Tren Griffin ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ Munger ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า บริษัทหนึ่งตัดสินใจขึ้นราคาสินค้าของตัวเอง แต่กลับขายของได้มากขึ้น
ปรากฏการณ์นี้ไม่ make sense เอาเสียเลยถ้ามองด้วยเลนส์ของเศรษฐศาสตร์ ที่มองความสัมพันธ์ระหว่างซัพพลายกับดีมานด์ แต่ถ้าเรามองด้วยเลนส์ของจิตวิทยา เราจะเข้าใจว่าลูกค้ามักจะมองว่าราคาที่แพงแปลว่าของน่าจะมีคุณภาพดี ก็เลยมีลูกค้าซื้อมากขึ้น
ผมเป็นแฟนหนังสือของ Dan Brown เล่มแรกที่อ่านคือ The Da Vinci Code ก่อนจะกลับไปไล่อ่านหนังสือของเขาครบทุกเล่ม
นิยายของ Dan Brown คือ action thriller ที่พาไปรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของสถานที่ต่างๆ แต่ก็มักจะถูกค่อนแคะว่าตัวละครไม่มีมิติและบทพูดดูเชยๆ ไม่สละสลวย
ตอนนี้ผมกำลัง “ฟัง” หนังสือเล่มล่าสุดของเขาอยู่ ชื่อว่า The Secret of Secrets ที่ดำเนินเรื่องราวในกรุงปรากแห่งสาธารณรัฐเช็ก
พระเอกยังคงเป็นโรเบิร์ต แลงดอนเหมือนเดิม (พูดแล้วก็นึกถึงหน้าทอม แฮงค์ขึ้นมาทันทีเพราะแสดงหนังจากนิยาย Dan Brown หลายเรื่อง)
แคทเธอริน: จิตสำนึกไม่ได้เป็นอวัยวะที่จับต้องได้ในร่างกายของเรา มันดำรงอยู่ในขอบเขตของโลกควอนตัม จึงเป็นเรื่องยากเกินที่จะคาดเดาหรือทำซ้ำ (extremely difficult to observe with any predictability or repeatability.) คุณสามารถใช้จิตสำนึกสังเกตลูกบอลที่กระดอนอยู่ได้ แต่เมื่อคุณใช้จิตสำนึกเพื่อสังเกตจิตสำนึกของตัวเองมันย่อมจะวนหลูปไม่รู้จบ เหมือนการพยายามดูว่าตาของตัวเองสีอะไรโดยไม่มองกระจก แม้ว่าคุณจะฉลาดหรือพยายามแค่ไหนคุณก็ไม่มีทางรู้
แต่สิ่งที่น่าดีใจ คือผมได้ฟังพ็อดแคสต์ของ Dr.Rangan Chatterjee คุณหมอวัย 48 ปี ที่สัมภาษณ์ Dr. Thomas Seyfried ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา พันธุศาสตร์ และชีวเคมีที่วิทยาลัยบอสตัน (Boston College) และต่อด้วยพ็อดแคสต์ Diary of a CEO ของ Steven Bartlett ที่สัมภาษณ์ ดร. ซีฟรีด (Seyfried) ด้วยเช่นกัน
หนึ่งในสิ่งที่ Dr. Peter Attia เขียนไว้อย่างชัดเจนในหนังสือ Outlive ก็คือโรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงให้กับโรคมะเร็ง, โรคหลอดเลือดหัวใจ, และโรคสมองเสื่อม
โรคทั้ง 4 ชนิดนี้ Dr. Attia เรียกว่าเป็น “The Four Horsemen” หรือที่ผมตั้งชื่อให้เองว่า “พญามารทั้ง 4” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก
หากเราไปศึกษาชนเผ่าพื้นเมืองที่ยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นในแอฟริกาหรือกลุ่มชาวอินูอิต ก็จะพบว่าอัตราการเป็นมะเร็งของคนกลุ่มนี้นั้นต่ำมาก ยกตัวอย่างเช่น Dr. Albert Schweitzer ที่เดินทางไปประเทศกาบองในทวีปแอฟริกาเมื่อปี 1913 และเขียนบันทึกไว้ว่า:
ทุกวันนี้คนกลัวว่า AI จะมาแย่งงาน เพราะ AI เริ่มทำงานแทนเด็กจบใหม่ได้แล้ว
เราเองก็น่าจะเริ่มคุยกับ AI มากขึ้นเรื่อยๆ มีอะไรไม่รู้หรือไม่แน่ใจก็ถาม AI ไว้ก่อน จนน่าคิดว่าในอนาคตจะยังมีเรื่องไหนที่คนยังเชื่อตัวเองมากกว่า AI อยู่หรือไม่
สำหรับผม คงจะมีคำถามหนึ่งที่ผมจะเลือกเชื่อตัวเองมากกว่า AI
คำถามนั้นก็คือ “ผมควรจะชวนใครมาทำงานด้วย?”
คำถามนี้ยากเกินกว่าที่ AI จะตอบในหลายมิติ
หนึ่ง เพราะ AI ปัจจุบันเป็น Large Language Model ที่ต้องอ่านข้อมูลมหาศาล ในอินเทอร์เน็ตและในสื่อต่างๆ