ถ้าอยากให้คนจดจำ

20171029_remember

จงทำในสิ่งที่เราไม่ต้องทำก็ได้

เดือนกันยายน พ.ศ.2537 หลังจากเรียนจบม.3 เทอมต้นที่เตรียมพัฒน์ ผมก็เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่เมืองเล็กๆ ชื่อเทมูก้า ประเทศนิวซีแลนด์ ทันเปิดเทอมสองของที่นั่นพอดี

วิชาที่ได้เรียนก็เช่นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศึกษา ฯลฯ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรืื่องบ้าง เพราะทักษะภาษาอังกฤษของผมยังอ่อนด้อยยิ่งนัก

เรียนไปได้ไม่ถึงสามเดือน ก็ต้องสอบไล่ประจำปี (ที่นิวซีแลนด์ ปีการศึกษาจะจบกลางเดือนธันวาคม) ที่สำคัญคือข้อสอบนั้นมีเนื้อหาของเทอมแรกที่ผมไม่ได้เรียนอยู่ด้วย

ปรากฎว่าผมสอบตกทุกวิชา ยกเว้นวิชาเลข

ที่นิวซีแลนด์ เวลาตรวจข้อสอบเสร็จ อาจารย์เขาจะแจกกระดาษคำตอบคืนให้นักเรียนด้วย เห็นแต่ละวิชาที่ได้ไม่กี่สิบคะแนนจากคะแนนเต็มร้อยก็ปวดใจไม่น้อย

วิชาสุดท้ายที่ผมได้คะแนนสอบคืนมาคือวิชาเศรษฐศาสตร์ (Economics) ซึ่งสอนโดยมิสเตอร์แชนนอน (Mr.Shannon) ถ้าจำไม่ผิดผมน่าจะได้ประมาณสามสิบกว่าคะแนน

พอหมดชั่วโมงซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของวัน แทนที่จะปล่อยให้ผมกลับบ้าน มิสเตอร์แชนนอนกลับบอกให้ผมอยู่ต่อ

หลังจากนักเรียนทุกคนออกจากห้องไปหมดแล้ว มิสเตอร์แชนนอนก็เดินมานั่งลงข้างๆ ผม แล้วชมว่า “You’ve done well, young man”

ในขณะที่ผมกำลังงงว่าหูฝาดไปรึเปล่า มิสเตอร์แชนนอนก็เปิดข้อสอบขึ้นมาให้ดูอีกครั้ง ชี้ไปที่กระดาษคำตอบของผม และอธิบายให้ฟังทีละข้อว่า ตรงไหนที่ผมทำถูก ตรงไหนที่ผมทำเกือบถูก หรือถ้ามีจุดที่ผมทำพลาดมันเกิดจากอะไร

มิสเตอร์แชนนอนใช้เวลากับผมร่วมครึ่งชั่วโมง เมื่อทบทวนคำถามข้อสุดท้ายเสร็จ เขาก็ทิ้งทวนว่า มาอยู่สามเดือนทำได้ขนาดนี้ถือว่าดีมากๆ แล้ว ไอมั่นใจว่าปีหน้ายูจะทำคะแนนได้ดีแน่นอน

ลองนึกภาพห้องเรียนที่มีเพียงอาจารย์ฝรั่งตัวโตคนหนึ่งใช้เวลาหลังเลิกเรียนนั่งอยู่กับเด็กตัวเล็กๆ จากแดนไกลเพื่อดึงความมั่นใจและความเคารพตัวเองของเด็กคนนั้นกลับคืนมา มันจะมีความหมายแค่ไหน?

ก็มีความหมายขนาดที่ว่า แม้เวลาจะผ่านไป 23 ปีแล้วผมยังจำภาพในวันนั้นได้ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

และต่อให้เวลาผ่านไปอีกซักกี่สิบปี ผมก็มั่นใจว่าจะยังจำเหตุการณ์นี้ได้แน่นอน และคงจะเล่าให้ลูกให้หลานฟังด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเพราะอาจารย์คนหนึ่งได้ลงมือทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องทำก็ได้

—–

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 บริษัทรอยเตอร์ซอฟท์แวร์ประเทศไทยกำลังจะมีอายุครบ 10 ปี

ผมคิดถึง “ฟิลลิป” และ “สจ๊วต” สองผู้บริหารระดับสูง ที่แม้ตัวจะอยู่ที่อเมริกาและอังกฤษ แต่ก็มีลูกทีมอยู่ในเมืองไทยร่วมพันคน

ผมคิดเล่นๆ ว่าถ้าในงานเลี้ยงครบรอบ 10 ปี พนักงานไทยได้รับข้อความแสดงความยินดีจากสองคนนี้ก็น่าจะเป็น “เซอร์ไพรส์” ที่ดี

ผมเลยส่งเมลหา “เมลินดา” ซึ่งเป็น Communication Manager ที่ดูแลแผนกของฟิลลิปและสจ๊วต ถามว่าพอจะเป็นไปได้มั้ยที่เธอจะช่วยขอให้ทั้งสองช่วยพูดอะไรซักหน่อย เอาแค่ง่ายๆ สั้นๆ แล้วใช้มือถือถ่ายส่งมาให้ก็พอแล้ว

ปรากฎว่าเมลินดาลงทุนประสานงานหาทีมถ่ายวีดีโอมืออาชีพ จัดหางบประมาณสำหรับการถ่ายทำและตัดต่อวีดีโอมาให้ เขียนสคริปต์เป็นเรื่องเป็นราว แถมยังกำกับฟิลลิปและสจ๊วตด้วยตัวเธอเองอีกต่างหาก และวีดีโอนั้นก็ได้ถูกเปิดในงานเลี้ยงครบรอบตามที่ตั้งใจไว้

ผ่านไป 5 ปีแล้ว ทั้งผมและเมลินดาต่างก็ออกจากรอยเตอร์มาซักพักแล้ว แต่ผมก็ยังจำการทำเกินหน้าที่และเกินคำขอของเมลินดามาได้จนถึงวันนี้

—–

วันนี้ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2560 เป็นวันสุดท้ายของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก

พระมหากษัตริย์ผู้ได้ทรงทำในสิ่งที่ท่านไม่ต้องทำก็ได้มาตลอด 70 ปีแห่งการครองแผ่นดินโดยธรรม

และด้วยเหตุผลนี้ แม้พระองค์ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ผมเชื่อว่าเรื่องราวของพระองค์จะยังคงถูกเล่าขานในโลกมนุษย์นี้ไปอีกนับร้อยนับพันปีครับ