นิทานแข่งม้า

20151128_HorseRace

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาผู้ทรงชราภาพและรู้พระองค์ว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน จึงตัดสินใจเขียนพินัยกรรมถึงลูกชายทั้งสองว่า

“เมื่อข้าตายไป เจ้าทั้งสองจะต้องแข่งม้ากัน ม้าของใครวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นตัวสุดท้ายถือว่าชนะ และเจ้าชายผู้เป็นเจ้าของม้าตัวนั้นจะได้เป็นผู้สืบทอดราชบัลลังค์ของข้า”

เพียงไม่นานพระราชาก็เสด็จสวรรคตจริงๆ การแข่งม้าจึงได้มีขึ้น

เจ้าชายทั้งสองพระองค์ต่างนำม้าคู่ใจมาแข่ง มีเหล่าประชาราษฎรมาเป็นสักขีพยาน

เมื่อเริ่มแข่งขัน เจ้าชายทั้งสองต่างก็พยายามบังคับม้าของตัวเองให้เคลื่อนตัวช้าที่สุดจนม้าาแทบไม่ขยับไปไหน ผ่านไปจนถึงหัวค่ำแล้วการแข่งขันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีใครเข้าถึงเส้นชัยเลย คนดูเริ่มเบื่อและทยอยกลับบ้าน สุดท้ายการแข่งขันจึงต้องถูกพักไปก่อน

เมื่ออดรนทนไม่ไหวกับการแข่งขันอันแปลกประหลาดนี้ เจ้าชายจึงนำความไปปรึกษาฤาษีที่ทั้งสองให้ความเคารพ

ฤาษีฟังเรื่องราวด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ว่า

“ทำไมท่านไม่สลับม้ากันล่ะ?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Arsh Gupta’s answer to What are some best short stories? 

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

12 บทเรียนคุณพ่อมือใหม่

20151127_NewDad

ตอนนี้ลูกสาวผมอายุครบหนึ่งเดือนแล้ว เลยอยากจะทบทวนบทเรียนที่ได้ของการเป็นคุณพ่อมือใหม่แกะกล่องครับ

1. ช่วงสามสี่วันแรก น้ำนมคุณแม่จะยังไม่มา ในฐานะคุณพ่อสามารถช่วยได้ด้วยการเตือนให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ และเอาผ้าฝ้ายห่อข้าวสารสองก้อนเข้าไมโครเวฟหนึ่งนาที แล้วมากนวดบริเวณรอบเต้านมให้คุณแม่เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและนมครับ

2. นอกจากการให้ลูกดูดนมกระตุ้นแล้ว เครื่องปั๋มน้ำนมที่มีคุณภาพยังมีสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้น้ำนมมาบ่อยๆ และแก้ปัญหานมคัดเต้า ส่วนตัวผมใช้ Medela Freestyle ซึ่งราคาสูงมากจนน่าตกใจ (แต่เพื่อนแนะนำมาว่าใช้แล้วคุ้ม) เลยตัดสินใจซื้อ โดยเพื่อนหลายคนที่เคยทำงานทีมเดียวกันช่วยลงขันให้ และผมก็ออกเองอีกส่วนหนึ่ง เป็นอุปกรณ์ที่ spark joy คุณแม่มากที่สุดชิ้นหนึ่ง

3. อีกอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้มาก คือเครื่องนึ่งขวดนม โดยผมได้แบบที่มีอบด้วยในตัว ผมใช้ยี่ห้อแคมีร่า ใช้งานสะดวกมาก กดปุ่มเดียวจบภายใน 40 นาที ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่ออฟฟิศที่ลงขันกันซื้อให้เป็นของขวัญเช่นกัน

4. เวลาให้นม ควรจะมีหมอนรองที่มีรูปลักษณ์เป็นเหมือนเกือกม้า เพื่อเสียบเข้าตัวแม่ที่นั่งขัดสมาธิ ลูกก็จะอยู๋ในความสูงที่พอดีเหมาะแก่การให้นม บางทีต้องมีหมอนเล็กๆ อีกหนึ่งใบไว้รองข้อศอกแม่ด้านที่จับหัวลูกด้วย

5. จงเตรียมใจรับ Mother’s Blues ช่วงสองสามเดือนแรกฮอร์โมนคุณแม่จะเปลี่ยน ทำให้อ่อนไหวง่ายกว่าปกติ เราเองต้องใจเย็นให้มากถึงมากที่สุด อันไหนที่ตามใจคุณแม่ได้ก็ควรจะตามใจครับ

6. ถ้าลูกสะอึกไม่ต้องตกใจ การให้ดูดนมแม่หรืออุ้มพาดบ่า จะช่วยให้หายสะอึกในที่สุด แต่ถ้าอุ้มแล้วไม่หาย สักพักเขาก็จะหายของเขาเอง ไม่มีอันตรายใดๆ (จริงๆ ตอนอยู่ในท้องเขาสะอึกบ่อยอยู่แล้ว)

7. เด็กต้องการแค่ “4 อ.” คือ อิ่ม อุ่น อึ อุ้ม
อิ่มคือกินให้อิ่ม (เราเลี้ยงนมแม่ล้วน ยกเว้นช่วงสัปดาห์แรกที่นมยังมาไม่เยอะก็ใช้นมผงช่วย)

อุ่นคือห่อตัวให้อุ่นและแน่นเข้าไว้ เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย ไม่เคว้ง และมีสภาวะคล้ายๆ ตอนอยู่ในท้องแม่

อึ ก็ตามชื่อครับ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือกระดาษทิชชู่เปียกอย่าง Baby Wipes ที่ต้องใช้ทำความสะอาดทุกซอกหลืบก่อนใส่ผ้าอ้อม(สำเร็จรูป)ชิ้นใหม่

อุ้ม ช่วงที่เด็กออกมาใหม่ๆ เด็กจะเมาบก เพราะคุ้นชินกับการอยู่ในท้องแม่ที่โคลงเคลงตลอดเวลา ช่วงแรกจึงอาจจะต้องอุ้มเยอะหน่อย พอวางนิ่งๆ แล้วเขาจะไม่ค่อยชอบยกเว้นจะหลับไปแล้วจริงๆ

8. ถ้าเด็กร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่ทำได้มีดังต่อไปนี้
ดูว่า 4 อ. ของเราครบถ้วนรึยัง
จับลูกนั่ง อุ้มลูกท่าซูเปอร์แมน หรืออุ้มลูกเซิ้งกระติ๊บ (ย่อเข่าซ้ายสลับขวา)
เป่าหน้าลูก วิธีนี้เหมาะกับเด็กที่เมามันกับการร้องไห้ พอเราเป่าหน้าเขาแรงๆ ทีหนึ่ง จะเป็นการ interrupt routine ของเขาและหน้าของเขาจะตลกมากจนเราอยากเป่าใหม่ๆ หลายๆ ที
ทามหาหิงคุ์ อันนี้บางคนก็แนะนำ บางคนก็ไม่ ผมเคยทาแค่สองสามครั้ง
ให้ดื่มน้ำ Gripe Water ไกรป์วอเตอร์ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในท้องของลูก ผมเองยังไม่เคยลองแต่น้องที่คุยด้วยเมื่อวานบอกว่ามีติดบ้านไว้แล้วจะดี น้ำนี้มีขายตามร้านขายยาครับ

9. การร้องไห้ของลูกจะมีหลายแบบ ร้องเพราะหิวนม ร้องเพราะดราม่า ร้องเพียงเพื่อเรียกร้องความสนใจ และร้องจนหน้าดำเพราะไม่ชอบอะไรมากๆ

10. เวลาอาบน้ำให้ลูก สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงสองอย่างคือเอามือปิดหูไม่ให้น้ำเข้าหูและอย่าให้น้ำเปียกสะดือเวลาที่สายสะดือยังไม่หลุด (ลูกผมใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์กว่าสายสะดือจะหลุด) อ้อลูกผมไม่ชอบอาบน้ำเอามากๆ ร้องไห้จนหน้าดำเลย แต่พอเช็ดตัวแห้งและใส่เสื้อผ้าให้ก็จะดีขึ้น จากนั้นพาไปกินนมแล้วเขาจะหลับได้ยาวเลย

11. ควรจะซื้อ ear plug เอาไว้ให้คุณแม่ใช้เวลาต้องเผชิญกับเสียงแผดร้องของคุณลูกบ่อยๆ เพราะเสียงของเขาเสียดแทงแก้วหูมาก ใส่แค่ข้างเดียวก็พอ

12. ปัญหาลูกติดมือ คือปัญหาที่หลายๆ คนจะกลัวกัน เวลาลูกร้องเมื่อไหร่ก็จะต้องให้เราอุ้ม ผมคิดว่าลูกผมติดมือเรียบร้อยแล้วครับ กินนมเสร็จต้องอุ้มสักพักให้เขาหลับ แต่พอวางก็อาจร้องอีก ก็ต้องใช้ความใจเย็นและความอดทนเป็นอย่างมาก

หัวหน้าผมซึ่งเป็นฝรั่งบอกว่า ที่บ้านเขาถ้าลูกร้องก็จะปล่อยให้ร้องไป พอเค้ารู้ว่าไม่มีใครมาอุ้มเดี๋ยวเขาก็ปรับนิสัยไปเอง

แต่พี่ HR คนหนึ่งที่ผมคุยด้วย (มีลูกสาวหนึ่งคนเข้าชั้นประถมแล้ว) บอกว่าเราไม่ใช่ฝรั่ง ถ้าลูกร้องแล้วเราปล่อยไว้อย่างนั้น ลูกจะอ้างว้าง เราควรตามใจเขาตรงนี้ แล้วค่อยไม่ตามใจเรื่องอื่นจะดีกว่า เพราะการอุ้มสร้างความรู้สึกอบอุ่นและไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งจะทำให้ลูกกล้าพูดกล้าคุยกับเราเวลาที่เขาโตกว่านี้

เพื่อนร่วมงานชาวอาร์เจนติน่าซึ่งลูกน่าจะอยู่ประถมก็บอกผมว่า ลูกจะโตเร็วมาก แป๊บๆ ก็โตจนเราก็อุ้มไม่ไหวแล้ว ดังนั้นช่วงนี้อุ้มได้ก็อุ้มไปเถอะ จะได้ไม่มานั่งเสียดายทีหลัง

ไว้เลี้ยงครบหนึ่งปีเมื่อไหร่จะมาเล่าบทเรียนเพิ่มเติมให้ฟังอีกนะครับ!

—–

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ภาพถ่ายจากมือถือผู้เขียน 27/11/2558

ชีวิตคือการวิ่งมาราธอน

20151126_Marathon

เมื่อคืนนี้ ระหว่างอุ้มลูกที่ไม่ยอมนอนมาหลายชั่วโมง ก็เกิดความกลัวขึ้นมาในใจว่า “การเลี้ยงลูกนี่เหมือนการวิ่งมาราธอนชัดๆ”

เพราะกว่าลูกจะพูดรู้เรื่องก็ใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะเข้าโรงเรียนก็อีกสามสี่ปี กว่าจะพ้นช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อก็ 18 ปี กว่าจะเรียนจบต้องใช้เวลา 22 ปี กว่าจะทำงานมีฐานะมั่นคงและเจอคนที่ไว้ใจที่จะมาดูแลเขาแทนเราก็อาจจะ 30 ปีหรือมากกว่านั้น

เราต้อง “อุ้มลูก” ไปอีกสามสิบปีเลยหรือนี่

คิดแล้วก็หวาดหวั่นราวกับรู้ตัวว่าต้องวิ่งเป็นระยะทาง 42.195 กิโลเมตร

—–

เรื่องสำคัญๆ ในชีวิตเราก็มักจะเป็นอะไรที่ใช้เวลายาวนานทั้งนั้น

  • ผ่อนบ้าน
  • ดูแลสุขภาพ
  • สร้างบล็อกที่คนรู้จัก
  • สร้างอาชีพและฐานะที่มั่นคง
  • ดูแลคนสำคัญในครอบครัวให้ดี

แต่ละเรื่องล้วนดู “ยาวไกล” ไม่แพ้กัน

เพียงแค่คิดว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนจะถึงจุดหมายปลายทาง ก็อาจจะทำให้ท้อได้ง่ายๆ

—–

แล้วเราจะรับมือกับความรู้สึกนี้อย่างไร?

ผมเองไม่เคยวิ่งมาราธอน แต่เท่าที่เคยอ่านเรื่องราวของเพื่อนๆ ที่ไปวิ่งมา การวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เขารักกีฬาชนิดนี้

ยังมีอีกหลายอย่างที่นักวิ่งมาราธอนพูดถึง

เช่นวิวที่สวยงามบนเส้นทางที่คดเคี้ยว

หรือความ “ทรมานบันเทิง”* ที่เกิดขึ้นระหว่างการวิ่ง

หรือความรู้สึกดีๆ ที่มีเพื่อนร่วมวิ่งมาด้วยกันตลอดเส้นทาง

ผมว่าถ้าจะดำเนินชีวิตไม่ให้เหนื่อยล้าเกินไป เราเองก็อาจต้องมองชีวิตในแง่นี้

วิวที่สวยงาม ก็คือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราใช้ชีวิตในแต่ละวัน เพียงแต่ต้องไม่ลืมที่จะ “หยุด” และ “มอง” ให้เห็นมัน

ทรมานบันเทิง คือการยอมรับกับความเจ็บปวดและความยากลำบากที่ย่อมผ่านเข้ามาในชีวิต  ดื่มด่ำไปกับมัน และสำนึกว่าอุปสรรคเหล่านี้คือคือสิ่งที่ทำให้เราได้เดิบโต

เพื่อนร่วมวิ่ง ก็คือเพื่อนร่วมทางในชีวิตที่ “ออกวิ่ง” มาพร้อมเราหรืออาจจะก่อนเราด้วยซ้ำ หากเราใส่ใจซึ่งกันและกัน การวิ่งครั้งนี้ก็ะจะไม่เดียวดายเกินไปนัก

—–

เราแต่ละคนได้ “สมัคร” มาราธอนหลายรายการ

บางรายการก็วิ่งคนเดียว บางรายการก็วิ่งกับคนรู้ใจ/คนรู้จัก

บางรายการอาจวิ่งถึงเส้นชัย แต่บางรายการก็อาจจะไม่ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

เพราะบางที การเข้าเส้นชัยอาจเป็นแค่ประเด็นรอง

ประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างที่วิ่งต่างหาก คือสิ่งที่มีค่าและความหมายกับเรามากที่สุด

—–

* ทรมานบันเทิง หรือ Torture entertainment เป็นคำที่ผมเรียนรู้มาจากพีท รุ่นน้องที่เอเชี่ยนยูที่ตอนนี้เป็นนักวิ่งระดับโปร

—–

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com