ทำไมคนเราชอบเมาธ์มอย

20171123_mouth

มีคนเคยพูดทีเล่นทีจริงว่ามนุษย์สร้างภาษาขึ้นมาเพื่อจะเอาไว้นินทาเพื่อนบ้านได้

ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด ในหนังสือเรื่อง Sapiens ผู้เขียนก็บอกว่า การนินทา (gossip) นั้นเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการอยู่ร่วมกันของคนในเผ่ามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์

เพราะสมัยที่เรายังหาอยู่หากินด้วยการล่าสัตว์ เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะรู้ว่าคนไหนเชื่อถือได้ คนไหนเชื่อถือไม่ได้

การซุบซิบนินทาจึงเป็น survival mechanism ที่ฝังอยู่ในยีนส์ของเรามานับหมื่นนับแสนปี

ผมเลยเดาว่านี่อาจเป็นเหตุผลที่เราชอบตามติดข่าวดาราเตียงหัก อยากรู้ไปหมดว่าใครแอบกิ๊กกั๊กกับใคร และใครที่โดนจับได้ว่าทำไม่ดี เราก็พร้อมที่จะตัดสินและรุมประณาม แต่พอมีดาราทำดี กลับไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่นัก (ยกเว้นเคสพี่ตูนนะครับ)

แต่ก่อนผมนึกว่าการทำคนเราชอบฟังเรื่องแย่ๆ ของคนอื่น เพราะมันทำให้ตัวเองรู้สึกว่าเราเหนือกว่าเขา

แต่ถ้ามองในแง่ “ยีนส์การเอาตัวรอด” ที่เราได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ก็อาจจะมองได้ว่า เหตุผลที่เราสนใจเรื่องแย่ๆ ของคนอื่นนั้น เพราะการรู้ว่า “ใครดี” ไม่สำคัญเท่ากับการรู้ว่า “ใครไม่ดี”

การออกล่าสัตว์กับคนเก่งคนดี อาจทำให้เราได้อาหารมือใหญ่ขึ้นกว่าปกติ

แต่การออกล่าสัตว์กับคนไม่ดี แถมยังขี้ขลาดและและชอบหักหลัง อาจหมายถึงจุดจบของชีวิตเราเลยก็ได้

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ ที่คนเราชอบฟังเรื่องนินทา เพราะร่างกายและจิตใต้สำนึกเราถูกสั่งสมมาอย่างนั้น

แต่ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราควรทำนะครับ

เพราะสมัยนี้เราไม่ต้องเสี่ยงตายออกล่าสัตว์กันแล้วแล้ว การรู้ว่าดาราคนไหนดีไม่ดีจึงไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเราเลย

ผลอย่างเดียวที่ได้จากการเสพข่าวเหล่านี้ คือมันทำให้เรามีเวลาน้อยลง ซึ่งธรรมดาเวลาของเราก็เหลือน้อยจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว

การชอบฟังเรื่องนินทาจึงไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนไม่ดี แต่หมายความว่าเราอาจเสียโอกาสที่จะได้ทำเรื่องที่มีประโยชน์กว่าเท่านั้นเอง