นิทานนักท่องเที่ยว

20161117_tourist

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ฝรั่งอเมริกันคนหนึ่งมาเที่ยวที่อินเดีย จึงถือโอกาสนี้แวะไปคารวะปราชญ์คนหนึ่งที่เขาติดตามผลงานมานาน

สิ่งแรกที่ฝรั่งสังเกตเมื่อเดินเข้าไปในบ้านของปราชญ์ก็คือ นอกจากเป้เล็กๆ หนึ่งใบแล้ว ในบ้านหลังนั้นไม่มีอะไรเลย

“เฟอร์นิเจอร์ของท่านหายไปไหนหมดเหรอครับ”?

ปราชญ์ยิ้ม ถามกลับว่า “แล้วเฟอร์นิเจอร์ของท่านหายไปไหนล่ะ?”

“ผมเป็นนักท่องเที่ยว ไม่สามารถแบกเฟอร์นิเจอร์มาด้วยได้หรอก”

“ข้าก็แค่มาเที่ยวเหมือนกัน” ปราชญ์ตอบ

เราทุกคนล้วนเป็นนักท่องเที่ยว โลกใบนี้ก็เปรียบเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่เรามาพัก แต่ก็เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น


ขอบคุณนิทานจาก Osho Stories: I am a tourist here

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

กำแพงไม่ได้มีไว้ขวางเรา

20161116_wall

“The brick walls are there for a reason. The brick walls are not there to keep us out. The brick walls are there to give us a chance to show how badly we want something. Because the brick walls are there to stop the people who don’t want it badly enough. They’re there to stop the other people.”

– Randy Pausch, The Last Lecture

เมื่อคืนผมไปส่งแฟนที่สนามบิน อยากจะหาหนังสือให้เธออ่านเล่นซักเรื่องแล้วเผอิญเจอหนึ่งในหนังสือที่ผมชอบมากที่สุดก็เลยซื้อให้เธอซะเลย

หนังสือเล่มนั้นชื่อ The Last Lecture ของ Randy Pausch ซึ่งแปลไทยโดยคุณหนูดี วนิษา เรซ

ถ้อยคำหนึ่งที่ผมชอบมากก็คือตอนที่แรนดี้บอกว่า กำแพงไม่ได้มีไว้กั้นเรา แต่มีไว้กันคนอื่นที่ไม่ได้มีความอยากหรือความพยายามเพียงพอต่างหาก

เป็นการพลิกมุมมองที่สร้างกำลังใจได้ดีทีเดียว

สิ่งดีๆ นั้นใช้เวลาเสมอ (Good things take time) และเพราะคนเราสมัยนี้ใจร้อน รอไม่ได้ ก็เลยมักจะล้มเลิกเสียกลางคัน

จึงเหลือแต่คนที่อดทนและมีความพากเพียรพอเท่านั้นที่จะข้ามกำแพงนั้นไปได้

ดังนั้น กำแพงจึงไม่ได้มีไว้กันคน แต่มีไว้กรองคน

เมื่อโลกมีทางเลือกมากมาย กำแพงย่อมมีมากตาม เราจึงต้องเลือกให้ดีว่าอยากจะปีนกำแพงไหน และเมื่อเลือกแล้วก็ควรพยายามให้เต็มที่

ยิ่งยืนระยะได้เท่าไหร่ คู่แข่งเรายิ่งน้อยลงเท่านั้น

ขอให้ได้ข้ามกำแพงที่ตัวเองอยากข้ามนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เหนื่อยพอกัน

20161114_efforts

We either make ourselves miserable or we make ourselves strong. The amount of work is the same.

เราจะทำตัวให้น่าเวทนาก็ได้ หรือจะทำตัวเข้มแข็งก็ได้ ทั้งสองอย่างนี้ต้องออกแรงพอๆ กันนั่นแหละ

– Carlos Castaneda

เวลาเจอเรื่องหนักๆ หรืออกหักแรงๆ บางทีเราก็เผลอสวมบทเป็นเหยื่อผู้น่าสงสาร (victim)

แล้วเราก็จะทำตัวอ่อนแอ ไม่ออกไปพบปะผู้คน ไม่ทานข้าวทานปลา และรู้สึกว่าโลกใบนี้มันช่างโหดร้ายยิ่งนัก

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราดึงสติกลับมาได้ เราจะรู้ว่าโลกไม่ได้โหดร้ายกับเราเลย โลกก็ยังหมุนไปเหมือนที่เคยเป็นมา และอะไรๆ ก็ไม่แน่ไม่นอน พร้อมจะเปลี่ยนเป็นดีขึ้นหรือแย่ลงได้เสมอ

แต่ที่แน่ๆ ณ ตอนนี้ วินาทีนี้ เรายังมีลมหายใจอยู่

และที่แน่ๆ ในเวลาเดียวกันนี้ ใครบางคนกำลังหายใจเป็นครั้งสุดท้าย

ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ไปต่อ

ตอนนี้ก็แล้วแต่เราแล้วว่า จะร้องห่มร้องไห้เรียกคะแนนความสงสาร หรือจะกัดฟันสู้ดูอีกซักตั้ง

ไม่ว่าทางไหน ก็เหนื่อยพอกัน

เชิญเลือกได้ตามอัธยาศัยครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

คนอ่อนแอจะแก้แค้น

20161114_weak

คนอ่อนแอจะแก้แค้น
คนแข็งแกร่งจะให้อภัย
คนหัวใสจะมองข้าม

Weak people revenge.
Strong people forgive.
Intelligent people ignore.
-Unknown

จริงอยู่ เรื่องบางเรื่องก็ทำเป็นมองข้ามไปไม่ได้ คงต้องมีตักเตือนสั่งสอนกันบ้าง เพื่อไม่ให้เขาทำผิดและทำให้ใครเดือดร้อนอีก

แต่เรื่องที่ตกอยู่ในข่ายนั้นจะมีซักกี่เรื่องกันเชียว?

ผมว่าเรื่องส่วนใหญ่ที่ทำให้เราหัวเสียและเก็บมาคิดให้ใจขมนั้น จริงๆ มันเป็นเรื่องที่เรายกโทษหรือทำเป็นลืมๆ ไปบ้างก็ได้

ที่เราทำเป็นลืมไม่ใช่เพราะว่าเราควรจะใจดีกับเขา แต่เพราะเราควรใจดีกับตัวเองต่างหาก

เพราะใครจะรู้ว่าเวลาของเรามีเหลืออยู่เท่าไหร่

เรื่องบางเรื่อง ก็ไม่ควรเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ลองหยุดซักครู่

20161113_pause

Practice the pause. When in doubt, pause. When angry, pause. When tired, pause. When stressed, pause. And whenever you pause, pray.

เมื่อไม่แน่ใจ ลองหยุดซักครู่
เมื่อมีน้ำโห ลองหยุดซักครู่
เมื่อเหนื่อย ลองหยุดซักครู่
เมื่อเครียด ลองหยุดซักครู่
และเมื่อใดก็ตามที่หยุด ลองสวดมนต์ภาวนา

– Unknown

นับวันคนเราชักจะเริ่มเคยชินกับการทำอะไรไม่หยุดมากเข้าทุกที

มือถือนี่ตัวดี เพราะเราจะหยิบมันขึ้นมาทุกครั้งเวลาที่เรามีเวลาว่าง จนกลายเป็นว่าเราไม่เคยมีเวลาว่างเลย เพราะมีอะไรให้ทำตลอด

เหมือนหนูถีบจักรที่รีบวิ่งให้เร็วที่สุด เพื่อสุดท้ายจะพบว่าตัวเองอยู่ที่เดิม

แทนที่จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวตลอดเวลา (ทั้งทางกายและทางใจ) ลองมาหัดหยุดพักซักครู่แล้วกลับมาสำรวจความคิดหรือลมหายใจตัวเองดูบ้าง

ไม่จำเป็นต้องวิ่งตลอดเวลาซักหน่อย

หยุดวิ่งเมื่อไหร่ จักรก็หยุดหมุนเมื่อนั้นแหละ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com