เรามี “กล่องเวลา” วันละ 100 กล่อง

คนเรานอนวันละประมาณ 7 ชั่วโมง เวลาที่ตื่นก็คือ 17 ชั่วโมงหรือประมาณ 1000 นาที

เมื่อเราแบ่ง 1000 นาทีออกเป็นกล่องละ 10 นาที เราจะมีเวลา 100 กล่อง

แต่ละกล่องเราใช้ไปกับอะไรบ้าง นับเป็นเรื่องน่าสนใจ

ถ้านับตั้งแต่ตื่นนอนจนมาถึงตอนนี้ รู้สึกตัวว่าทำกล่องหล่นหายไปแล้วหลายสิบกล่อง ขอให้ระลึกไว้ว่าเราสามารถใช้ 2-3 กล่องถัดไปในการ “เปลี่ยนเกม” ได้เสมอ

หากใช้กล่องส่วนใหญ่ได้ถูกวิธี เราก็จะมีวันที่ดี เมื่อมีวันที่ดี เราก็จะมีสัปดาห์ที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่เดือนที่ดี ปีที่ดี ทศวรรษที่ดี และชีวิตที่ดีครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก Wait But Why

มีความสุขนั้นไม่ยาก มันจะยากตอนอยากสุขมากกว่าคนอื่น

อยากมีความสุขนั้นไม่ยาก – มีข้าวกิน มีน้ำดื่ม ได้นอนหลับเพียงพอ ได้เคลื่อนไหวร่างกาย มีงานที่ได้ใช้ความสามารถ มีความก้าวหน้าในบางเรื่องบางราว ได้ทำสิ่งที่ชอบ มีเรื่องที่ทำให้เรามีชีวิตชีวา ก็มากเกินพอที่เราจะมีความสุข

มันจะยากตอนอยากสุขมากกว่าคนอื่น – มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบเปรียบเทียบเป็นทุนเดิม พอมาเจอโลกโซเชียลที่มักถ่ายทอดแต่ highlights ของเพื่อนฝูงและคนดัง เราจึงมักเผลอนึกว่าเขามีความสุขมากกว่าที่เขาเป็น

“If one only wished to be happy, this could be easily accomplished; but we wish to be happier than other people, and this is always difficult, for we believe others to be happier than they are.”
-Montesquieu

ฉะนั้นแล้ว เคล็ดลับของความสุขน่าจะมีแค่สองอย่าง คือลดโอกาสที่จะเกิดการเปรียบเทียบ และหันมาใส่ใจแต่สิ่งที่เราควบคุมได้และมีคุณค่ากับเราอย่างแท้จริงครับ

ไม่มี New Year’s Resolutions มีแต่ Theme ประจำปี

เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ผมไม่มี New Year’s Resolutions

เหตุผลหลักคงเป็นเพราะตั้งทีไรแล้วทำไม่ค่อยได้ บางอย่างแม้จะมีความตั้งใจเต็มเปี่ยม มีหลักการในการสร้าง habit ที่ดี แต่ก็มักจะมีปัจจัยที่คุมไม่ได้เข้ามาทำให้ต้องหยุดวิ่งตามเป้าหมายที่วางเอาไว้

หรือบางครั้ง เมื่อเราเจออะไรใหม่ๆ ได้มุมมองใหม่ๆ เป้าหมายที่เคยวางเอาไว้ก็ไม่ได้มีคุณค่าและความหมายมากเท่าเดิมอีกต่อไป

ดังนั้น แทนที่จะมีเป้าหมาย สิ่งที่ผมทำมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาคือการมีธีมประจำปี

ปี 2021: “Consistency” เพราะอยากทำอะไรให้เสมอต้นเสมอปลายกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือการภาวนา

ปี 2022: “Space” เนื่องจากปี 2021 เป็นปีที่เหนื่อยมากสำหรับชีวิตการทำงาน ตารางเต็มพรืดจนเป็นยาจกทางเวลา ปี 2022 เลยอยากจะมี “ที่ว่าง” ให้มากขึ้น ซึ่งผมเริ่มด้วยการสร้างทีมที่แข็งแรงกว่าเดิม เพื่อจะได้มอบหมายงานให้มาก ทำเองให้น้อยลง และมีการทำ time blocking เพื่อเรียกร้องเอกราชบางส่วนบน calendar ของตัวเองกลับคืนมา

ส่วนธีมปี 2023 สำหรับผมคือ Fix What’s Broken

ที่ผ่านมาผมปล่อยให้ปัญหาบางอย่างมันรบกวนใจและกายอยู่เรื่อยๆ เป็นปัญหาเล็กน้อยที่ไม่ได้ส่งผลเลวร้าย คล้ายกับเม็ดทรายในรองเท้าที่ไม่ได้สร้างอาการบาดเจ็บแต่ก็ทำให้การเดินหรือวิ่งไม่ราบรื่นเท่าที่ควร

ปีนี้เลยตั้งใจว่าอะไรที่มันพังๆ จะไล่แก้และไม่ดูดาย ยกตัวอย่างเช่น

  • โต๊ะทำงานที่รกไปหน่อย (เล่าให้ฟังในบทความเมื่อวานนี้)
  • อาการบาดเจ็บที่หัวเข่าขวาที่เรื้อรังมาเป็นสิบปี (เกิดตอนเตะฟุตบอล) ปรึกษาหมอแล้วบอกว่าน่าจะเป็นที่เอ็นไขว้หน้ายืด รวมถึงมี popliteus และ hamstring ที่อ่อนแอ ต้องทำ strength training ควบคู่ไปกับการรักษาด้วย shock wave
  • แผนการสำหรับการเขียนบล็อกที่ชัดเจนกว่านี้ ที่ผ่านมาเป็นบล็อกเกอร์ที่ใช้ชีวิตแบบวันต่อวันมาก ระดับมานั่งที่โต๊ะแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนเรื่องอะไร
  • เอกสารข้างโต๊ะทำงานที่กองอยู่ รอคอยให้เราสะสาง
  • ไฟในโรงจอดรถที่เสีย ประตูเลื่อนในครัวที่ฝืดๆ
  • เล็บขบที่นิ้วโป้งขวา (แก้แล้วเมื่อวานนี้ด้วยการให้ภรรยาพาไป Nail Spa)
  • กองดองที่เราควรวางแผนว่าจะเอาอย่างไรกับมัน การโละหนังสืออย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ การอ่านหนังสือให้มากขึ้นไม่ใช่คำตอบ การซื้อหนังสือเข้าบ้านน้อยลงก็ไม่ใช่คำตอบ คำตอบน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่างสามสิ่งนี้หรืออยู่ตรงการวางใจของเราต่อปัญหา/สถานการณ์ที่คนรักหนังสือทุกคนน่าจะเจอกัน

การมีธีมประจำปีช่วยให้เราใช้ชีวิตแบบมีทิศทางคล้ายกับการมีเป้าหมาย สิ่งที่แตกต่างคือธีมนั้นมีความ flexible กว่า และเรามีแนวโน้มที่จะอยู่กับมันนานได้นานกว่า

Fix What’s Broken คือธีมประจำปี 2023 ของผม

ธีมประจำปี 2023 ของคุณจะเป็นอะไร มาแชร์กันได้นะครับ

Broken Window Theory และเหตุผลที่เราควรมีโต๊ะทำงานที่เรียบร้อย

หนึ่งสิ่งที่ผมได้ทำในช่วงหยุดยาว คือเคลียร์โต๊ะทำงานให้สะอาดเรียบร้อยขึ้น

ก่อนหน้านี้ซัก 2 สัปดาห์ โต๊ะทำงานจองผมดูไม่ค่อยได้เท่าไหร่ มีหนังสือที่อ่านจบครึ่งๆ กลางๆ อยู่ 3-4 เล่ม บิลที่ยังไม่ได้จ่าย บทความที่ปริ๊นท์มาอ่าน อุปกรณ์มายากลที่ลูกเอามาให้ช่วยสอนเล่น ฯลฯ

การมีโต๊ะทำงานที่ยุ่งเหยิง เป็นภาพสะท้อนความยุ่งเหยิงของชีวิตภายนอกและชีวิตภายใน


สมัยมหาวิทยาลัย ผมได้เรียนเรื่อง Broken Window Theory ซึ่งมีต้นทางมาจากอเมริกา

ทฤษฎีนี้บอกว่าถ้าละแวกไหนมีบ้านหรือตึกที่มีกระจกแตก แล้วกระจกนั้นไม่ได้รับการซ่อมแซม อีกไม่นานก็จะมีกระจกแตกเพิ่มอีก

เพราะการที่กระจกบานแรกไม่ได้รับการซ่อมแซมนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่าคนในเขตนี้ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจความเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกวัยคะนองจึงรู้สึกว่าถ้าจะทำกระจกแตกอีกสักบานสองบานก็คงไม่มีใครถือเป็นธุระ

Broken Window Theory มีผลในการวางนโยบายของตำรวจในหลายพื้นที่ของอเมริกาในยุค 90’s โดยพวกเขาเชื่อว่าหากจัดการอาชญากรรมเล็กน้อยให้อยู่หมัด เช่นขึ้นรถไฟแบบไม่ซื้อตั๋ว ไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ฯลฯ อาชญากรรมใหญ่ๆ อย่างการปล้นชิงทรัพย์หรือการทำร้ายร่างกายก็จะลดน้อยลงเช่นกัน

ทำให้ผมนึกถึงเพื่อนคนหนึ่งที่เคยบอกว่า “ถ้าเรื่องเล็กๆ ยังทำให้ถูกต้องไม่ได้ จะทำเรื่องใหญ่ๆ ให้ถูกต้องได้ไง”


ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นย่อมจะรู้ดีว่าบ้านเมืองเขาเป็นระเบียบมาก แทบไม่มีการทิ้งขยะบนท้องถนน ห้องน้ำห้องท่าก็มักจะสะอาดเรียบร้อยแม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนหนาแน่นก็ตาม

อาจเป็นเพราะประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องนี้ และเราเองไปเที่ยวบ้านเมืองเขาแล้วเห็นเขารักษาความสะอาดเอาไว้ดี เราก็เลยรู้สึกว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามด้วยเช่นกัน

เมื่อญี่ปุ่นไม่มี “broken window” ให้เห็น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงระมัดระวังเป็นพิเศษ


กลับมาที่เรื่องการจัดโต๊ะ

หากเราปล่อยให้โต๊ะไร้ระเบียบ มันก็เหมือนการที่เรามีกระจกแตกไปแล้วหนึ่งบาน พอมีของอะไรมาเพิ่ม เราก็ไม่รู้สึกว่าการทำให้โต๊ะรกขึ้นอีกหน่อยจะเป็นปัญหาอะไร

แน่นอนว่าการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับโต๊ะสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่การมีโต๊ะที่เป็นระเบียบเรียบร้อยก็น่าจะช่วยลด “แรงเสียดทาน” ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ไม่มากก็น้อย

ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบกันดู

อย่าปล่อยให้กระจกบานแรกแตก จนเป็นตัวเหนี่ยวนำให้กระจกบานอื่นๆ แตกตามไปด้วยครับ

66 ข้อคิดต้อนรับปี 2566

  1. มนุษย์ชอบดูบรรทัดสุดท้าย พระเจ้าชอบดูทีละบรรทัด
  2. อย่าทุกข์ใจไปกับปัญหาที่มโนขึ้นมาเอง
  3. คนที่ทำให้เราหงุดหงิด ป่านนี้เขานั่งกินไอติมสบายใจเฉิบไปแล้ว!
  4. วันที่เราอ่อนแออย่าเพิ่งรีบเข้มแข็ง เดี๋ยวแผลจะใหญ่กว่าเดิม -พี่อ้อย
  5. ถ้าเราชอบตัวเองมากพอ เราจะไม่ขอให้คนอื่นมาชอบเรา
  6. ถ้าเราโกรธ แสดงว่ามันมีความจริงอยู่บางส่วน
  7. ยกโทษให้คนอื่นที่เขาเป็นคนแบบนี้ ยกโทษให้ตัวเองที่แอบหวังว่าเขาจะเป็นแบบอื่น
  8. สู้ไม่ได้ก็ให้หนี
  9. อย่าใช้ชีวิตเหมือนเพลงรักที่ไม่มีท่อนฮุค
  10. เอาช่วงเช้าให้อยู่หมัด – own the morning.
  11. การดูเป็นคนเก่งกับการเป็นคนเก่งนั้นไม่เหมือนกัน เลือกให้ดีว่าจะเอาดีด้านไหน
  12. จงเป็นคนใจเย็นที่ทำงานเร็ว จงเป็นคนใจดีที่เด็ดขาด
  13. ไม่มีทีมงานที่ไม่ดี มีแต่หัวหน้าที่ไม่ดี
  14. “พี่พลาดเอง” คือประโยคที่หัวหน้าควรพูดให้บ่อยกว่านี้
  15. ถ้าความคาดหวังของเราเติบโตเร็วกว่ารายได้ เราจะไม่มีวันมีความสุขกับเงิน
  16. ถึงจุดหนึ่งเงินเดือนจะไม่สำคัญเท่าเพื่อนร่วมงาน
  17. บริษัทหนึ่งมีผู้บริหารได้หลายคน เด็กหนึ่งคนมีพ่อได้คนเดียว
  18. อย่ารู้สึกผิดต่อการใช้ชีวิตให้สนุก
  19. บางที เรื่องสนุกของชีวิตก็เป็นเรื่องเดียวกับที่เรากลัวที่สุดนั่นแหละ -นิ้วกลม
  20. ง่ายที่สุดคือพูด ยากที่สุดคือทำ
  21. ลมจะดับเปลวเทียน แต่จะโหมกองไฟ
  22. มองให้ไกลกว่าหนึ่งช็อต
  23. เมื่อทำสิ่งถูกมันจะยากที่สุดแค่ตอนแรก เมื่อทำสิ่งที่ผิดมันจะง่ายที่สุดแค่ตอนแรก
  24. สิ่งใดทำให้เรารำคาญใจทุกวัน จงจัดการมันให้เรียบร้อย
  25. สิ่งไหนสำคัญกับเรา จงทำมันให้เป็นกิจวัตร
  26. ทำเล่นๆ แต่เป็นประจำดีกว่าทำจริงจังแต่ไม่ต่อเนื่อง
  27. จงสม่ำเสมอแล้วผลลัพธ์จะปรากฏ ไม่มีเส้นทางไหนไกลเกินความสม่ำเสมอของเรา -นิ้วกลม
  28. ความเร็วไม่สำคัญเท่ากับการไม่ล้มเลิก
  29. ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จคือ network หรือคนที่รายล้อมตัวเรา เพราะเราจะเลียนแบบคนใกล้ตัวโดยไม่ตั้งใจ -ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร
  30. ถ้าอยากได้ไอเดียใหม่ๆ ให้อ่านหนังสือเก่าๆ
  31. ทุกอย่างมีราคา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจ่ายตอนนี้หรือจะจ่ายทีหลัง
  32. “You cannot get away with anything, ever.” -Jordan Peterson
  33. อย่า Copy & Paste ชีวิตในฝันของคนอื่น
  34. ถามตัวเองให้ดีว่ามันคือความฝันหรือการชดเชยปมด้อย
  35. อย่าลืมว่าโชคชะตานั้นเอาแต่ใจ
  36. โลกนี้มันโหดร้ายหรือเราเองที่เปราะบาง
  37. พายุบางลูกก็มาเพื่อเคลียร์เส้นทาง
  38. เราไม่ได้มีเวลาอันจำกัด เราคือเวลาอันจำกัด –Four Thousand Weeks
  39. เมื่อพยายามมากเกินไปที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่า เราอาจพลาดที่จะใช้ชีวิตไปเสียสิ้น
  40. จะมีเวลามากมายไปทำไม ถ้าไม่ได้ใช้ร่วมกับคนที่เรารัก
  41. เป้าหมายคือมีเรื่องเสียดายให้น้อยที่สุด
  42. สำเร็จเพราะมั่นใจ มั่นใจเพราะเตรียมตัว
  43. ประโยชน์ของถ้วยชาอยู่ที่ความว่างเปล่าของมัน
  44. ถ้าข้างในเราถูก ข้างนอกจะถูกเอง
  45. ครึ่งหลังของชีวิตจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำเอาไว้ในครึ่งแรก
  46. หากไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง จงอย่าทำ ถ้าไม่ใช่ความจริง จงอย่าพูด -มาร์คัส ออเรเลียส
  47. เมื่อเรารู้ว่าเรากำลังไปไหน เราจะไม่กลัว
  48. ถ้าประตูมันไม่เปิด มันอาจไม่ใช่ประตูของเรา
  49. ถ้าอยากตัดสินใจผิดพลาด ให้ถามความเห็นของทุกคน
  50. BURL – Buy Utility, Rent Luxury – ซื้อประโยชน์ใช้สอย เช่าความหรูหรา
  51. ไม่ว่าเรื่องราวจะแย่แค่ไหน เราทำให้มันเลวร้ายกว่านี้ได้เสมอ
  52. บางสิ่งบางอย่างอาจจะสายเกินไป แต่ก็มีอีกมากมายที่เราเริ่มได้ตอนนี้
  53. อย่าให้ในสิ่งที่เราไม่มี อย่าขอในสิ่งที่เราเองก็ยังทำไม่ได้ -โน้ต อุดม
  54. เมื่อเราอยากเป็นคนพิเศษ เราจะเป็นแค่คนธรรมดา เมื่อเราพร้อมเป็นคนธรรรมดา เราจะกลายเป็นคนพิเศษ -พศิน อินทรวงค์
  55. ชีวิตที่ดีคือรางวัลของการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์
  56. สิ่งหนึ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติคือหยิน-หยางหรือความสมดุล ถ้าสิ่งใดมีปัญหาแสดงว่าสิ่งนั้นยังขาดสมดุลอยู่ -ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร
  57. ดีเกินดีคือไม่ดี
  58. วิธีแก้น้ำขุ่นคือปล่อยมันไว้เฉยๆ
  59. วันเวลาเป็นฝ่ายชนะเสมอ -พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
  60. สิ่งที่เราขาดไปไม่ใช่โอกาส แต่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะคว้ามันไว้
  61. สิ่งที่เราควรเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ก็คืออดีตนั้นไม่ได้หอมหวานอย่างที่เราระลึกถึง ปัจจุบันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด และอนาคตนั้นจะดีกว่าที่เราคาดการณ์ -Morgan Housel
  62. ถึงโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่มนุษย์ก็ยังเหมือนเดิม
  63. คนเราเปลี่ยนกันได้ ที่ยังไม่เปลี่ยนเพราะว่ายังเจ็บไม่พอ
  64. สู้ทีละวัน รอดทีละวัน เดี๋ยวก็รอดทุกวัน -พี่อ้อย
  65. ถ้าอยากยอมแพ้ ให้รอวันพรุ่งนี้
  66. อุปสรรคคือมรรคา – อัตตาคือศัตรู