อย่าไปกลัวคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา

จงกลัวคนที่ไม่เห็นด้วยกับเราแต่ไม่กล้าพูดมันออกมาตรงๆ

The people to fear are not those who disagree with you, but those who disagree with you and are too cowardly to let you know.

– Napoleon Bonaparte

ในการทำงาน การมองเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องดี เพราะนั่นแสดงว่ามันมีโอกาสที่ทีมงานจะเจอความคิดที่ดีกว่า

สิ่งสำคัญก็คือต้องสร้างบรรยากาศให้คนที่ไม่เห็นด้วยนั้นกล้าพูดความคิดของตัวเองออกมา และเมื่อเขาพูดแล้วต้องไม่โดนดูเบาหรือโดนดูถูก ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่อยากพูดอะไรอีกในอนาคต

คนที่กล้าพูดเวลาไม่เห็นด้วยกับเราจึงเป็นกัลยาณมิตรที่ต้องรักษาเอาไว้

ส่วนคนที่เราต้องระวังให้มากที่สุดคือคนที่ในที่ประชุมพูดอย่าง พอออกจากห้องไปแล้วทำอีกอย่าง

ยิ่งเราอยู่สูงเท่าไหร่ ยิ่งต้องเก็บคนที่กล้าเห็นต่างไว้ข้างตัว

ถ้ารอบกายมีแต่คนเออออห่อหมก ก็ขอให้ระลึกได้ว่านี่คือสัญญาณไม่ดีครับ

ยากที่สุดคือคุ้มค่าที่สุด

เวลาพนักงานที่บริษัทผ่านช่วงทดลองงาน ผมจะนัดคุยกับเขาประมาณ 15-20 นาทีเพื่อทำความรู้จักและสอบถามสารทุกข์สุกดิบ

หนึ่งในคำถามที่ผมมักจะถามเสมอก็คือ ตั้งแต่ทำงานที่นี่มา มีช่วงเวลาไหนที่เครียดที่สุดมั้ย

พนักงานมักจะเล่าถึงช่วงเวลาที่ทำโปรเจ็คยากๆ ที่โดนหัวหน้าว่า ที่โดนลูกค้ากดดัน ที่อดตาหลับขับตานอน ที่ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จรึเปล่า

คำถามถัดมาของผมก็คือ มีผลงานไหนที่ภูมิใจเป็นพิเศษ

เกินกว่าครึ่งจะตอบว่า มันก็คือโปรเจ็คที่ทำให้เครียดมากที่สุดนี่แหละ!

นี่คือความย้อนแย้งอย่างหนึ่ง – สิ่งที่ทำให้เราทุกข์ใจได้มากที่สุด ก็อาจแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ทำให้เราอิ่มใจได้มากที่สุดเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าเรากำลังเผชิญกับปัญหาหนักๆ ก็อย่าเพิ่งท้อแท้หรือตีอกชกตัว

ปัญหาทุกเรื่องมีทางออก อาจต้องใช้เวลา อาจต้องใช้ความพยายาม อาจต้องใช้ความช่วยเหลือ

แต่เมื่อผ่านมันมาได้ เราจะเติบโตกว่าเดิม และมองกลับมาด้วยความรู้สึกขอบคุณ

เพราะยากที่สุดคือคุ้มค่าที่สุดครับ

เราต้องการชีวิตที่ยากกำลังดี

ถ้าวันหนึ่ง เรามีทุกอย่างที่เราเคยอยากได้แล้ว เราจะทำอะไร?

เราจะนอนดูทีวีหรือซีรี่ส์ทั้งวันทั้งคืนรึเปล่า

ต่อให้ได้นอนเตียงที่นุ่มที่สุด ดูทีวีที่ภาพชัดที่สุด ดูซีรี่ส์ที่อินเทรนด์ที่สุด

ทำอย่างนี้สัก 30 วัน แล้วเราจะเป็นคนที่มีความสุขมาก หรือจะเป็นคนใกล้บ้า

แม้เราจะโหยหาความสำเร็จ อยากมีพร้อมทุกอย่าง แต่แท้จริงแล้วเราไม่ได้ต้องการชีวิตที่ง่ายดายเกินไป

เราต้องการชีวิตที่ยากกำลังดี ชีวิตที่มีงานให้ทำ มีปัญหาให้ขบคิด มีสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ

ชีวิตที่เราอยากมีจริงๆ จึงอาจไม่ได้อยู่ไกลอย่างที่คิด

ตอนนี้เราอาจกำลังใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่แล้วก็ได้

วันนี้จะดีด้วยสิ่งที่เราได้ วันหน้าจะดีด้วยสิ่งที่เราให้

ตั้งแต่เกิดจนโต เราถูกสอนว่าทำอย่างไรถึงจะได้มา

เราเรียนหนังสือเพื่อจะได้ความรู้ สอบได้คะแนนดีๆ ได้เข้าเรียนมหาลัยดังๆ ได้ทำงานที่ใช่ ได้เงินใช้ไม่ขาดมือ ได้ซื้อของและประสบการณ์

เมื่อได้มาเยอะ เราก็สามารถจับจ่ายสิ่งที่เราได้มาเพื่อหาความสุขในวันนี้

ส่วน “วันหน้า” ซึ่งอาจจะหมายถึง “วันข้างหน้า” หรือ “ชาติหน้า” ก็ตาม มันจะดีแค่ไหนขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราให้

ให้เวลา ให้ความรู้ ให้ความรัก ให้อภัย ให้โอกาส

พลังงานแห่งการให้ไม่เคยหายไปไหน มันเพียงแปรรูปไปและจะย้อนกลับมาหาเราในภายหลัง

สิ่งที่เราได้มา แม้จะสะสมได้ระดับหนึ่ง แต่มากกว่านั้นมันก็จะเริ่มไม่สร้างประโยชน์ หิวแค่ไหนก็อิ่มได้ในหนึ่งจาน นาฬิกาเยอะแค่ไหนก็ใส่ได้ทีละเรือน

แถมของที่เราได้มา เมื่อจบชีวิตนี้ก็ถือว่าจบกัน

แต่สิ่งที่เราให้ไป มันเหมือนเป็นการเอาสมบัติที่เรามีไปลงในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และสินทรัพย์บางตัวก็มี maturity date / cash-in date ที่ยาวนานกว่าหนึ่งชีวิตมนุษย์

เราจึงต้องบาลานซ์ทั้งการให้และการได้ ต้องมีทั้ง Give and Take

ถ้าเอาแต่ให้ก็จะเป็นการเบียดเบียนตัวเองเกินไป ถ้าเอาแต่ได้ก็มองการณ์ใกล้เกินไป

จัด portfolio ของเราให้ดีเพื่อการลงทุนระยะยาว

เพราะวันนี้จะดีด้วยสิ่งที่เราได้ และวันหน้าจะดีด้วยสิ่งที่เราให้ครับ

ใช้เงินซื้อความทรงจำ

สิ่งของที่เราซื้อมาวันนี้ จะหายไปหมดในอีก 20 ปีข้างหน้า

แต่ประสบการณ์ แม้จะผ่านไป 20 ปี ก็ยังสุขทุกครั้งที่คิดถึง

ถ้าชีวิตคือเวลา 80 ปีที่เราได้มาอยู่บนโลก

“ความทรงจำ” ก็คือ “ชีวิตที่ผ่านมา”

ถ้าเงินคืออะไรก็ตามที่เราเอาเวลาและพลังชีวิตไปแลกมันมา

หากเราเอาแต่สะสมเงินหรือสะสมสิ่งของ เราก็กำลังเอาพลังชีวิตอันจำกัดไปถมบ่อที่ไร้ก้น

แต่ถ้าเราเอาพลังชีวิตไปแลกเงิน แล้วเอาเงินไปแลกความทรงจำ ความทรงจำก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปโดยตลอด

การสร้างความทรงจำที่ดี จึงน่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากกว่าการซื้อสิ่งของ

สิ่งของจะ depreciate หรือเสื่อมคุณค่าตามวันเวลา

ส่วนความทรงจำจะ appreciate ยิ่งเก่ายิ่ง spark joy

ถ่ายวีดีโอเก็บเอาไว้เยอะๆ ไม่ต้องกลัวเปลืองเม็ม

ใส่ใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพราะบาง moment ที่เหมือนไม่มีอะไร อาจกลายเป็นความทรงจำล้ำค่าในภายหลัง

เมื่อได้ฉีดวัคซีนแล้ว ก็นัดกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา จัดทริปไปไหนต่อไหน ใช้เวลากับมนุษย์ให้มากกว่าใช้เวลากับหน้าจอ

ใช้เงินซื้อความทรงจำกันครับ