นิทานตะปู

20181005_nail

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีเด็กน้อยคนหนึ่งอารมณ์ไม่ค่อยจะดี พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกเขาว่า

“ทุกครั้งที่ลูกรู้สึกไม่ดี โมโห หรือโกรธใครก็ตาม ให้ตอกตะปู 1 ตัวลงไปที่รั้วหลังบ้านแล้วกัน”

วันแรก เด็กน้อยตอกตะปูเข้าไปที่รั้วถึง 37 ตัว

วันที่ 2 และ 3 แต่ละวันที่ผ่านไปจำนวนตะปูก็ค่อยๆ ลดลง เพราะเด็กน้อยรู้สึกว่า การควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้นเขาจึงเดินไปหาพ่อเขาเพื่อบอกว่า เขาไม่จำเป็นต้องตอกตะปูแล้ว เพราะเขาสามารถควบคุมตัวเองได้มากขึ้น ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนแล้ว

พ่อยิ้มแล้วบอกกับลูกชายว่า

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ลองพิสูจน์ให้พ่อดูซิ ทุกๆ ครั้งที่ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้านครั้งล่ะ 1 ตัวนะ”

วันแล้ววันเล่า เด็กชายก็ค่อยๆถอนตะปูออกทีล่ะตัวๆ จนในที่สุด วันหนึ่งตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก เด็กชายดีใจมาก รีบวิ่งไปบอกพ่อของเขาว่า

“ผมทำได้แล้วครับ ในที่สุดผมก็ทำได้สำเร็จ”

พ่อไม่ได้พูดว่าอะไร แต่จูงมือลูกไปที่รั้วนั้น แล้วบอกว่า

“ลูกทำได้ดีมาก ทีนี้ลองมองกลับไปที่รั้วสิ ลูกเห็นมั้ยว่า รั้วมันไม่เหมือนเดิม มันไม่เหมือนกับที่มันเคยเป็นก่อนหน้านี้ ลูกจำไว้นะ ว่าเมื่อไหร่ที่เราทำอะไรลงไปด้วยการใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิดรอยแผล เหมือนกับการเอามีดไปกรีด หรือแทงใครเข้า ต่อให้ใช้คำพูดว่า “ขอโทษ” สักกี่หนก็ไม่อาจลบรอยแผลหรือความเจ็บปวดที่เกิดกับเขาคนนั้นได้”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ เข็มทิศชีวิต โดย ฐิตินาถ ณ พัทลุง

ถ้าทำเร็วที่สุดแล้วก็ยังไม่ทัน

20181002_fastest

งั้นลองช้าลงบ้างดีมั้ย?

ทำช้าๆ อาจเสร็จก่อนทำเร็วๆ

ทำทีละอย่าง อาจเสร็จเร็วกว่าทำทีละสองอย่าง

ทำวันละ 8 ชั่วโมง อาจได้งานมากกว่าทำวันละ 12 ชั่วโมง

ทำแล้วหยุดพักบ่อยๆ อาจเสร็จก่อนทำโดยไม่หยุดพัก

เพราะประเด็นอาจไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว แต่อยู่ที่สติ

สติที่จะเลือกว่าจะทำอะไร จะไม่ทำอะไร

อะไรที่จะทำเอง อะไรที่จะขอความช่วยเหลือ อะไรที่จะยังไม่ทำตอนนี้

ถ้าเร็วแล้วมันขุ่นมัวนัก ช้าลงนิดแล้วอะไรๆ อาจจะชัดเจนขึ้นนะครับ

ใครล้มบ่อยคนนั้นชนะ

20181001_fails

“The person who fails the most wins”
-Seth Godin

เพราะเราไม่อาจเก่งขึ้นได้หากเราไม่ลองทำในสิ่งที่เรายังไม่เก่ง

แต่เมื่อเราลองทำอะไรใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะ “ล้ม” หรือ “ล้มเหลว”

สิ่งสำคัญคืออย่าล้มแรงเกินไปจนกลับมาเล่นต่อไม่ได้

แต่ในขณะเดียวกันก็อย่ากลัวล้มจนไม่กล้าเสี่ยงอะไร เพราะนั่นเท่ากับไม่ได้ใช้ชีวิต

ล้มเบาๆ ล้มบ่อยๆ แล้วค่อยๆ เรียนรู้กันไป

ไม่ว่าจะเลือกเล่นเกมใด ก็มีสิทธิ์ชนะได้ทั้งนั้น

อีกหนึ่งปีเรื่องนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว

20181001_oneyear

เรื่องใดก็ตามที่กำลังสร้างความปวดหัวกับเราอยู่ ขอให้อย่าลืมถามคำถามนี้

ว่าอีกหนึ่งปี – หรืออีกสิบปี – เรื่องนี้มันจะยังสำคัญกับเราแค่ไหน

คงมีบางเรื่องที่จะส่งผลกระทบได้ยาวนาน แต่นั่นอาจเป็นเพียง 1% ของเรื่องที่ทำให้เราหงุดหงิดในแต่ละวัน

ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องให้ความสำคัญกับปัญหานะครับ ปัญหามีก็ต้องแก้กันไป เพียงแต่ถ้าเรามองให้ออกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราก็จะแก้ปัญหาด้วยความมีสติมากขึ้น และสิ้นเปลืองพลังงานไปกับการหัวเสียน้อยลง

เพราะเรื่องที่สำคัญจริงๆ มีไม่กี่เรื่อง เราจึงไม่จำเป็นต้องจริงจังกับทุกเรื่องในชีวิตครับ

ถ้าอยากได้ความสำเร็จ

20181001_success

จงคำนวณราคา แล้วก็จ่ายมันซะ

“If you want success, figure out the price, then pay it.”
– Scott Adams

เพราะโลกนี้ไม่เคยมีอะไรฟรี

คนไม่น้อยมักลืมความจริงข้อนี้ เลยชอบตั้งเป้าหมาย โดยไม่ยอมจ่ายราคาเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

ถ้าอยากผอม ราคาที่ต้องจ่ายคือความหงุดหงิดเวลาที่ต้องอดใจไม่กินของโปรด

ถ้าอยากวิ่งมาราธอน ราคาที่ต้องจ่ายคือการนอนแต่หัวค่ำเพื่อเตื่อนแต่เช้ามืดมาซ้อมวิ่ง

ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ราคาที่ต้องจ่ายคือความสม่ำเสมอของรายได้ที่หายไป สีหน้าไม่เข้าใจของคนที่เรารัก และการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากลูกค้า

คนส่วนใหญ่ไม่ยอมจ่ายราคานี้ คนส่วนใหญ่ก็เลยไม่เคยไปถึงจุดหมาย

แต่ในทางกลับกัน

ถ้าเราคิดให้ถ้วนถี่ว่าราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร แล้วก็ยอมจ่ายเต็มราคาโดยไม่มัวมานั่งต่อรอง ก็มีโอกาสสูงมากที่เราจะบรรลุเป้าหมายนั้นครับ