Sapiens ตอนที่ 10 – จักรวรรดิ

 

20170220_sapiens10

เมื่อตอนที่แล้วเราพูดถึง “เงิน” ซึ่งมีบทบาทในการสร้างโลภาภิวัฒน์ในเชิงเศรษฐกิจ

วันนี้จะขอพูดถึง จักรรรดิ (Empires) ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างโลกาภิวัฒน์ในเชิงสังคมและการเมืองนะครับ

จักรวรรดิคืออะไร?

มีจักรวรรดิมากมายที่เราคุ้นหู เช่น จักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิเปอร์เซีย จักรวรรดิออตโตมัน จักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิมองโกล รวมไปถึงราชวงศ์ฮั่น

แต่อะไรคือตัวชี้วัดว่า อาณาเขตหรือการปกครองใดเป็นจักรวรรรดิ?

ผู้เขียนบอกว่าจักรวรรดิจะมีคุณลักษณะสองข้อด้วยกัน

1. ปกครองผู้คนหลายเชื้อชาติ (rule over a significant number of distinct peoples)

2. มีอาณาเขตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะพร้อมจะกลืนกินบ้านอื่นเมืองอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานหรืออัตลักษณ์ไป

ประเทศอังกฤษในตอนนี้ไม่ถือว่าเป็นจักรวรรดิเพราะไม่สามารถเพิ่มอาณาเขตได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอัตลักษณ์ของตัวเอง แต่เมื่อร้อยปีที่แล้วเกือบทุกที่บนโลกใบนี้มีโอกาสที่จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษ

คำว่า “จักรวรรดิ” นั้นมีความหมายแง่ลบอยู่ในที เพราะเราจะเห็นภาพของการทำสงคราม ฆ่าฟัน และกดขี่ข่มเหงประชาชนในเมืองที่ถูกยึดครอง

แต่ความจริงก็คือในช่วง 2500 ปีที่ผ่านมาการปกครองแบบจักรวรรดิคือการปกครองที่มีเสถียรภาพที่สุดของมนุษย์

การที่จักรวรรดิใดจักรวรรดิหนึ่งจะล่มสลายนั้นมักไม่ได้เกิดจากการลุกฮือขึ้นของประชาชนที่ทนต่อการกดขี่ไม่ได้ (เพราะกลุ่มกบฎเหล่านี้ปราบปรามได้ง่ายมาก) แต่มักจะเกิดจากการทะเลาะกันเองในหมู่ผู้ปกครอง หรือการรุกรานจากจักรวรรดิอื่น

 

จักรวรรดิแรก
จักรวรรดิแรกของมนุษย์มีชื่อว่าจักรวรรดิอัคคาเดียนของซาร์กอนมหาราช (Akkadian Empire of Sargon the Great) ในปี 2250 ก่อนคริสตกาล โดยซาร์กอนนั้นเริ่มต้นจากการเป็นพระราชาของ Kish เมืองเล็กๆ ในเมโสโปเตเมีย (ปัจจุบันอยู่ทางใต้ของเมืองแบกแดดไป 80 กิโลเมตร) ก่อนจะค่อยๆ ยึดครองเมืองในเมโสโปเตเมียทั้งหมดและเมืองรอบนอกต่างๆ ด้วย โดยซาร์กอนมหาราชได้ประกาศว่าท่านได้ผู้ชิตโลกทั้งใบแล้ว (ทั้งที่จริงๆ อาณาเขตของจักรวรรดิอัคคาเดียนนั้นกินพื้นที่ของประเทศอิรักและซีเรียเท่านั้น)

ซาร์กอนมหาราชสวรรคตตได้ไม่นาน จักรวรรดิอัคคาเดียนก็ล่มสลายแต่พระราชาในยุคถัดมาในแคว้นบาบิโลนหรือแคว้นอัสซีเรียต่างก็พยายามเดินตามรอยซาร์กอนและประกาศตนว่าเขาคือผู้พิชิตโลกทั้งใบ

เมื่อ 550 ปีก่อนคริสตกาลก็เกิดมหาราชอีกองค์หนึ่งคือไซรัสมหาราชซึ่งเป็นผู้สร้างจักรวรรดิเปอร์เซีย (ซึ่งกินพื้นที่ใหญ่กว่าจักรวรรดิอาคาเรียนหลายสิบเท่า) สิ่งที่ทำให้ไซรัสมหาราชแตกต่างจากพระราชาองค์ก่อนๆ ก็คือท่านไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นพระราชาของชาวเปอร์เซียเท่านั้น แต่มองว่าตัวเองเป็นพระราชาของพสกนิกรทุกคนที่ตกอยู่ใต้การปกครองของท่าน

ดังนั้นไซรัสมหาราชจึงมองว่า การขยายอาณาเขตของจักรวรรดิเปอร์เซียนั้น เป็นการทำไปเพื่อประโยชน์สุขของมนุษย์ทุกหมู่เหล่า และประชาชนในเมืองที่ถูกจักรวรรดิเปอร์เซียยึดครองควรจะดีใจที่ได้ท่านมาเป็นพระราชา

แนวคิดว่าการเข้ายึดครองคือการเข้าไปโปรด ถูกส่งต่อมายังอเล็กซานเดอร์มหาราช, จักรพรรดิแห่งโรมัน, เคาลีฟะห์ (ประมุขของอาณาจักรอิสลามต่าง ๆ )
ราชวงศ์ในอินเดีย และรวมถึงประธานาธิบดีของรัสเซียและสหรัฐอเมริกาด้วย วิธีคิดแบบนี้จึงถูกใช้เพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมในการเข้าไปปกครองดินแดนต่างๆ มาโดยตลอด

จักรวรรดิเป็นเหตุผลหลักในการผสมผสาน กฎหมาย ภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนเชื้อชาติและเชื้อสายต่างๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้สินค้า ความรู้ เทคโนโลยีส่งต่อกันไปมาได้ง่ายขึ้น

แต่การหลอมรวมนั้นก็ใช่ว่าจะโปรยปรายด้วยดอกกุหลาบ เพราะผู้คนที่ถูกยึดครองต้องใช้เวลาหลายทศวรรษหรือแม้กระทั่งนานนับศตวรรษกว่าจะปรับตัวให้เข้ากับวิถีของผู้ปกครองคนใหม่ (ลองคิดภาพว่าถ้าวันนี้เราโดนประเทศเพื่อนบ้านยึดครองจนเราจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ เราต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่กว่าจะปรับตัวได้) และประวัติศาสตร์ก็เต็มไปด้วยเรื่องราวการต่อสู้ของผู้ถูกรุกรานเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ที่เขาควรจะได้

แม้จักรวรรดิจะถูกมองว่าเป็น “ผู้ร้าย” ในประวัติศาสตร์ แต่จักรวรรดิก็ได้สร้างคุณูปการให้กับดินแดนที่จักรวรรดิเหล่านั้นเคยแผ่อาณาเขตไม่ถึง

ยกตัวอย่างเช่นประเทศอินเดีย ที่ถูกจักรวรรดิอังกฤษยึดครอง แม้อังกฤษจะเข่นฆ่ชาวอินเดียไปไม่น้อย แต่อังกฤษก็ได้รวมแคว้นต่างๆ ในอินเดีย (ซึ่งก่อสงครามกันประจำ) เข้าไว้ด้วยกัน วางรากฐานกระบวนการยุติธรรมและระบบราชการให้ และสร้างทางรถไฟซึ่งจำเป็นอย่างมากในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

้เมื่ออินเดียได้เอกราชแล้ว ก็ยังนำระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมาใช้ตามรอยอังกฤษ ภาษาอังกฤษถูกใช้เป็นภาษาราชการที่ทำให้คนท้องถิ่นซึ่งพูดภาษาฮินดี ทมิฬ และมาลายาลัมคุยกันรู้เรื่อง

 

จักรวรรดิโลก
ในศตวรรษที่ 21 เกือบทุกประเทศในโลกต่างก็ต้องพึ่งพากันในเชิงเศรษฐกิจ ไม่มีใครจะสามารถรุกรานใครได้ตามอำเภอใจ แต่ละรัฐต่างก็ต้องปฏิบัติตามกติการและมารยาทของนานาชาติ พลังของทุนนิยมและข้อมูลข่าวสารเป็นกระแสอันเชี่ยวกรากที่กำหนดพฤติกรรมของทุกประเทศบนโลกนี้

จักรวรรดิโลกที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้ถูกปกครองด้วยจักรพรรดิองค์ใดองค์หนึ่ง แต่ด้วยกลุ่มคนผู้มีอิทธิพลจากหลายเชื้อชาติ

ผู้ประกอบการ วิศวกร นักวิชาการ และผู้คนต่างสาขาอาชีพกำลังถูกชักชวนให้เข้าร่วมจักรวรรดิใหม่นี้ พวกเขามีทางเลือกสองทาง คือจะจงรักภักดีกับประเทศของเขา หรือจะเข้าร่วมกับจักรวรรดิที่ได้แผ่อาณาเขตไปกว้างไกลกว่าจักรวรรดิใดที่เคยมีมา


ขอบคุณข้อมูลจาก Sapiens: A Brief History of Humankind by Yuval Noah Harrari  (อ่านรีวิวได้ใน Amazon)

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

Sapiens ตอนที่ 1 – กำเนิด Homo Sapiens
Sapiens ตอนที่ 2 – สิ่งที่ทำให้เราครองโลก
Sapiens ตอนที่ 3 – สมัยของการล่าสัตว์เก็บพืชผล
Sapiens ตอนที่ 4 – การหลอกลวงครั้งยิ่งใหญ่
Sapiens ตอนที่ 5 – คุกที่มองไม่เห็น
Sapiens ตอนที่ 6 – กำเนิดภาษาเขียน
Sapiens ตอนที่ 7 – ความเหลื่อมล้ำ
Sapiens ตอนที่ 8 – โลกที่ถูกหลอมรวม
Sapiens ตอนที่ 9 – มนตราของเงินตรา

 

One thought on “Sapiens ตอนที่ 10 – จักรวรรดิ

  1. Sapiens อ่านรวดเดียว ตั้งแต่ตอนที่ 1-10 น่าติดตามมากเลยค่ะ สรุปเนื้อหาสั้นๆได้อย่างเชื่อมโยง ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ รอตอนที 11 อยู่นะคะ (แบบใจจดใจจ่อด้วย)
    ขอบคุณที่ให้เวลาและแบ่งปันสิ่งดีๆค่ะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s