ใช้ชีวิตให้ช้า

20170523_livefastsแต่ทำงานให้เร็ว

พวกเราส่วนใหญ่มักจะมองตัวเองว่าเป็น “คนช้า” หรือ “คนเร็ว”

คือถ้าช้าก็ช้าทุกอย่าง ทำงานก็ช้า กินข้าวก็ช้า ขับรถก็ช้า

ถ้ามองตัวเองว่าเป็นคนเร็ว ก็เร็วเกือบทุกอย่าง ทำงานก็เร็ว  กินข้าวก็เร็ว ขับรถก็เร็ว

แต่ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือเป็นคนทำงานเร็ว และใช้ชีวิตช้า ซึ่งมีประโยชน์ถึงสองเด้ง

เมื่อเราทำงานเร็ว สร้างผลงานได้ต่อเนื่อง เพื่อนร่วมงานก็ชื่นชม เจ้านายก็ยิ่งอยากให้ความรับผิดชอบเยอะขึ้น เพราะยิ่งเราทำงานดี เขาก็ยิ่งสบายและยิ่งดูดี โอกาสในการก้าวหน้าจึงมีสูง

ที่สำคัญเมื่อเราทำงานเร็ว เราก็จะไม่ต้องอยู่ดึก และติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่จำนวนชั่วโมงทำงานเยอะแต่ประสิทธิภาพต่ำเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ

เมื่อทำงานเสร็จเร็ว เราจึงมีเวลาเพียงพอสำหรับ “เรื่องธรรมดาๆ” อย่างการกินกับข้าวคนในครอบครัว ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องธรรมดาๆ นี่แหละคือเรื่องใหญ่ในชีวิต

ทำงานให้เร็ว ใช้ชีวิตให้ช้า

ผมว่าน่าจะเป็นเทคนิคที่ดีนะครับ


ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ เส้นทางแห่งความเพียร ทำอย่างไรถึงจะเป็นคนที่ยอดเยี่ยม โดยไฉ่ถง

อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog
อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives
ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

นิทานอรหันต์ทองคำ

20170323_goldenbudhha

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ยังมีชายยากไร้ผู้หนึ่ง ดำรงชีพอยู่ด้วยการตัดฟืนหาเลี้ยงครอบครัว ผ่านชีวิตไปวันๆ ด้วยความยากระกำลำบาก

เขาได้แต่จุดธูปไหว้พระ ภาวนาขอให้โชคชะตาของตนเองดีขึ้น จะได้ปลดเปลื้องความทุกข์ยากของกายและใจนี้ไปบ้าง

แล้ววันหนึ่ง.. โชคก็มาถึง ชายผู้นี้บังเอิญขุดพบรูปปั้นอรหันต์ทองคำ มูลค่ามหาศาลองค์หนึ่ง เขาจึงรีบนำอรหันต์ทองคำกลับมาที่บ้านด้วยความยินดี

หลังจากนั้นชีวิตของชายผู้ยากจนก็เปลี่ยนไป เขานำอรหันต์ทองคำไปขาย ได้เงินมามากมาย กลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตา

เขาสวมใส่อาภรณ์หรูหรา สร้างบ้านใหญ่โต ครอบครัวอยู่ดีกินดี เพื่อนฝูงญาติมิตรล้วนยกย่องชื่นชม และยินดีในโชคลาภครั้งนี้ของเขา

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวของชายผู้โชคดี เพราะยิ่งผ่านเวลาไปนานเท่าใด เขากลับเอาแต่นั่งหน้าเศร้าอมทุกข์ยิ่งขึ้น วันๆไม่พูดจากับใคร ได้แต่ถอนหายใจ

จนกระทั่งคนรอบข้างอดรนทนไม่ได้ จึงเอ่ยถามเขาว่า “บัดนี้ท่านก็กลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว ยังมีเหตุอันใดให้กลัดกลุ้มอีกหรือ?”

มิคาด ชาวนาผู้นั้นกลับตอบว่า “ย่อมกลัดกลุ้ม.. ย่อมกลัดกลุ้ม.. เพราะข้ากำลังขบคิดว่า ในเมื่อ 18 อรหันต์ทองคำ ข้าขุดพบเพียงองค์เดียว เช่นนั้นแล้ว อรหันต์ทองคำที่เหลืออีก 17 องค์ ถูกฝังไว้ที่ไหนกันแน่ หากได้มาทั้งหมดก็คงหายกลัดกลุ้มได้!”


ขอบคุณนิทานจาก ASTV ผู้จัดการ นิทานเซน : อรหันต์ทองคำ

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

ชีวิตไม่มีรีโมต

20170420_remote

ถ้าอยากจะเปลี่ยน ก็ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนเอง

“Life has no remote….get up and change it yourself!”
― Mark A. Cooper

ไม่รู้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกับผมรึเปล่า ว่าชีวิตหลังจบมหาวิทยาลัยนั้นมันผ่านไปเร็วมาก

เราอาจจะเริ่มมีผมหงอกแล้ว ตีนกาขึ้นชัดจนครีมดีๆ ก็ปิดบังไม่ได้ เดินขึ้นบันไดนิดหน่อยก็หอบ ทั้งๆ ที่ตัวตนข้างในเรายังรู้สึกเหมือนเด็กอายุ 21 อยู่เลย

ยิ่งตอนนี้มีอุปกรณ์ฆ่าเวลาอย่างโทรศัพท์มือถือ เราไม่เหลือเวลาให้เบื่อ เวลาแต่ละวันจึงผ่านไปเร็วมาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบเที่ยงคืน

แล้วชีวิตก็เหลือน้อยลงไปอีก 1 วัน

ถ้าเปรียบชีวิตเป็นทีวี ก็คงเป็นทีวีรุ่นเก่าที่ไม่มีรีโมตคอนโทรล เราจึงไม่อาจ “เปลี่ยนช่อง” ได้ด้วยการกดรีโมตจากโซฟาหรือบนเตียง

ถ้าชีวิตในตอนนี้ไม่ใช่ช่องที่เราอยากดู ก็คงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่างแล้ว

อย่าทนดูช่องที่เราไม่ชอบจนถึงรายการสุดท้ายประจำวันเลยนะครับ


อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog
อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives
ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

รักคน ใช้สิ่งของ

20170420_lovepeople

อย่ารักสิ่งของ และ(หลอก)ใช้คน

“Most of us must learn to love people and use things rather than loving things and using people.”
― Roy T. Bennett

เราโตมากับโลกทุนนิยมและบริโภคนิยม และความคิดตามระบอบนี้คือเราต้องหาเงินให้ได้มากๆ เพื่อจะได้ซื้อได้เสพ

พออยู่กับโลกแบบนี้นานๆ เข้า บางทีเราก็หลงลืมไปว่าอะไรสำคัญ

โดยเฉพาะเวลาที่เรากำลังจดจ่ออยู่กับเป้าหมายอะไรบางอย่าง เช่นทำยอดให้ได้เท่านั้น หรือเก็บเงินให้ได้เท่านี้

เมื่อจดจ่อกับ “สิ่งของ” เราก็จะหลงลืม “ผู้คน” โดยเฉพาะคนใกล้ตัวที่ใกล้เสียจนเรามองข้ามไป

แต่ไม่ว่าทุนนิยมหรือบริโภคนิยมต่างก็(อ้างว่า) มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน

คือการทำให้เรามีความสุข

ดังนั้น ทุกๆ อย่างที่ทำลงไป จริงๆ แล้วไม่ใช่เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองหรือสิ่งของ แต่เพื่อให้เรามีความสุข

และถ้าลองมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาแห่งความสุขในอดีต หลายครั้งมันไม่ได้ใช้เงินมากมายเลย ภาพที่เด่นชัดในความทรางจำคือคนที่เราได้ใช้เวลาในห้วงนั้นด้วยต่างหาก

ผมเคยอ่านความเห็นผู้ใช้คนหนึ่งในพันทิปที่เขียนไว้ว่า ในคืนที่คุณรู้สึกหนาวเหน็บและอ้างว้าง ต่อให้คุณนอนกอดเงินสิบล้านมันก็ไม่ช่วยให้คุณอุ่นขึ้นมาหรอกนะ

“Most of us must learn to love people and use things rather than loving things and using people.

รักผู้คนและใช้สิ่งของ อย่ารักสิ่งของและใช้ผู้คนเลย

 


 

อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog
อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives
ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

 

 

เสื้อของชีเปลือย

20170419_nakedshirt

“I don’t trust people who don’t love themselves and tell me, ‘I love you.’…There is an African saying which is: Be careful when a naked person offers you a shirt.”

“อย่าไปเชื่อคำว่า ‘ฉันรักเธอ’ ที่ออกจากปากคนที่ไม่รักตัวเอง เหมือนคำพังเพยแอฟริกันที่ว่า ถ้าชีเปลือยมายื่นเสื้อให้ ก็จงระวังให้ดีๆ ”

– Maya Angelou

—–
หลักการหนึ่งที่ผมใช้กับชีวิตมาตลอดก็คือ ทำตัวเองให้มีความสุขก่อน แล้วที่เหลือจะดีเอง

เพราะถ้าเรายังมีความสุขไม่ได้ โอกาสที่เราจะทำให้คนอื่นมีความสุขนั้นยิ่งได้เป็นไปได้ยาก

เหมือนเห็นคนกำลังจะจมน้ำ ถ้าเราว่ายน้ำไม่เป็นแล้วยังลงไปช่วย เหตุการณ์จะยิ่งแย่กว่าเดิม ตอนแรกมีคนจมน้ำแค่คนเดียว ตอนนี้มีคนจมน้ำสองคนแล้ว

เหมือนกฎหน้ากากอ๊อกซิเจนที่ผมเคยเขียนไป  ว่าเวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เราต้องสวมหน้ากากอ๊อกซิเจนให้ตัวเราก่อน ไม่ใช่สวมให้เด็กก่อน

ฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่จริงๆ แล้วมันเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า

ถ้าเรายังช่วยตัวเองไม่ได้ เราจะช่วยคนอื่นได้อย่างไร

ถ้าเราไม่มีเงินของตัวเอง เราจะให้เงินคนอื่นได้อย่างไร

ถ้าเราไม่มีความรักให้ตัวเอง เราจะมอบความรักให้คนอื่นได้อย่างไร

ต่อให้เราหวังดีแค่ไหน แต่เราก็ไม่อาจมอบสิ่งที่เราไม่มี – you cannot give what you don’t have.

ทุกอย่างจึงต้องเริ่มต้นจากตนเองเสมอ

ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเป็นชีเปลือยที่คอยยื่นเสื้อให้คนอื่นอยู่ร่ำไปครับ


อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog
อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives
ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/