ซื้อบ้านปีนี้ใช้ทองกี่บาท

สัปดาห์ที่แล้วมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผมเลยพาลูกๆ ไปเล่นที่ Harborland สาขาเมกาบางนา แล้วบังเอิญเจอ “ออม” เพื่อนสมัยมัธยมปลายที่พาลูกมาเที่ยวเหมือนกัน เราเลยได้นั่งคุยสารทุกข์สุกดิบหลังจากไม่ได้เจอกันเกือบ 10 ปี

ออมกับภรรยาอยู่ที่ชลบุรี ทำธุรกิจส่วนตัวด้านรถบัส แต่ช่วงนี้เหนื่อยเพราะจีนเข้ามาบุกตลาด ออมบอกว่าแถวบ้านมีเด็กที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยดีๆ แต่ยังหางานไม่ได้

“สมัยเราเรียนจบกันใหม่ๆ ต่อให้เรียนแย่ยังไงก็ยังมีงานทำ แถมเงินเดือนจะน้อยยังไงก็ยังซื้อทองได้ 2 บาท 3 บาทแน่ๆ”

เป็นมุมมองที่น่าสนใจมากๆ ผมลองกลับมาหาข้อมูลดูว่าเมื่อปี 2545 (ปีที่พวกผมเรียนจบปริญญาตรี) ทองราคาบาทละ 5,000 บาทเท่านั้น และเงินเดือนเด็กจบใหม่สมัยนั้นก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 10,000 บาท ดังนั้นจึงซื้อทอง 2 บาทได้สบาย

แต่เด็กจบใหม่สมัยนี้เงินเดือน 18,000 บาท ซื้อทองได้สลึงเดียว


ถ้าไม่นับหนังสือ The Psychology of Money ของ Morgan Housel ที่ผมนับเป็นหนังสือเปลี่ยนชีวิตแห่งปี 2021 แล้ว หนังสือด้านการเงินที่ผมชอบมากที่สุดคือ The Price of Money ของ Rob Dix

มีกราฟหนึ่งที่ผมเห็นแล้วอึ้งมาก คือกราฟเปรียบเทียบราคาบ้านเมื่อคิดเป็นเงินสด กับเมื่อคิดเป็นทองคำ

ตัวอย่างนั้นเป็นราคาบ้านในอังกฤษ ถ้าปี 1970 เราตั้ง index อยู่ที่ 100 ในปี 2020 index ของราคาบ้านคือ 5,000 หมายความว่าราคาบ้านนั้นแพงขึ้น 50 เท่าในรอบ 50 ปีที่ผ่านมาถ้าวัดเป็นหน่วยปอนด์สเตอร์ลิง (£)

แต่ถ้าวัดด้วยน้ำหนักของทอง เริ่มที่ 1970 index คือ 100 พอปี 2020 ก็ยังเป็น index 100 เหมือนเดิม

หมายความว่าหากเมื่อ 50 ปีที่แล้วคุณปู่มีทองแท่งมูลค่ามากพอที่จะซื้อบ้านในอังกฤษสักหลัง แล้วเก็บมันไว้ในตู้เซฟ จนกระทั่งหลานมาเปิดเซฟในวันนี้เพื่อนำทองออกไปขาย ก็จะสามารถซื้อบ้านเกรดเดียวกันได้เลย

คราวนี้มาดูเมืองไทยกันบ้างดีกว่า

พ.ศ. (ค.ศ.) / ราคากลางบ้าน 50 ตร.ว. (บาท) / ราคาทองคำ (ต่อ 1 บาททอง) / จำนวนทองคำที่ต้องใช้
2519 (1976) / 250,000 / 1,400 / 178 บาท
2529 (1986) / 550,000 / 4,200 / 131 บาท
2539 (1996) / 1,500,000 / 4,792 / 313 บาท
2549 (2006) / 2,400,000 / 12,900 / 186 บาท
2554 (2011) / 3,150,000 / 27,100 / 116 บาท
2559 (2016) / 4,000,000 / 22,800 / 175 บาท
2563 (2020) / 4,850,000 / 30,400 / 159 บาท
2569 (2026) / 7,500,000 / 69,000 / 108 บาท

ตัวเลขคงไม่ได้เป๊ะมาก ขึ้นอยู่กับแหล่งอ้างอิง แต่ก็น่าจะพอเห็นเทรนด์ว่าถ้าวัดด้วยทองคำแล้ว บ้านสมัยนี้ “ถูกลง” ด้วยซ้ำถ้าวัดด้วยทอง แต่เป็น “เงินบาท” ต่างหากที่ด้อยค่าลงทุกปี

จริงๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะเงินบาทเท่านั้นที่ด้อยค่าลง เพราะมันเป็นอย่างนี้กันทั้งโลก

ผมนึกถึงหนึ่งในการสัมภาษณ์ที่น่าอึดอัดที่สุด (แต่ก็มีประโยชน์) ของ Robert Kiyosaki ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูก (Rich Dad, Poor Dad) หาฟังได้ใน YouTube: How money makes you poor with Robert Kiyosaki

ในนาทีที่ 11:45 คิโยซากิถามพิธีกรถึงสองรอบว่า

“Why would you save money when they are printing money?”

ทำไมถึงเก็บออมในเมื่อพวกเขา(รัฐบาล)กำลังพิมพ์เงินออกมาเรื่อยๆ?

ประเด็นคงไม่ใช่จะไม่ให้เราเก็บออม แต่แค่ให้เราระลึกไว้เสมอว่าเมื่อเงินมันล้นตลาด มูลค่าของเงินก็จะลดลงเรื่อยๆ ตามหลัก Demand-Supply

ดังนั้นเมื่อเก็บออมเงินสดได้ประมาณหนึ่งแล้ว เราก็ควรเอาเงินไปลงทุนกับสิ่งที่จะยังรักษาคุณค่าอยู่ได้แม้เวลาจะล่วงเลย

ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน สิ่งที่เขียนมาน่าจะมีข้อผิดพลาดและคลาดเคลื่อนไปบ้าง หากท่านใดอ่านบทความนี้แล้วเห็นต่าง ก็ขอเชิญแสดงความเห็นได้เลยนะครับ ผมและผู้อ่านท่านอื่นจะได้เรียนรู้ไปด้วยกันครับ