12 บทเรียนของคุณพ่อหนึ่งขวบ

20161030_pryfon

สัปดาห์ที่ผ่านมา “ปรายฝน“ลูกสาวของผมอายุครบ 1 ขวบครับ

ดังนั้น ความเป็นพ่อของผมก็อายุครบ 1 ขวบด้วยเช่นกัน

เลยขอฉลองครบรอบขวบปีแห่งความเป็นพ่อด้วยการมาเล่าสู่กันฟังว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาครับ

ช่วงที่เหนื่อยที่สุด
คือช่วงสามเดือนแรก เหตุผลหลักก็เพราะลูกตื่นบ่อยมาก แม้ว่าแฟนจะลาคลอดได้สามเดือนก็แล้วแต่ แต่ช่วงกลางวันแฟนผมก็จะดูลูกเองเกือบตลอด ตอนกลางคืนผมก็เลยต้องคอยตื่นมาช่วยกล่อมลูกอีกแรง เลยกลายเป็นว่าแต่ละคืนผมจะได้นอนแค่สามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น ช่วงนั้นก็ทำใจไว้เลยว่าสติอาจจะหลุดบ่อยหน่อย หน้าจะโทรมสุดๆ แต่ก็มีแสงสว่างตรงปลายอุโมงค์ว่าพอพ้นสามเดือนไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

เหนื่อยเลี้ยงลูกนั้นต่างกับเหนื่อยทำงาน
แม้การเลี้ยงลูกจะเหนื่อยมาก แต่ก็เหนื่อยไม่เหมือนกับการทำงาน ที่ทำงานนั้นเรามักจะโดนดูดพลังและได้รับก้อนความเครียดมา แต่เวลาเลี้ยงลูก ผมรู้สึกว่าผมได้รับพลังอะไรบางอย่างจากเขา แถมความเครียดก็ค่อยคลายลง เปรียบเหมือนลูกเป็นต้นไม้ที่ปล่อยอ๊อกซิเจนมาให้เรา แถมคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ตกค้างจากที่ทำงานก็ถูกดูดหายไปด้วย ดังนั้น แม้จะนอนไม่ค่อยพอ แต่ก็ยังมีเรี่ยวแรงทำงานในวันต่อไปได้

เมื่อสองแม่เห็นไม่ตรงกัน
นั่นคือเมื่อแม่ของลูกกับแม่ของเราเห็นไม่ตรงกันว่าจะให้นอนคว่ำหรือจะให้นอนหงาย จะให้กินน้ำส้มได้หรือเปล่า จะให้ใส่แพมเพิร์สหรือผ้าอ้อม ฯลฯ สุดท้ายแล้วมันก็คือความรู้และความเชื่อของคนสองเจนเนอเรชั่น ซึ่งก็ต่างอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก สิ่งที่เราทำได้คือรับฟังความเห็นของทั้งสองฝ่าย แต่คนที่เป็นแม่ของลูกควรจะเป็นคนตัดสินใจ เพราะเขาเป็นคนที่จะแบกรับมากที่สุดหากลูกมีปัญหา

วิธีทำให้ลูกหยุดร้องไห้
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเบี่ยงเบนความสนใจของเขาด้วยเสียงแปลกๆ กรณีปรายฝนนั้น ถ้าเขาได้ยินเสียงถุงก๊อปแก๊ปถูกขยำ เขาจะหยุดร้องแทบจะทันที หรือถ้าไม่มีถุงก๊อปแก๊ปอยู่แถวนั้น การตบมือก็ช่วยได้เช่นกัน ทั้งนี้ผมเชื่อว่าเด็กแต่ละคนจะสนใจเสียงไม่เหมือนกัน เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องค้นให้พบว่าเสียงไหนที่จะโดนใจลูก

พ่อกับแม่จะรักลูกต่างกัน

แฟนผมนั้นจะใส่ใจทุกรายละเอียดของลูก และอยากใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากที่สุด ส่วนตัวผมกลับรู้สึกรักแบบที่ถอยห่างออกมาหนึ่งสเต็ป คือไม่ต้องอยู่กับลูกมากก็ได้ แต่จะมามองเรื่องภาพใหญ่เช่นความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมมากกว่า อย่างตัวผมเองจะคอยเช็คตลอดว่าเครื่องนึ่งขวดนมของลูกนั้นมีตะกรันขึ้นหรือยัง กล้องวงจรปิดทำงานยังไง เวลานอนได้กางมุ้งให้เขาหรือเปล่า คาร์ซีททำงานยังไง ฯลฯ นอกจากนั้นก็คอยเสริมในสิ่งที่แฟนขาด เช่นผมจะกล่อมลูกเข้านอนเก่งกว่า และตอนกลางดึกผมจะตื่นมาดูลูกได้ดีกว่าเพราะแฟนเป็นคนหลับลึก

ไดนามิกส์ระหว่างเรากับภรรยาจะเปลี่ยนไป
เมื่อภรรยาของเรามีลูก ลูกจะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะสัญชาติญาณของความเป็นแม่นั้นเข้มข้นกว่าสิ่งใดอยู่แล้ว เราเองจึงไม่ควรน้อยใจถ้าเขาจะนึกถึงเราน้อยลง เพราะแค่ทำงานและเลี้ยงลูกก็แทบจะไม่เหลือแรงหรือเวลาไปคิด ไปทำอย่างอื่นแล้ว

ที่น่าแปลกก็คือ มันกลับทำให้ผมรักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น

การมีลูกคนหนึ่ง คนเป็นแม่นั้นต้องเสียสละมากมายกว่าคนเป็นพ่อหลายเท่านัก สิ่งเดียวที่เราพอจะทำได้คือสนับสนุนให้เขาได้ทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งนี้ให้ดีที่สุด

ลูกจะทำให้เรายิ้มเก่งขึ้น
ทุกครั้งที่ผมกลับถึงบ้าน ลูกจะดีใจจนเนื้อเต้น คือทำตัวกระตุกๆ เพื่อเรียกให้เรารีบเข้าไปกอดเขา และรอยยิ้มที่ลูกมีให้ก็เป็น “ยิ้มสุดทาง” แบบไม่มีเงื่อนไข ผมเองจึงต้องตอบแทนลูกด้วยการยิ้มสุดทางอยู่บ่อยๆ เช่นกัน

ลูกจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของครอบครัว
เพราะความไร้เดียงสาของเด็กและอารมณ์ที่สดใส (เกือบ) ตลอดเวลา ปรายฝนจึงกลายมาเป็นศูนย์กลางของความสนใจ และกระตุ้นให้คนในครอบครัวได้มาเจอกันบ่อยขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น ได้มีรอยยิ้มด้วยกันมากขึ้น นี่คือคุณูปการของการมีลูกซึ่งผมคิดไม่ถึง

แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากที่สุด
คือเพื่อนที่มีลูกในวัยไล่เลี่ยกัน

เวลาเราเกิดคำถามอะไร เรามักจะพึ่งกูเกิ้ลเป็นอย่างแรก แต่ถ้าเราได้คุยกับเพื่อนที่มีลูกเหมือนกันนั้น เขาจะให้คำตอบที่หลากหลายมิติกว่าคำตอบที่กูเกิ้ลจะให้ได้ ผมเองก็ได้คำแนะนำดีๆ จาก “คุณรัช” ตั้งแต่วันที่ลูกผมเกิดจนถึงตอนนี้ ส่วนแฟนผมเองก็จะปรึกษาเพื่อนที่ออฟฟิศที่มีลูกวัยใกล้เคียงกัน ทำให้เราตัดสินใจอะไรไม่ค่อยจะพลาด

ของใช้ที่จำเป็น
จริงๆ การเตรียมของเพื่อการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างเคยกลัว

ของที่ซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ได้ยาวเลยก็มีอยู่ 9 อย่าง คือเสื้อผ้าเด็ก เครื่องปั๊มนม ขวดนม ที่ล้างขวดนม มุ้ง เปล กาละมังอาบน้ำ รถเข็น และคาร์ซีท

ส่วนของที่ต้องซื้อบ่อยๆ ก็มีแค่ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ทิชชู่เปียก และถุงเก็บนม

ส่วนที่เกินไปกว่านั้นมีก็ดี แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนอะไร

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมกับแฟนไม่เคยไปเดินงานมหกรรมเพื่อลูกรักเลย เพราะของใช้ที่จำเป็นก็มีหมดแล้ว ส่วนที่ต้องซื้อประจำก็หาซื้อได้ตามร้านค้าแถวบ้าน

พี่เลี้ยงเด็ก
พอพ้นสามเดือนและแฟนต้องกลับมาทำงาน เราก็หาพี่เลี้ยงมาช่วยดูปรายฝน คนแรกอยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆ แล้วมีเหตุต้องกลับบ้านเลยลาออกไป อีกคนหนึ่งอยู่ได้สองเดือนครึ่งแล้วเจอแฟนดุไปครั้งหนึ่งเลยน้อยใจขอลาออก อีกคนอยู่ได้สองสัปดาห์แล้วหายตัวไปจัดการเรื่องที่บ้านโดยไม่ขออนุญาต คนที่สี่อยู่ได้สี่เดือนกว่าก่อนที่แฟนจะมารับเพื่อไปทำงานด้วยกันที่ต่างประเทศ ตอนนี้คนที่ห้าเพิ่งมาทำงานได้สัปดาห์กว่าๆ

ช่วงแรกๆ ที่ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยๆ พวกเราก็แอบเครียดเหมือนกัน แต่พอผ่านไปซักพักก็เริ่มชิน และคิดซะว่าพี่เลี้ยงแต่ละคนก็คงมี “หน้าที่” ต่างกัน เมื่อหมดหน้าที่เขาก็ต้องไปเพื่อเปิดทางให้คนที่เหมาะสมกว่ามารับช่วงต่อ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือปฏิบัติต่อพี่เลี้ยงให้ดี ซึ่งก็จะทำให้เขาปฏิบัติต่อลูกเราดีเช่นกัน

ความคาดหวังที่มีต่อลูก
ตั้งแต่ตอนที่แฟนตั้งท้องแล้ว สิ่งเดียวที่ผมขอให้ลูกคือขอให้เขามีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งก็ได้ดั่งใจมาก ช่วงที่ปรายฝนอายุประมาณสี่เดือนเราพาเขาไปเดินเล่นซีคอนแล้วพบว่าคนเยอะมากจนเราตั้งใจเลยว่าจะไม่พาลูกไปเดินซีคอนอีกกลับมาถึงบ้านแฟนผมถึงกับไข้ขึ้น ส่วนผมก็มึนจนต้องนอนพัก มีแต่ปรายฝนคนเดียวที่ไม่เป็นอะไรซักนิด

ตอนนี้ปรายฝนอายุหนึ่งขวบแล้ว ผมก็ยังขออย่างเดียวคือให้ปรายฝนสุขภาพแข็งแรง ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมเชื่อว่าเราค่อยๆ สร้างได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิตใจ ภาษา และปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ผมเชื่อว่าการเลี้ยงลูกแบบสบายๆ ไปตามแบบที่เขาเป็น ไม่เร่งรัดหรือบังคับจนเกินไป จะทำให้ลูกเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ จะพัฒนาการช้าหรือเร็วกว่าลูกคนอื่นก็ไม่เห็นเป็นไรเพราะนี่ไม่ใช่เวลาจะมาเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับใคร

ก่อนจะจบบทความชิ้นนี้ ผมขอยก Status ที่แฟนผมเขียนเอาไว้ ในวันที่ปรายฝนอายุครบหนึ่งขวบมาให้อ่านกันนะครับ

26.10.16 : ปรายฝนครบ 1 ขวบละ
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

ปรายฝนยังติดแม่มากเหมือนเดิม
แต่พ่อเป็นคนกล่อมปรายฝนได้เก่งกว่าแม่

ปรายฝนดูจะเป็นเด็กรักเสียงดนตรี

เพราะทุกครั้งที่ได้ยินจะเต้นประกอบเพลงเสมอ

เดินไม่ได้ ไม่มีฟัน

พูดหม่ำๆ ไปๆ

ชอบเต้น คลานหาแม่ตลอดเวลา

สวัสดี ธุจ้า บายบาย วาวา โหลๆ

……

1 ปีกับการเป็นแม่ ….?

รู้สึกได้เลยว่าเสถียรขึ้น เพราะต้องรู้สึกอารมณ์โกรธ หรืออะไรต่างๆได้ดีขึ้น ไม่ว่าจากเรื่องใดๆก็ตาม เพราะตัวเองรู้จะต้องรู้สึกตัวก่อนและจะไม่ทำอารมณ์หงุดหงิดใส่ลูก ซึ่งนี้ก็ถือเป็นข้อดีเพราะเหมือนได้ปฏิบัติธรรมไปในตัว “โกรธก็รู้ว่าโกรธ”

รักสวยรักงามน้อยลง

รู้ว่าชีวิตต่อไปต้องทำอะไร… เมื่อก่อนอาจจะแค่ทำงาน เที่ยว เล่นโยคะ กินอะไรอร่อยๆ… แต่เดี๋ยวนี้คือ เพื่อลูก ต้องขับรถระวังๆ ทำอะไรระมัดระวัง มีคนเคยบอกว่า “การมีลูกทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น เพราะอยากจะอยู่กับเค้าไปนานๆ”

คิดถึง “แม่” บ่อยมาก คิดว่าถ้ามาอยู่ด้วยคงดี คิดว่าตอนเราเป็นเด็ก แม่เราก็รู้สึกแบบนี้น่ะเหรอ

……

ฝันอยากให้เค้าเป็นอะไร?

ณ.ตอนท้อง…อยากให้อารมณ์ดี เลี้ยงง่าย ผิวสวย ฯลฯ

ณ.ตอนคลอด…ทุกอย่างโอเค ร่างกายแข็งแรงพอแล้ว

ณ.ตอนนี้…อย่าป่วยเลยนะลูก

อนาคต…อยากเป็นอะไรก็เลือกเอาเลยนะ แม่ support เต็มที่

……..

สิ่งที่ภูมิใจและดีใจ?ปรายฝนยิ้มง่าย ไม่เคยป่วย

ชอบเวลาปรายฝนหอมแก้มแม่
ชอบเวลาปรายฝนหัวเราะ
ชอบเวลาพ่ออยู่กับลูก
พ่อช่วยเลี้ยงปรายฝนทุกคืน
ให้นมแม่ล้วนจน 11.5 เดือน ไม่ง่ายเลยสำหรับเรา

……..

สำหรับคนที่ลังเลที่จะมีลูก?

แน่นอน ข้อเสียคือ เวลาส่วนตัวหายไป

พุงใหญ่ขึ้น

ข้อดีคือ รู้จักวางแผนเวลา การเงิน (การงาน?)ดีขึ้น

รู้ว่าให้ได้แบบไม่สิ้นสุดคือยังไง

ห่วงแบบไม่สิ้นสุดคือยังไง

รักแบบไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทนมันคือยังไง

เป็นความรักที่มัน “นวล” มาก

………..

ขอบใจนะปรายฝนสำหรับรอยยิ้มสวยๆ สำหรับเสียงหัวเราะ สำหรับความขี้อ้อนและแสนรู้ สำหรับมือเล็กๆที่เข้ามากอดแม่

Happy Birthday #pryfon #1yearold

หนึ่งขวบปีของการเป็นพ่อและการเป็นแม่ ยังได้เรียนรู้อะไรมากมายขนาดนี้

แค่คิดถึงปีถัดๆ ไปก็สนุกแล้ว


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s