ยอมรับความไม่สมบูรณ์ แล้วชีวิตจะสมบูรณ์

20190826

นี่คือถ้อยคำของคุณ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ

เพราะสิ่งต่างๆ ล้วนอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ – ทุกสิ่งเปลี่ยนผัน ทุกอย่างเผชิญแรงเสียดทาน และไม่มีอะไรที่เราบังคับควบคุมได้

เราจึงควรเตือนตัวเองว่าอย่าไปวุ่นวายใจกับสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

ใช้รถยนต์ย่อมมีรอยขีดข่วน ใช้ชีวิตย่อมมีบาดแผล ใช้คนย่อมมีข้อผิดพลาด

ดี 100 เสีย 10 เราควรพอใจกับ 90 ที่ดี ไม่ใช่หงุดหงิดกับ 10 ที่เสีย

ลองคิดภาพว่าตอนเราเป็นนักเรียน ถ้าเราสอบได้ 90 เต็ม 100 เราจะมามัวผิดหวังกับสิบคะแนนที่พลาดไปหรือเราจะซื้อขนมให้รางวัลตัวเอง

ทำให้ดี ทำให้เต็มที่ แต่ทดไว้ในใจด้วยว่า ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

ยอมรับความไม่สมบูรณ์ แล้วชีวิตจะสมบูรณ์

ชีวิตที่ดีอาจมีได้ง่ายกว่าที่เราคิดครับ

—–

ขอบคุณ Quote จากหนังสือ Between Hello and Goodbye ครู่สนทนา โดย จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์ สำนักพิมพ์ SALMONBOOKS

Brave New Work ตอนที่ 15 – ความฝันอันเหลือเชื่อ

20190825

ลึกๆ เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า แม้วิธีการทำงานแบบโรงงานได้นำพาเรามาถึงจุดนี้ แต่มันไม่สามารถพาเราไปจุดที่เราอยากไป

เรากำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน และหากเราทำสำเร็จ สิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้น

– ทุกองค์กรทั้งเอกชนและรัฐบาลจะปรับปรุงตัวเองทุกวันด้วยการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมของทุกคน (continuous participatory change)

– ความมุ่งหมายและความเจริญของมนุษย์เป็นจุดประสงค์หลักขององค์กร การเจริญเติบโตเป็นเพียงผลลัพธ์ ไม่ใช่เป้าหมาย

– ทีมส่วนใหญ่จัดการตัวเอง (self management) พนักงานทุกคนได้รับการสนับสนุนให้ทำงานอย่างมีอิสรภาพและมีความรับผิดชอบ

– พนักงานมีส่วนเป็นเจ้าของในองค์กร กำไรบริษัทได้รับการกระจายอย่างทั่วถึง

– มีองค์กรมากขึ้นที่คงความเป็นเอกชนเอาไว้ ไม่เข้าตลาดหุ้นเป็นมหาชน เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับความกดดันจากภายนอก จนทำอะไรแบบคิดสั้นรายไตรมาส

– เพราะใช้เทคโนโลยีมากขึ้นและมีความเป็นข้าราชการน้อยลง พนักงานจึงใช้ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่ ส่งผลให้องค์กรมีขนาดเล็กลงและคล่องตัวกว่าเดิม

– ผู้บริโภคซื้อของจากในพื้นที่ (shop locally) เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ในชุมชนที่เขาอาศัยอยู่

– การศึกษาจะช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็กสำหรับงานแห่งอนาคต โดยเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และสปิริตผู้ประกอบการ

– บล็อคเชนและสกุลเงินดิจิตัลจะเอื้อให้เกิดองค์กรที่ขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องมีศูนย์บัญชาการ

เข็มหมุดและความบ้าคลั่ง

นักปรัชญาอย่าง Bertrand Russel เคยกล่าวไว้ว่า

“ลองจินตนาการว่ามีคนกลุ่มหนึ่งทำงานผลิตเข็มหมุด พวกเขาผลิตเข็มหมุดมากเท่าที่โลกต้องการด้วยการทำงานวันละ 8 ชั่วโมง

จากนั้นก็มีคนคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผลิตเข็มหมุดได้มากขึ้น 2 เท่า โดยใช้คนเท่าเดิม

เข็มหมุดนั้นราคาถูกมากอยู่แล้ว ดังนั้นต่อให้เข็มหมุดราคาถูกลงก็จะไม่ขายดีไปกว่านี้

ในโลกที่มีเหตุผล (in a sensible world) คนทุกคนที่ผลิตเข็มหมุดจะลดเวลาการทำงานเหลือเพียงวันละ 4 ชั่วโมง และเอาเวลาที่เหลือไปพักผ่อนหรือทำสิ่งอื่นๆ

แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คนกลุ่มนี้ก็ยังทำงานวันละ 8 ชั่วโมงเหมือนเดิม แล้วเข็มหมุดก็ล้นตลาด แล้วโรงงานบางแห่งก็ต้องปิดตัว แล้วครึ่งหนึ่งของคนที่ผลิตเข็มหมุดก็จะต้องตกงาน

แทนที่ทุกคนจะมีเวลาว่างมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าคนครึ่งหนึ่งไม่มีงานทำในขณะที่คนอีกครึ่งหนึ่งทำงานหนักเกินไป

แทนที่ความเจริญจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น มันกลับทำให้ทุกคนมีความทุกข์ยิ่งกว่าเดิม

จะมีอะไรที่บ้าคลั่งไปกว่านี้?”

องค์กรรูปแบบใหม่

องค์กรแบบเก่านั้น ผู้บริหารมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องยึดประโยชน์ผู้ถือหุ้นไว้สูงสุด โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม องค์กรจำเป็นต้องทำร้ายธรรมชาติถ้ามันสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้ แม้สุดท้ายแล้วผู้ถือหุ้นจะต้องดื่มน้ำและสูดอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษก็ตาม

แต่องค์กรรูปแบบใหม่กำลังเกิดขึ้น มันมีชื่อเรียกว่า public benefit corporation – องค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ ที่เป็น “ลูกผสม” ระหว่าง องค์กรแสวงหากำไร (for-profit) และองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (non-profit) ที่สามารถสร้างกำไรและทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อสังคมไปพร้อมๆ กัน (profit & purpose)

34 รัฐในอเมริกาได้ผ่านกฎหมายให้จดทะเบียนบริษัทในรูปแบบนี้ได้แล้ว และหลายองค์กรที่เราเคยได้ยินชื่ออย่าง Kickstarter และ Patagonia ก็ได้ประกาศตนเป็น public benefit corporation ไปเรียบร้อย

คอนเซปต์องค์กรอีกรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในช่วงตั้งไข่มีชื่อว่า DAOs – Decentralized Autonomous Oraganizations

ลองคิดภาพตู้ขนมหยอดเหรียญ (vending machine) ที่นอกจากจะขายขนมให้เราแล้วยังสามารถสั่งขนมมาเติมได้เอง นอกจากนั้นยังเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดและจ่ายค่าเช่าที่ได้เองอีกด้วย แถมคนซื้อยังมีสิทธิ์โหวตได้ด้วยว่าอยากให้ขายขนมอะไรและอยากให้ทำความสะอาดบ่อยแค่ไหน ตู้นี้ไม่ต้องมีคนดูแล ทุกอย่างถูกตั้งโปรแกรมไว้หมดแล้ว

คนที่ศึกษา Blockchain และ Cryptocurrencies กำลังออกแบบองค์กรที่สามารถทำงานได้คล้ายๆ กับตู้หยอดเหรียญที่ว่านี้ ผู้ก่อตั้งองค์กรสามารถใช้ smart contracts สร้างและ operate องค์กรทั้งองค์กรโดยไม่จำเป็นต้องมี CEO ทีมผู้บริหาร หรือสำนักงานใหญ่เลย ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า DAOs จะเวิร์คหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าเราจะได้ยินชื่อของมันบ่อยขึ้นในอนาคตอันใกล้

ในฝั่งของนักลงทุนเองก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยมีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า impact investing ที่ลงทุนแต่ในองค์กรที่สร้างสาธารณประโยชน์ โดยดู triple bottom line – กำไรสามมิติ ทั้งกำไรการเงิน กำไรสังคม และกำไรสิ่งแวดล้อม

มูลค่ากองทุนประเภท impact investing นี้มีมูลค่าถึง 250,000 ล้านเหรียญและจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในสิบปีข้างหน้า โดยกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่า Rise Fund ที่มีกรรมการบริษัทอย่าง Bono นักร้องวง U2, Richard Branson แห่ง Virgin และ Reid Hoffman ที่เป็น Co-founder ของ LinkedIn

Eric Ries ผู้เขียนหนังสือ The Lean Startup อันโด่งดังก็กำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า Long Term Stock Exchange (LTSE) ที่แตกต่างจากตลาดหุ้นที่เรารู้จักในหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่นอำนาจในการโหวตของผู้ถือหุ้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณถือหุ้นนั้นๆ องค์กรที่ต้องการจดทะเบียนใน LTSE ต้องผูกรายรับของผู้บริหารไว้กับผลประกอบการระยะยาวของบริษัท และองค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลต่อ LTSE มากกว่าที่เปิดเผยให้กับตลาดหลักทรัพย์ทั่วไปเสียอีก ผลก็คือองค์กรที่อยู่ใน LTSE นี้จะได้โฟกัสกับ “เกมยาว” โดยไม่ต้องมาคอยพะวงกับผลประกอบการรายไตรมาสอีกต่อไป

สร้างตัวตนขึ้นมาใหม่

หลายคนกำลังกลัวว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์ ซึ่งงานที่ complicated นั้น AI ก็ทำได้มากขึ้นเรื่อยๆ อเมริกามีคนขับรถบรรทุกถึง 3.5 ล้านคน แต่คนเหล่านี้อาจตกงานเมื่อ self-driving car ครองถนน ส่วนงานด้านกฎหมายจะหายไปราว 39% เมื่อคนตกงานก็จะย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เพราะเขาก็จะไม่มีเงินมาซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณเช่นกัน

ข่าวดีก็คือ แม้ AI ทำงานที่ complicated ได้ก็จริง แต่มันยังทำงานที่ complex ไม่ได้

โดรนอาจจะรดน้ำสวนองุ่นได้ แต่จัดการโรงกลั่นไวน์ไม่ได้ แอปพลิเคชันอาจช่วยให้คุณนัั่งสมาธิได้ แต่ไม่สามารถให้คำปรึกษาด้านชีวิตคู่ได้ AI อาจออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายได้ แต่การผิดนัดออกกำลังกายกับไอโฟนนั้นง่ายดายกว่าการผิดนัดกับเทรนเนอร์ที่รอเราอยู่ที่ฟิตเนสมากนัก

AI จะเปลี่ยนรูปแบบงานของเรา แต่เราจะยังมีงานทำอยู่แน่นอน งานที่ต้องสร้างสรรค์ยิ่งกว่าเดิม complex ยิ่งกว่าเก่า และท้าทายยิ่งกว่างานใดๆ ที่เราเคยประสบมา

ระบบการศึกษาเองก็ต้องการการปฏิรูปเช่นกัน การศึกษาแบบเก่านั้นทนทายาดมาก ผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วก็ยังเหมือนเดิม ยังคงผลิตคนที่เหมือนๆ กันออกมาป้อนเครื่องจักรที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

แต่ก็มีโรงเรียนหัวก้าวหน้าอย่าง ESBC ในเยอรมันนีหรือ Ricardo Semler’s Lumiar ในบราซิลที่กำลังคิดใหม่ทำใหม่เรื่องการศึกษา ไม่มีวิชา ไม่มีการสอนหน้าชั้น ไม่มีการให้เกรด แต่เป็นการเรียนรู้แบบองค์รวมที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและความอยากรู้อยากเห็น นักเรียน อาจารย์ และผู้ปกครองถูกคาดหวังให้ออกแบบหลักสูตรร่วมกัน

คิดดูว่ามันจะเจ๋งแค่ไหน ถ้าทุกคนแข่งขันกันไม่ใช่เพื่อจะเป็นองค์กรที่ดีที่สุดในโลก แต่เป็นองค์กรที่ดีที่สุดเพื่อโลก เราอาจจะยังอยู่ในระบบทุนนิยม แต่เกณฑ์การนับแต้มจะไม่เหมือนเดิม แทนที่จะมีผู้ชนะเพียงคนเดียว ทุกคนจะได้เป็นผู้ชนะในเกมนี้

ผมรู้ว่าหนังสือของผมไม่เพอร์เฟค ผมอาจจะตกหล่นอะไรบางอย่างที่สำคัญสุดๆ ไป แต่ไม่เป็นไร เพราะผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมได้นำเสนอไปนั้นมันเพียงพอ

เพียงพอที่จะสะกิดบางอย่างในใจคุณ ว่าสิ่งที่เราทำกันอยู่ในปัจจุบันไม่น่าจะใช่วิธีที่ดีที่สุด

เพียงพอที่จะให้เราได้เริ่มต้น เพียงพอที่จะลองผิดลองถูกกันต่อไป และนั่นแหละที่สำคัญ ไม่เพอร์เฟคไม่เป็นไร แต่ขอให้เราได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

ขอให้ทุกคนมีความหาญกล้าในการนำพาตัวเองและสังคมเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของการทำงานครับ

<<จบบริบูรณ์>>


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม Brave New Work Series ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาครับ

ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Brave New Work ของ Aaron Dignan

Brave New Work ตอนที่ 1 – ไฟแดงหรือวงเวียน?.

Brave New Work ตอนที่ 2 – หนี้กรรมขององค์กร

Brave New Work ตอนที่ 3 – เชื่อมั่นในมนุษย์

Brave New Work ตอนที่ 4 – จุดมุ่งหมายสำคัญ

Brave New Work ตอนที่ 5 – เส้น Waterline

Brave New Work ตอนที่ 6 – Red Team

Brave New Work ตอนที่ 7 – Loosely Coupled, Tightly Aligned

Brave New Work ตอนที่ 8 – ทำงานในที่แจ้ง

Brave New Work ตอนที่ 9 – คู่มือการทำงานกับผม

Brave New Work ตอนที่ 10 – เงินซื้อความสุขไม่ได้

Brave New Work ตอนที่ 11 – Culture เปรียบเหมือนเงา

Brave New Work ตอนที่ 12 – เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง

Brave New Work ตอนที่ 13 – Transform ด้วยวิธี Looping

Brave New Work ตอนที่ 14 – คนเราไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

ห้างสรรพสินค้าไม่มีนาฬิกา

20190824_nowatches

เราจะได้หลงระเริงอยู่ในนั้น

ในอาคารใหญ่ๆ อย่างออฟฟิศ สถานที่ราชการ หรือโรงพยาบาล เรามองเห็นนาฬิกาติดผนังได้โดยง่าย แต่ห้างสรรพสินค้าไม่มีเวลาคอยบอก นอกเสียจากในแผนกขายนาฬิกา

หลายสิ่งหลายอย่าง ถูกออกแบบมาโดยตั้งใจ

ซูเปอร์มาร์เก็ตไม่น้อยวางผลไม้ไว้ตรงทางเข้า ทั้งๆ ที่ในทางปฏิบัติผลไม้ควรจะอยู่ช่วงท้ายๆ ของการเดิน เวลาหยิบใส่รถเข็นจะได้ไม่ต้องห่วงว่าอะไรจะมาทับ

แต่เหตุผลที่เขาวางผลไม้ไว้ตรงทางเข้า ก็เพื่อให้คนรู้สึกดีที่ได้หยิบผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพแล้ว จากนั้นจะซื้อของกินอื่นๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพบ้างก็ไม่เป็นไร อารมณ์คงเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาใหม่ๆ แล้วรู้สึกว่าจะกินอะไรก็ได้นั่นแหละ

หรืออย่างเมนูอาหารในร้านหรู บรรทัดแรกๆ มักจะเป็นเมนูราคาแพง แพงในระดับที่เราไม่กล้าสั่ง พอเจอรายการอื่นๆ จะได้รู้สึกว่าถูกไปโดยปริยาย

ห้างสรรพสินค้าไม่มีนาฬิกา ทางเข้าซูเปอร์ขายผลไม้ เมนูที่แพงจนขายไม่น่ามีใครกล้าสั่ง

หลายสิ่งหลายอย่างที่เราเห็น (หรือไม่เห็น) ถูกใส่มาหรือถูกละไว้โดยตั้งใจ

ขอให้เรามองออกและรู้เท่าทันกันนะครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือดวงตาแห่งชีวิต โดยท่านเขมานันทะ

นิทานปลาขาดน้ำ

20190823

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ครอบครัวของจวงโจวยากจนมาก เขาจึงไปขอยืมข้าวจากเจียนเหอโหว

เจียนเหอโหว กล่าวว่า

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เร็วๆ นี้ข้าจะได้รับเงินภาษีจากไพร่ในที่ดินศักดินาของข้า เมื่อได้มาแล้วข้าจะให้ท่านยืมสามร้อยตำลึงทอง”

จวงโจวหน้าแดงด้วยความโกรธ กล่าวว่า

“เมื่อวานนี้ ขณะที่ข้ากำลังเดินทางมาที่นี่ ก็ได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อข้า เมื่อหันไปรอบๆก็เห็นปลาหมอตัวหนึ่งนอนดิ้นกระเสือกกระสนอยู่ในรอยเกวียน ข้าจึงร้องถามไปว่า “เจ้าปลา เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

มันตอบว่า “ข้าคืออำมาตย์แห่งทะเลบูรพา ขอน้ำแก่ข้าสักกระบวยหนึ่ง เพื่อยังชีวิตอยู่ต่อไป”

ข้าก็บอกมันไปว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ข้ากำลังมุ่งสู่แดนใต้ไปยังแคว้นอู๋และแคว้นเย่ว์ และจะขุดร่องเปลี่ยนเส้นทางน้ำมายังที่ที่ท่านนอนอยู่นี้”

ปลากล่าวตอบด้วยความโกรธว่า “ข้ากำลังสูญสิ้นพลังชีวิต! ไม่อาจดิ้นรนไปไหนได้อีก หากท่านให้น้ำแก่ข้าสักกระบวยหนึ่ง ข้าก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ถ้าท่านให้คำตอบแก่ข้าเช่นนั้น ท่านก็จะได้เห็นข้ากลายเป็นปลาแห้งที่แผงขายปลาในตลาด”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Manager Online: จวงจื่อขอยืมข้าวจากเจียนเหอโหว

เมื่อเราชอบใคร เขาทำอะไรก็เข้าตา

20190822

เมื่อเราเกลียดใคร เขาทำอะไรก็ขวางหูขวางตา

ทั้งๆ ที่เป็นไปไม่ได้เลยที่ใครคนหนึ่งจะดีพร้อม หรือใครคนหนึ่งจะเลวพร้อม

เพราะเราไม่เคยเห็นเขาอย่างที่เขาเป็น เราเห็นเขาอย่างที่เราเป็นเสมอ

เป็นความพิศมัยของเราต่างหาก ที่ทำให้มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เราชอบ

เป็นความอคติของเราต่างหาก ที่ทำให้มองไม่เห็นความดีของคนที่เราชัง

ชอบใครคนหนึ่งมากไป เราอาจติดกับ และรู้ตัวเมื่อสาย

ชังใครคนหนึ่งมากไป ทำให้เราสร้างและแบกอารมณ์ลบมากเกินความจำเป็น

ถ้าใครทำอะไรก็เข้าตา หรือใครทำอะไรก็ขวางหูขวางตา ขอให้รู้ว่ามันเป็นสัญญาณ

สัญญาณว่าสายตาของเรากำลังขมุกขมัวด้วยม่านหมอกแห่งอคติจนเราไม่ควรเชื่อในสิ่งที่ตาเราเห็นจนเกินไปครับ

—–

Time Management Workshop เสาร์ที่ 7 กันยายนนี้ เต็มแล้วทั้งรอบเช้าและรอบบ่ายนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่สนใจ จะเปิดรับรุ่นต่อไปประมาณต้นปี 2563 ครับ