The Black Swan ตอนที่ 2 – ความเปราะบางของความรู้

20200501_blackswan2

ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก ขอเชิญอ่านได้ Black Swan ตอนที่ 1 – โควิดเป็นหงส์ดำรึเปล่า ก่อนนะครับ

เนื้อหาต่อไปนี้ ส่วนไหนที่ผมขยายความเอง ไม่ได้เอามาจากในหนังสือ ผมจะใส่เครื่องหมาย [ ] กำกับไว้นะครับ

 

จงเลือกอาชีพที่ Scalable

สมัยที่ Nassim Taleb ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เรียนอยู่ที่ Wharton นักศึกษาคนหนึ่งเคยให้คำแนะนำ Taleb เอาไว้ว่า

“จงเลือกอาชีพที่ scalable”

[Scalable เป็นศัพท์ที่คนในวงการสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีคุ้นเคยกันดี มันแปลว่า “สามารถขยายตัวและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด” ยกตัวอย่างเช่นเฟซบุ๊คที่สามารถมีผู้ใช้งาน 1,000 คนก็ได้ หรือจะขยายให้รองรับผู้ใช้งาน 1 ล้านคน หรือ 1,000 ล้านคนได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยที่ต้นทุนไม่ได้โตเป็นล้านเท่าตามไปด้วย ซึ่งต่างจากร้านอาหารที่ถ้าต้องการรับลูกค้ามากขึ้น 1,000 เท่าในเวลาอันสั้นนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ Facebook จึง scalable ในขณะที่ร้านอาหารนั้นไม่ scalable]

อาชีพบางอาชีพนั้นไม่ scalable ยกตัวอย่างเช่นหมอฟัน ที่ปรึกษา หรือหมอนวด ค่าตอบแทนที่คุณได้นั้นขึ้นอยู่กับแรงที่คุณลงไป ทำงาน 8 ชั่วโมงก็จะได้ค่าตอบแทน 8 ชั่วโมง ถ้าอยากได้ค่าตอบแทนสองเท่าก็ต้องทำงาน 16 ชั่วโมง ไม่ว่าค่าตัวหรือเงินเดือนของคุณจะสูงแค่ไหนคุณก็ยังอยู่ภายใต้กฎแรงโน้มถ่วงทางรายได้อยู่ดี

ที่สำคัญ งานแบบนี้มักจะคาดการณ์ได้อยู่แล้ว อาจจะมีขึ้นๆ ลงๆ บ้างในแต่ละวัน แต่เป็นไม่ได้ที่จะมีวันไหนที่รายได้ของคุณพุ่งทะยานจนสูงกว่ารายได้วันอื่นๆ เป็นร้อยเป็นพันเท่า

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ อาชีพเหล่านี้ไม่มี Black Swans นั่นเอง

ส่วนอาชีพที่ scalable นั้น จะเปิดทางให้คุณทำรายได้มากขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าได้แม้จะลงแรงเท่าเดิม ถ้าคุณเป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง คุณอัดอัลบั้มแค่ครั้งเดียวก็ขายได้ยาวๆ แล้ว [ปี 2007 ที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ นักดนตรีฝรั่งยังขาย CD ได้เป็นกอบเป็นกำอยู่]

หรือถ้าคุณเป็น J.K.Rowling คุณก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งเขียน Harry Potter ใหม่ทุกครั้งเวลามีคนอยากซื้อหนังสือคุณเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเล่ม ซึ่งผิดกับคนทำเบเกอรี่ที่ต้องอบขนมใหม่เองทุกชิ้น

นี่คือความแตกต่างระหว่าง “idea person” กับ “labor person”

คนที่เป็น idea person นั้น scalable บริษัทอย่าง Nike ไม่ได้ร่ำรวยจากการผลิตรองเท้า แต่รวยจากการดีไซน์รองเท้า ส่วนงานการผลิตและงานอื่นๆ ที่ต้องลงแรงนั้นเขาจะ outsource ไปยังประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า

Taleb เองก็เลือกที่จะเป็น idea person ด้วยการเลือกอาชีพ quantitative trader [ใช้คอมพิวเตอร์ในการซื้อ-ขายหุ้นปริมาณมากๆ] ไม่ว่าจะขายหุ้น 1,000 หุ้น หรือ 1,000 ล้านหุ้นก็ต้องออกแรงเท่ากัน ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาทำงานน้อยแต่ได้รับผลตอบแทนมาก จนมีเวลาเหลือเฟือไว้อ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เขาชอบ

 

จงอย่าเลือกอาชีพที่ Scalable

แต่ Taleb บอกว่า ถ้าเขาต้องให้คำแนะนำนักศึกษา เขาจะบอกให้เลือกอาชีพที่ไม่ scalable จะดีกว่า

เพราะแม้ตัว Taleb เองจะประสบความสำเร็จกับอาชีพนี้ แต่นั่นเป็นเพราะเขา “โชคดี” ที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา

อาชีพที่ scalable นั้นจะเป็นช้อยส์ที่ดีก็ต่อเมื่อคุณประสบความสำเร็จเท่านั้น เพราะอาชีพเหล่านี้มีการแข่งขันสูง ความเหลื่อมล้ำสูง คนชนะจะกวาดผลประโยชน์ไปเรียบ ส่วนคนแพ้ก็แทบไม่เหลืออะไรเป็นผลตอบแทนสำหรับเรี่ยวแรงที่ลงไป

อาชีพที่ scalable จึงมีเพียง “ยักษ์ใหญ่” ไม่กี่ตัว และ “คนแคระ” นับไม่ถ้วน

ส่วนอาชีพที่ไม่ scalable นั้นเต็มไปด้วยคนไซส์ปกติ คงไม่มีนักบัญชีคนไหนเป็นเศรษฐีพันล้าน แต่ในทางกลับกันก็ไม่มีนักบัญชีคนไหนเป็น “นักบัญชีไส้แห้ง” เช่นกัน

 

จุดกำเนิดของ Scalability

ก่อนจะมีเครื่องอัดเสียง ถ้าคุณเป็นนักร้องโอเปร่าอยู่ในเมืองเล็กๆ ก็อุ่นใจได้ว่าคุณจะหาอยู่หากินกับอาชีพนี้ได้ เพราะแม้จะมีนักร้องชื่อดังจากเมืองใหญ่ๆ เขาก็คงไม่ดั้นด้นมาแสดงถึงเมืองเล็กๆ เพื่อแย่งลูกค้าของคุณแน่นอน

แต่พอเครื่องอัดเสียงถือกำเนิด แม้แต่คนในเมืองเล็กๆ ย่อมจะยอมจ่ายเงิน $10 เพื่อซื้อ CD ของนักร้องชื่อดังระดับประเทศมาฟัง มากกว่าจะจ่ายเงินก้อนเดียวกันเพื่อฟังนักร้องในเมืองของตัวเอง แม้ว่านักร้องทั้งสองคนจะเสียงเพราะพอๆ กันก็ตาม

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิด scalability ก็คือเทคโนโลยีการพิมพ์ คุณสามารถผลิตหนังสือได้เป็นพันเป็นหมื่นเล่มโดยที่ไม่ต้องรบกวนเวลาคนเขียนหนังสือเพิ่มขึ้นแม้แต่นิดเดียว ไอเดียของคนหนึ่งคนจึงสามารถแพร่กระจายไปได้กว้างไกลและ “เอาชนะ” ไอเดียของคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสดีแบบนั้น

โลกที่ scalable แบบนี้จึงสร้างปรากฏการณ์ Winners take all ผู้ชนะจะได้ครอบครองทุกสิ่ง ส่วนผู้แพ้จะแทบไม่เหลืออะไรติดมือกลับบ้าน

 

ดินแดนมีดิโอคริสถาน

[Mediocre อ่านว่า “มีดิโอ๊เขอะ” แปลว่า ครึ่งๆ กลางๆ เรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น ส่วนคำว่า “สถาน” ก็เอาไว้ต่อท้ายชื่อประเทศเช่นปากีสถาน อัฟกานิสถาน คาซัคสถาน ดังนั้น Mediocristan – มีดิโอคริสถาน จึงเป็นชื่อที่ Taleb ตั้งขึ้นเพื่อเรียกดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องเบสิค ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนั่นเอง]

สมมติว่าคุณสุ่มเอาคนจากทั่วโลกมาซัก 1000 คน จะเป็นเพศใด อาชีพใด เชื้อชาติใดก็ได้

จากนั้นให้คุณนึกถึงคนที่อ้วนที่สุดเท่าที่คุณนึกออก แล้วใส่เขาลงไปในกลุ่มตัวอย่างนี้ ต่อให้เขาหนักกว่าคนปกติ 3 เท่า แต่เจ้าอ้วนคนนี้ก็คิดเป็นสัดส่วนแค่ 0.5% ของน้ำหนักรวมของคนทั้งกลุ่มเท่านั้น

ในมีดิโอคริสถาน ถ้ากลุ่มตัวอย่างของคุณใหญ่ระดับหนึ่ง จะไม่มีใครที่จะสร้างผลกระทบต่อองค์รวมได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าเขาจะพิเศษขนาดไหน แต่สุดท้ายแล้วเขาแทบไม่มีความหมายอะไรต่อภาพใหญ่

ปริมาณอาหารที่คุณกินทั้งปีรวมแล้วประมาณ 800,000 แคลอรี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในมีดิโอคริสถาน ต่อให้วันนี้คุณจะพยายามกินเยอะแค่ไหน กินให้ตายยังไง มันก็จะเป็นเพียงสัดส่วนเล็กๆ ของปริมาณอาหารที่คุณกินทั้งปีเท่านั้น

 

ดินแดนเอ็กซ์ตรีมมิสถาน

[Extreme = สุดโต่ง, Extremistan = ดินแดนสุดโต่ง]

ลองสุ่มคนมาอีก 1000 คนทั่วโลก แล้วดูว่าแต่ละคนมี net worth เท่าไหร่

[Net worth หรือความมั่งคั่งสุทธิ คือสินทรัพย์ทั้งหมดของคนๆ นั้น ลบด้วยหนี้สินทั้งหมดของเขา ถ้าผมมีทรัพย์สิน 3 ล้านบาท มีหนี้สิน 2.5 ล้านบาท แสดงว่า net worth ของผมคือ 5 แสนบาท]

คราวนี้ลองเอา Bill Gates ที่มี net worth 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐใส่ลงไปในกลุ่มตัวอย่างนี้

Net Worth ของบิลเกตส์จะคิดเป็นสัดส่วน 99.99% ของ total net worth ของทุกคน!

ส่วน net worth ของอีก 1,000 คนที่เหลือเอามารวมกันแล้วก็เป็นได้เพียงเม็ดทรายในมหาสมุทรความมั่งคั่งของบิลเกตส์เท่านั้นเอง

หรือคุณอาจลองสุ่มนักเขียนมาซัก 1000 คน แล้วดูว่าแต่ละคนขายหนังสือได้กี่เล่ม คราวนี้หยอด J.K.Rowling ลงไป (Harry Potter ขายไปแล้วหลายร้อยล้านเล่ม) ยอดขายรวมของนักเขียนทั้ง 1000 คนนั้นยังห่างไกลกับของ J.K.Rowling เพียงคนเดียวนับร้อยนับพันเท่า

ในดินแดนแห่งเอ็กซ์ตรีมมิสถาน ความเหลื่อมล้ำนั้นมหาศาลเสียจนตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวสามารถอิมแพ็คกลุ่มตัวอย่างที่เหลือทั้งหมดแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

 

หงส์ดำมักจะอยู่ในเอ็กซ์ตรีมมิสถาน

น้ำหนัก ส่วนสูง จำนวนแคลอรีที่รับประทาน อยู่ใน Mediocristan แต่ความมั่งคั่งนั้นอยู่ใน Extremistan

สิ่งที่เป็น physical มักจะอยู่ใน Mediocristan เพราะมันมีข้อจำกัดทางกายภาพ แต่สิ่งที่เป็น social มักจะอยู่ใน Extremistan

ก่อนหน้านี้ สงครามอยู่ใน Mediocristan เพราะมันเป็นการปะทะกันระหว่างคนกับคน ดาบกับดาบ คุณจะเป็นรบที่เก่งแค่ไหนก็ฆ่าฟันศัตรูได้ไม่กี่สิบคนหรอก

แต่สมัยนี้ สงครามอยู่ใน Extremistan เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แค่มีผู้นำโง่ๆ หนึ่งคนกับปุ่มสั่งการ ก็สามารถฆ่าคนเป็นหมื่นเป็นแสนได้ในพริบตา

Extremistan คือที่ก่อกำเนิดของ Black Swans ซึ่งมันก็ได้ให้กำเนิดหงส์ดำมาแล้วหลายตัวในประวัติศาสตร์และส่งผลกระทบต่อชีวิตเราจนถึงทุกวันนี้

 

ความเปราะบางของความรู้

ใน Mediocristan นั้น เราไม่ค่อยมี surprise และถึงจะมีบ้าง มันก็ไม่ใหญ่เพียงพอที่จะส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ดังนั้นสิ่งที่เราวัดได้จากกลุ่มตัวอย่างก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยให้เราเข้าใจและเห็นภาพรวมทั้งหมด

แต่ใน Extremistan มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะ “ความผิดปกติ” แค่ครั้งเดียวมันจะส่งผลกระทบแบบสุดขอบต่อภาพรวมทั้งหมด สิ่งที่เราได้วัดหรือได้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจึงแทบไม่มีความหมายอะไร

ดังนั้น ถ้าเราอยู่ใน Extremistan เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษใน “ความรู้” ที่เรามี เพราะหากเจอ Black Swan เพียงตัวเดียว ความรู้ทั้งหมดที่เราเคยเชื่อว่ามันจริงก็อาจใช้การไม่ได้อีกต่อไป

 

ญาติของหงส์ดำ

ในดินแดน Mediocristan คุณต้องยอมจำนนต่อค่าเฉลี่ย ต้องยอมรับในการสั่งสมระยะยาว ต่อให้คุณพยายามแค่ไหน คุณก็ไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักเป็นสองเท่าได้ในวันเดียว ต่อให้คุณเป็นหมอฟันที่เก่งแค่ไหน คุณก็ไม่สามารถเป็นเศรษฐีได้ในวันเดียว แต่ถ้าคุณขยันและอดออมเป็นเวลา 20-30 ปี คุณก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร

ส่วนในดินแดน Extremistan นั้น ชีวิตของคุณขึ้นอยู่กับสิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งคาดเดาไม่ได้ สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในดินแดนนี้คุณอาจกลายเป็นเศรษฐีหรือยาจกได้ในชั่วข้ามคืน

Extremistan ใช่ว่าจะต้องให้กำเนิดแต่ Black Swans แต่เพียงอย่างเดียว บางเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็ยังพอจะคาดการณ์ได้ เหตุการณ์เหล่านี้ “เกือบจะ” เป็น Black Swans ผู้เขียนจึงขอเรียกมันว่า Grey Swans หรือหงส์เทา ซึ่งหากเราเข้าใจที่มาที่ไปของมัน เราก็จะเตรียมตัวรับมือกับหงส์เทาได้ดีขึ้น หรือแม้กระทั่งใช้ประโยชน์จากมันได้ด้วยซ้ำไป

หงส์เทาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไปนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ The Black Swan – The Impact of the Highly Improbable โดย Nassim Nicolas Taleb

Black Swan ตอนที่ 1 – โควิดเป็นหงส์ดำรึเปล่า

สรุปหนังสือ Sapiens – A Brief History of Humankind by Yuval Noah Harari (20 ตอน)

สรุปหนังสือ Brave New Work by Aaron Dignan (15 ตอน)

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/