โน๊ตดนตรียังต้องมีตัวหยุด

20190328_rest

หนึ่งในเทคนิคการทำงานที่มีประสิทธิผลที่สุด คือเทคนิคที่เรียกว่า pomodoro

หลักการคือทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที

ตอนทำงาน 25 นาที ก็ทำให้เต็มที่ เหมือนวิ่ง 100 เมตรที่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจ

แต่เมื่อทำครบ 25 นาทีแล้ว ให้ไปพัก 5 นาที

งาน 25 พัก 5 งาน 25 พัก 5 สลับกันไปเรื่อยๆ ทำได้ซัก 4 รอบแล้วค่อยพักยาวๆ

ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราทำงานอย่างมีโฟกัสและรักษาแรงไว้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่หมดก๊อกไปเสียก่อน

—–

ใครที่เคยเห็นโน๊ตเพลงตามรูปด้านบน น่าจะพอคุ้นเคยกับกุญแจซอล ขีดห้าเส้น และตัวโน๊ตสีดำๆ ขาวๆ ที่แซมอยู่บนบรรทัดเหล่านั้น

ตัวดำๆ ขาวๆ แต่ละตัวจะบอกว่าโน๊ตที่ต้องเล่นมีอะไรบ้าง โด เร มี อะไรก็ว่ากันไป

แต่สิ่งที่คนที่ไม่ได้เรียนดนตรีอาจไม่รู้ก็คือนอกจากตัวโน๊ตที่บอกว่าต้องเล่นอะไร มันยังมี “ตัวหยุด” (rest) ที่บอกว่าต้องหยุดเล่นเมื่อไหร่ และหยุดนานแค่ไหนด้วย

ตรงไหนมีตัวหยุด ตรงนั้นไม่มีเสียงดนตรี

เป็นความเงียบ เป็นช่องว่าง เป็นพื้นที่ให้หายใจ

ตัวหยุดเหมือนเป็นพระรอง แม้เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันก็ทำให้ตัวโน๊ตซึ่งเป็นพระเอกโดดเด่นขึ้น

—–

เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้ดูหนังชื่อ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ที่กำกับโดยหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) นำแสดงโดยคุณบี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ คุณอนันดา เอเวอริ่งแฮม และคุณพลอย เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์

คุณบี๋เล่นเป็น “พะโป้” มหาเศรษฐีหม้ายชาวพม่าผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้านายชั้นสูง

คุณอนันดาเล่นเป็น “ส่างหม่อง” หลานของพะโป้

คุณพลอยเล่นเป็น “ยุพดี” ภรรยาใหม่ของพะโป้

ส่างหม่องกับยุพดีลอบเป็นชู้กัน พะโป้จับได้จึงลงโทษด้วยการล่ามโซ่ข้อมือให้ส่างหม่องกับยุพดีตัวติดกัน

ตอนแรกส่างหม่องกับยุพดีก็ดีใจ นึกว่าจะโดนลงโทษหนัก กลับกลายเป็นว่าได้อยู่กันใกล้ชิดกว่าเดิม ไม่ต้องลักๆ ลอบๆ อีกต่อไป

แต่เมื่อต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ความรำคาญก็เริ่มตามมา เพราะแต่ละคนมีพื้นเพไม่เหมือนกัน วิถีชีวิตไม่เหมือนกัน รสนิยมไม่เหมือนกัน จึงเริ่มมีปากมีเสียงและทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อยๆ

แม้กระทั่งตอนที่ยุพดีเสียชีวิตแล้ว พะโป้ก็ยังไม่ยินยอมให้ส่างหม่องถอดกุญแจมือ เรื่องราวตอนจบจึงกลายเป็นโศกนาฎกรรม

—–

เมื่อมองไปรอบๆ ตัว เรามักจะเห็นสรรพสิ่ง

สิ่งที่เรามองแต่มักไม่เห็นก็คือพื้นที่ว่าง

เรามองเห็นหน้าจอมือถือ แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับมือถือ

เรามองเห็นต้นไม้ แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับต้นไม้

เรามองเห็นดวงดาว แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับดวงดาว

พื้นที่ว่างมีอยู่ในทุกภาคส่วนของชีวิต และเป็นสิ่งที่จำเป็นกว่าที่คิด เพราะถ้าจักรวาลนี้ไม่มีพื้นที่ว่าง เราก็คงไม่อาจมองเห็นและไม่อาจทำอะไรได้เลย

เมื่อพื้นที่ว่างคือองค์ประกอบสำคัญ เราจึงไม่ควรละเลยที่จะมีพื้นที่ว่างให้ชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเล่นดนตรี หรือความสัมพันธ์

ถ้าทำงานโดยไม่พัก สุดท้ายก็หมดแรง

ถ้าเล่นดนตรีโดยไม่มีโน๊ตหยุด เพลงนี้อาจไม่เพราะเท่าที่ควร

และถ้ามีความสัมพันธ์โดยไม่มีพื้นที่ว่างให้กัน หนังเรื่องนี้ก็อาจไม่มี happy ending ครับ

—–

ป.ล. ผมกำลังจะเปิด Writing Workshop รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 20 เมษายนนี้ ติดตามข่าวได้ทางเพจ Anontawong’s Musings นะครับ