี้คนที่ห้าเพิ่งมาทำงานได้สัปดาห์กว่าๆ

ช่วงแรกๆ ที่ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยๆ พวกเราก็แอบเครียดเหมือนกัน แต่พอผ่านไปซักพักก็เริ่มชิน และคิดซะว่าพี่เลี้ยงแต่ละคนก็คงมี “หน้าที่” ต่างกัน เมื่อหมดหน้าที่เขาก็ต้องไปเพื่อเปิดทางให้คนที่เหมาะสมกว่ามารับช่วงต่อ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือปฏิบัติต่อพี่เลี้ยงให้ดี ซึ่งก็จะทำให้เขาปฏิบัติต่อลูกเราดีเช่นกัน

ความคาดหวังที่มีต่อลูก
ตั้งแต่ตอนที่แฟนตั้งท้องแล้ว สิ่งเดียวที่ผมขอให้ลูกคือขอให้เขามีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งก็ได้ดั่งใจมาก ช่วงที่ปรายฝนอายุประมาณสี่เดือนเราพาเขาไปเดินเล่นซีคอนแล้วพบว่าคนเยอะมากจนเราตั้งใจเลยว่าจะไม่พาลูกไปเดินซีคอนอีกกลับมาถึงบ้านแฟนผมถึงกับไข้ขึ้น ส่วนผมก็มึนจนต้องนอนพัก มีแต่ปรายฝนคนเดียวที่ไม่เป็นอะไรซักนิด

ตอนนี้ปรายฝนอายุหนึ่งขวบแล้ว ผมก็ยังขออย่างเดียวคือให้ปรายฝนสุขภาพแข็งแรง ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมเชื่อว่าเราค่อยๆ สร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิตใจ ภาษา และปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ผมเชื่อว่าการเลี้ยงลูกแบบสบายๆ ไปตามแบบที่เขาเป็น ไม่เร่งรัดหรือบังคับจนเกินไป จะทำให้ลูกเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ จะพัฒนาการช้าหรือเร็วกว่าลูกคนอื่นก็ไม่เห็นเป็นไรเพราะนี่ไม่ใช่เวลาจะมาเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับใคร

ก่อนจะจบบทความชิ้นนี้ ผมขอยก Status ที่แฟนผมเขียนเอาไว้ ในวันที่ปรายฝนอายุครบหนึ่งขวบมาให้อ่านกันนะครับ

26.10.16 : ปรายฝนครบ 1 ขวบละ
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

ปรายฝนยังติดแม่มากเหมือนเดิม
แต่พ่อเป็นคนกล่อมปรายฝนได้เก่งกว่าแม่

ปรายฝนดูจะเป็นเด็กรักเสียงดนตรี

เพราะทุกครั้งที่ได้ยินจะเต้นประกอบเพลงเสมอ

เดินไม่ได้ ไม่มีฟัน

พูดหม่ำๆ ไปๆ

ชอบเต้น คลานหาแม่ตลอดเวลา

สวัสดี ธุจ้า บายบาย วาวา โหลๆ

……

1 ปีกับการเป็นแม่ ….?

รู้สึกได้เลยว่าเสถียรขึ้น เพราะต้องรู้สึกอารมณ์โกรธ หรืออะไรต่างๆได้ดีขึ้น ไม่ว่าจากเรื่องใดๆก็ตาม เพราะตัวเองรู้จะต้องรู้สึกตัวก่อนและจะไม่ทำอารมณ์หงุดหงิดใส่ลูก ซึ่งนี้ก็ถือเป็นข้อดีเพราะเหมือนได้ปฏิบัติธรรมไปในตัว “โกรธก็รู้ว่าโกรธ”

รักสวยรักงามน้อยลง

รู้ว่าชีวิตต่อไปต้องทำอะไร… เมื่อก่อนอาจจะแค่ทำงาน เที่ยว เล่นโยคะ กินอะไรอร่อยๆ… แต่เดี๋ยวนี้คือ เพื่อลูก ต้องขับรถระวังๆ ทำอะไรระมัดระวัง มีคนเคยบอกว่า “การมีลูกทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น เพราะอยากจะอยู่กับเค้าไปนานๆ”

คิดถึง “แม่” บ่อยมาก คิดว่าถ้ามาอยู่ด้วยคงดี คิดว่าตอนเราเป็นเด็ก แม่เราก็รู้สึกแบบนี้น่ะเหรอ

……

ฝันอยากให้เค้าเป็นอะไร?

ณ.ตอนท้อง…อยากให้อารมณ์ดี เลี้ยงง่าย ผิวสวย ฯลฯ

ณ.ตอนคลอด…ทุกอย่างโอเค ร่างกายแข็งแรงพอแล้ว

ณ.ตอนนี้…อย่าป่วยเลยนะลูก

อนาคต…อยากเป็นอะไรก็เลือกเอาเลยนะ แม่ support เต็มที่

……..

สิ่งที่ภูมิใจและดีใจ?ปรายฝนยิ้มง่าย ไม่เคยป่วย

ชอบเวลาปรายฝนหอมแก้มแม่
ชอบเวลาปรายฝนหัวเราะ
ชอบเวลาพ่ออยู่กับลูก
พ่อช่วยเลี้ยงปรายฝนทุกคืน
ให้นมแม่ล้วนจน 11.5 เดือน ไม่ง่ายเลยสำหรับเรา

……..

สำหรับคนที่ลังเลที่จะมีลูก?

แน่นอน ข้อเสียคือ เวลาส่วนตัวหายไป

พุงใหญ่ขึ้น

ข้อดีคือ รู้จักวางแผนเวลา การเงิน (การงาน?)ดีขึ้น

รู้ว่าให้ได้แบบไม่สิ้นสุดคือยังไง

ห่วงแบบไม่สิ้นสุดคือยังไง

รักแบบไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนมันคือยังไง

เป็นความรักที่มัน “นวล” มาก

………..

ขอบใจนะปรายฝนสำหรับรอยยิ้มสวยๆ สำหรับเสียงหัวเราะ สำหรับความขี้อ้อนและแสนรู้ สำหรับมือเล็กๆที่เข้ามากอดแม่

Happy Birthday #pryfon #1yearold

หนึ่งขวบปีของการเป็นพ่อและการเป็นแม่ ยังได้เรียนรู้อะไรมากมายขนาดนี้

แค่คิดถึงปีถัดๆ ไปก็สนุกแล้ว


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

คุกที่แน่นหนาที่สุด

คือคุกที่เราสร้างขึ้นมาเอง

20161029_prison

“The greatest prison people live in is the fear of what other people think.”

― David Icke


กี่ครั้งแล้ว

ที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่เราควรทำ หรือทำสิ่งที่เราไม่ได้อยากทำ เพียงเพราะมัวแต่ห่วงว่าคนอื่นจะมองเรายังไง?

นับตั้งแต่จำความได้ เราค่อยๆ “สร้างภาพลักษณ์” ของตัวเอง เรารักและหวงแหนภาพนั้น และเราก็พยายามเหลือเกินที่จะให้คนอื่นเห็นภาพที่เราอยากให้เขาเห็น

เมื่อใดก็ตามที่ภาพในหัวของเขาที่มีต่อเรา ไม่ตรงกับภาพที่เราอยากให้เขามี เราก็เดือดร้อนจะเป็นจะตาย

ทั้งที่จริงๆ แล้ว คนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา ก็แทบไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว

ไม่ได้จะบอกว่าไม่ต้องฟังเสียงใคร เพียงแต่จะบอกว่าอย่า “ฟังมากเกินไป” จนกลายเป็นหูแว่วไปเอง

ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ต่างอะไรกับการติดคุกตลอดชีวิต


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานดักแด้

20161027_pupa

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีชายหนุ่มคนหนึ่งพบรังไหมของตัวอ่อนผีเสื้อ

เขาเฝ้าจับตาความคืบหน้าจนกระทั่งได้เห็นรอยปริขนาดเล็กปรากฏอยู่ที่ผิวภายนอก

ชายคนนั้นจึงนั่งลงและเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของตัวอ่อนผีเสื้ออยู่นานหลายชั่วโมง

เขาเห็นมันพยายามดิ้นรนจะพ้นจากช่องเล็กๆ ของรังที่หุ้มอยู่ให้ได้ แต่เมื่อไม่สำเร็จ เจ้าตัวน้อยก็หยุดเคลื่อนไหว เหมือนจะยอมรับว่าไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านั้น

ชายหนุ่มจึงหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเปิดช่องรังจนกว้างพอที่ตัวอ่อนจะสามารถออกมาได้อย่างง่ายดาย ตัวอ่อนผีเสื้อน้อยจึงออกมาเผชิญโลกด้วยสภาพร่างกายบวมกลม ตรงข้ามกับปีกที่มีขนาดเล็กนิดเดียว!

แต่เขาก็เฝ้าจับตามองตัวอ่อนนั้นต่อไปด้วยความหวังว่า อีกไม่ช้าปีกของมันจะขยายใหญ่ขึ้น และแข็งแรงพอที่จะพยุงร่างกายมันได้เมื่อถึงเวลาอันควร

แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผีเสื้อน้อยต้องเดินและคลานไปมาทั้งชีวิตด้วยสภาพร่างกายบวมกลมและปีกแห้งเล็กจนไม่สามารถบินได้

สิ่งที่ชายคนนั้นไม่เข้าใจก็คือ ธรรมชาติได้กำหนดมาแล้วว่าตัวอ่อนจะออกไปเผชิญโลกได้ก็ต่อเมื่อของเหลวในร่างกายลดน้อยลงจนลำตัวมีขนาดสมดุลกับปีกเท่านั้นจึงจะสามารถลอดออกจากช่องว่างขนาดเล็กของรังได้สำเร็จ

และถ้าตัวอ่อนได้ผ่านการดิ้นรนจนถึงเวลานั้น มันจึงจะเติบโตเป็นผีเสื้อที่พร้อมโบยบินจากรังได้อย่างอิสระโดยแท้

การมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องผ่านอุปสรรคใดๆ จึงมีแต่จะทำให้เราพิการและไม่แข็งแรง
การดิ้นรนฝ่าฟันอุปสรรคต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง


ขอบคุณนิทานจาก Pantip: นิทานเซนสอนใจ (ลึกซึ้งมาก) ผีเสื้อน้อย…  โดยคุณ maxjom   (ผู้เขียนมีดัดแปลงเล็กน้อย)(ผู้เขียนมีดัดแปลงเล็กน้อย)

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

รองเท้าที่พังเร็วที่สุด

20161027_shoes

คือรองเท้าที่ไม่ได้ใช้

เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นลูกเจ้าของบริษัทรองเท้าชื่อดังในเมืองไทย

สมัยเรียนหนังสือ ถ้าได้ไปบ้านเพื่อนคนนี้ พ่อของเพื่อนมักจะหยิบรองเท้าใหม่ให้ผมเอาไปใช้ฟรีๆ

ครั้งหนึ่งคุณพ่อเคยกำชับว่า เอาไปแล้วให้รีบใส่ ไม่งั้นรองเท้าจะพังเร็วเพราะกาวจะเสื่อมสภาพ

ถือเป็นความรู้ใหม่สำหรับผมในตอนนั้น

สัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้รู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้ เมื่อแฟนเริ่มหันมาสนใจการวิ่งออกกำลังกายรอบหมู่บ้าน แต่รองเท้าที่เธอซื้อไว้สองสามปีที่แล้วนั้น พื้นรองเท้าด้านนอกมันหลุดออกจากตัวรองเท้าเกือบจะรอบด้าน ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งใช้มันไปแค่ไม่กี่ครั้ง


ใครที่อยู่ย่านพัฒนาการ อาจรู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำโคตรอร่อยปากซอยพัฒนาการ 76 (ตรงข้ามซอยพัฒนาการ 65) เพราะมีคนมากินแน่นร้านเกือบตลอด

ด้านหลังร้านนี้ เคยมีโชว์รูมฮาร์เล่ย์เดวิดสันที่ใหญ่และดูดีมาก แต่ไม่รู้เพราะเหตุอันใดถึงปิดตัวไปเมื่อตอนต้นปี

เมื่อวานซืนผมกับแฟนไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้ จึงได้พบว่าด้านหลังของร้านกลายเป็นที่รกร้าง มีแต่วัชพืชขึ้นเต็มไปหมด ราวกับว่าพื้นที่นี้ไม่เคยมีอะไรมาก่อน


ผมว่าคงยังมีอีกหลายอย่างที่มีแพทเทิร์นคล้ายกับรองเท้าและที่ดิน ที่หากไม่ได้ใช้นานๆ แล้วจะพังเร็ว

เช่นสมองและร่างกายของเราเป็นต้น

ถ้าเราไม่ค่อยได้ใช้งานและไม่ดูแลให้ดี ไม่นานทั้งร่างกายและสมองก็อาจทรุดโทรมและเต็มไปด้วย “วัชพืช”

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เกษียณอยู่กับบ้านเฉยๆ ถึงมักจะแก่เร็วกว่าคนที่ยังทำโน่นทำนี่อยู่

อย่าปล่อยให้ “รองเท้า” เราพังเพราะไม่ได้ใช้เลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ชีวิตนี้ไม่มีรอบซ้อมใหญ่

20161025_rehearsal

มีแต่รอบการแสดงจริงเพียงรอบเดียวเท่านั้น

และไม่รู้จะได้กลับมาขึ้นเวทีนี้อีกเมื่อไหร่

ดังนั้น มีเท่าไหร่ก็ใส่ให้เต็มที่

ถ้าจะเล่นก็เล่นให้สุดฝีมือ ถ้าจะร้องก็ร้องให้สุดเสียง ถ้าจะรักก็รักให้สุดใจ

เมื่อถึงตอนจบ เราอาจได้ยินเสียงปรบมือ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ความกังวลคือการใช้จินตนาการในทางที่ผิด

20161025_worry_imagine

“Worry is a misuse of the imagination.”

– Dan Zadra


สมองมนุษย์เป็นเครื่องรีเพลย์ชั้นยอด เราจึงสามารถฉายภาพการกระทำบางอย่างในอดีตได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

และสมองก็เป็นนักรังสรรค์ชั้นยอดด้วย เราจึงสามารถนึกคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดได้เป็นตุเป็นตะ

โดยส่วนใหญ่ ภาพแห่งอนาคตที่เราสร้างขึ้นมักจะหน้าตาไม่ดีเท่าไหร่ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ขี้กังวล จึงชอบคิดอะไรเผื่อในทางร้ายไว้ก่อน

ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะมันเป็นกลไกที่ทำให้บรรพบุรุษของเรารอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ มาได้หลายแสนปี

คำถามก็คือ ความขี้กังวลนี้ยังเป็นคุณอยู่รึเปล่า ในเมื่อโลกปัจจุบันมันไม่ได้อันตรายเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แทนที่จะมัวกังวลถึงสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด สู้เราใช้จินตนาการเพื่อวาดภาพสิ่งที่เราอยากให้เป็นดีกว่ามั้ย?

แม้สุดท้ายแล้วคนมองโลกในแง่ดีและคนที่มองโลกในแง่ลบจะคาดการณ์ผิดพอๆ กัน

แต่ระหว่างทาง คนมองโลกในแง่ดีนั้นน่าจะมีความสุขกว่ากันเยอะเลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เปลี่ยนตัวเองก็ยากพออยู่แล้ว

20161024_changeoneself

เรื่องที่จะไปเปลี่ยนคนอื่นนั้นแทบเลิกหวังได้เลย

“Consider how hard it is to change yourself and you will understand what little chance you have in trying to change others”

– Jacob M. Braude

แต่เราก็ยังมิวายแอบหวังที่จะเปลี่ยนคนอื่นอยู่ร่ำไป

คำถามก็คือ ทำไมเราถึงอยากไปเปลี่ยนเขา?

ลึกๆ แล้วก็เพื่อที่จะให้เราสบายใจขึ้นใช่หรือไม่?

ถ้าต้องการใจที่สบายขึ้นจริงๆ เราก็ควรจะ “วางใจให้ถูก” เสียก่อน ว่าเขาก็เป็นของเขาอย่างนี้

เมื่อความคาดหวังของเราสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ใจก็จะดิ้นน้อยลง การเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ก็จะไม่เกิด

วิธีเดียวที่เราจะพอเปลี่ยนคนอื่นได้จริงๆ คือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง เหมือนที่คานธีเคยกล่าวไว้ว่า Be the change you wish to see in this world.

เมื่อเราเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว คนอื่นที่มาเห็นก็อาจจะ (แค่อาจจะ) ได้รับแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง

แต่ถ้าเขาไม่คิดเปลี่ยนตัวเอง ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะสุดท้ายแล้วแต่ละคนก็มีหนทางและกระบวนการเรียนรู้ของตัวเอง

อย่างน้อยที่สุด การที่เราได้เปลี่ยนตัวเองในทางที่ดี เราก็ได้รับผลประโยชน์เต็มๆ ไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนถ้าคนอื่นจะเปลี่ยนหรือเปล่า ให้มองว่าเป็นโบนัส ที่มีก็ดี แต่อย่าไปหวังมากนัก

ไม่อย่างนั้นอาจอกหักได้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

สภาพของสมองเมื่อเราไม่ได้ออกกำลังกาย

20161022_brain

เรารู้กันมานานแล้วว่า การออกกำลังกายนั้นดีต่อร่างกาย หัวใจ แล้วก็สมอง

คนที่ออกกำลังกายจะรู้สึกว่าหัวสมองปลอดโปร่ง ทั้งนี้ก็เพราะว่าเมื่อหัวใจทำงานหนักขึ้น เลือดก็สูบฉีดไหลเวียนไปทั่วร่างกายมากขึ้น ซึ่งนั่นก็รวมถึงหัวสมองด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้วารสารวิชาการ Frontiers ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับการทดลองกับผู้ช่ำชองด้านการการออกกำลังกาย (master athletes)

นักวิจัยได้ทำการสแกนสมองเพื่อดูการไหลเวียนของเลือด (cerebral blood flow (rCBF)) ของกลุ่มตัวอย่างซึ่งมีอายุระหว่าง 50-80* ปี และออกกำลังกายอย่างจริงจังมาอย่างน้อย 15 ปีแล้ว

จากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างหยุดออกกำลังกายเป็นเวลา 10 วัน แล้วจับคนกลุ่มนี้มาสแกนสมองอีกครั้งหนึ่ง

สิ่งที่นักวิจัยค้นพบก็คือ เลือดไปหล่อเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะส่วนของฮิปโปแคมปัส Hippocampus ซึ่งมีส่วนสำคัญเรื่องความจำ การเรียนรู้ และการจัดเก็บข้อมูล

bigthink-running-hippocampus3

นี่ขนาดไม่ออกกำลังกายแค่ 10 วัน เลือดยังไปหล่อเลี้ยงสมองน้อยลงขนาดนี้ คิดดูว่าสมองของคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายนานกว่านั้นจะเป็นอย่างไร

แม้กว่ากลุ่มตัวอย่างไม่ได้แสดงอาการว่าการทำงานของสมองด้อยลง (cessation of exercise did not diminish cognitive function) แต่การทดลองนี้ก็เป็นช่วงเวลาแค่สั้นๆ ถ้าให้หยุดออกกำลังกายนานกว่านั้นเช่นหลายๆ เดือนหรือหลายๆ ปี ก็มีความเป็นไปได้ว่าสมองจะได้รับผลกระทบในทางลบ

วันนี้ผมคงต้องไปวิ่งจ๊อกกิ้งซะหน่อยละ


ขอบคุณเรื่องและภาพประกอบจาก Big Think: What Happens to Your Brain When You Stop Exercising?

* ผมเดาว่าที่ใช้คนอายุเยอะขนาดนี้เพราะว่านิตยสาร Frontiers นั้นเน้นศึกษาเรื่องสมองของคนสูงอายุครับ

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

เราเป็นสิ่งที่เราทำ

20161022_whatwedo

ไม่ใช่สิ่งที่เราบอกว่าจะทำ

“You are what you do, not what you say you’ll do.”

-Carl Gustav Jung


สิ่งหนึ่งที่มักจะคอยรบกวนใจผม คือการพูดแล้วไม่ได้ทำตามที่พูด

บางทีก็เป็นการพูดกับคนอื่น บางทีก็เป็นการพูดกับตนเอง

พอพูดแล้วไม่ทำ มันก็เลยเหมือนติดหนี้เขาอยู่

หนี้ทางวาจา ก็เหมือนหนี้ทางการเงินนั่นแหละ

เพราะมันจะหายไปได้ก็ต่อเมื่อเราใช้หนี้หมด หรือเจ้าหนี้ยกหนี้ให้

โดยส่วนตัว ผมติดหนี้ทางวาจากับคนอื่นอยู่สองสามเรื่อง

คิดว่าสุดสัปดาห์นี้จะใช้หนี้ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง

ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าหนี้จะเข้าใจที่จ่ายหนี้ช้า และจะไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com