รีวิวหนังสือ Love Never Fails ไม่มีความรักครั้งไหนที่สูญเปล่า

20190219_loveneverfails

ต้องออกตัวก่อนว่าหนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อะไรเอ่ย ผู้พิมพ์หนังสือ “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” ของผมเอง

“Love Never Fails ไม่มีความรักครั้งไหนที่สูญเปล่า” ของคุณสีตลา ชาญวิเศษ ถือเป็นผลงานเล่มที่ 3 ของสำนักพิมพ์นี้ ต่อจาก TGIM และ “Read to Lead อ่านอย่างผู้นำ” ของดร.ณัชร สยามวาลา

เดือนมกราคม พอเห็นในเพจ What Is It? Press ว่าหนังสือกำลังจะวางแผง ผมก็สั่งซื้อออนไลน์ทันที แถมยังแปะสลิปว่าโอนเงินแล้วเรียบร้อยใต้ช่องคอมเม้นท์ขายหนังสือเล่มนี้อีกต่างหาก

พี่ปิ๊ก เจ้าของสำนักพิมพ์ก็เลยมาคอมเมนท์ต่อว่า “อย่าลืมช่วยรีวิวด้วยนะ”

ก็เลยเป็นที่มาของบทความนี้

คุณสีตลา หรือคุณส้ม เป็นนักวางแผนกลยุทธ์โฆษณาอยู่ที่ The Matter สื่อออนไลน์น้ำดีที่ผมก็ติดตามอยู่เป็นประจำ แถมเธอยังเคยเป็นทีมงานแฟนเพจ Mission to the Moon ของคุณแท็บ รวิศ CEO ของศรีจันทร์อีกด้วย เมื่อบวกกับความเป็นเด็กอักษร จุฬา ก็เลยเชื่อมือได้เรื่องชั้นเชิงในการถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ

หนังสือเล่มนี้คือการรวบรวบบทความที่คุณส้มเคยเขียนเอาไว้ในคอลัมน์ Love Actually ของนิตยสาร a day BULLETIN

เมื่อหยิบหนังสือขึ้นมา สิ่งแรกที่สะดุดตาคือดีไซน์ปกที่เรียบง่าย พื้นน้ำเงิน อักษรขาวและใช้สีส้มสะกดคำว่า Love ข้างในพิมพ์สี่สีกระดาษอาร์ตมันทั้งเล่ม มีการดึงคำพูดเจ๋งๆ ขึ้นมาแซมเป็นระยะๆ กรีดหน้ากระดาษแล้วจะเจอคำพูดประมาณนี้

“ถ้าเจอคนที่ใช่ ทุกอย่างจะง่ายและไม่ต้องพยายาม”

“เรายอมรับความรักที่เราคิดว่าเราสมควรได้ – we accept the love that we think we deserve”

“ถ้าอะไรที่มันเป็นของคุณ มันก็จะเป็นของคุณ”

ด้วยความหนาประมาณ 270 หน้า จึงต้องใช้เวลาอ่านพอสมควร ถึงกระนั้นแฟนผมก็อ่านจบภายในบ่ายเดียว ส่วนผมใช้เวลาราวสองสัปดาห์

ช่วงครึ่งแรกของหนังสือ ผมอาจจะอ่านช้าไปหน่อย เพราะเรื่องราวมักจะเกี่ยวกับช่วงเริ่มชอบกัน วิธีการจีบ การตัดใจจากคนรักเก่า ฯลฯ ซึ่งสำหรับคนแต่งงานมีครอบครัวแล้วอย่างผมมันผ่านจุดนั้นมานานแล้วเลยไม่ค่อยอินเท่าไหร่

แต่พอมาบทหลังๆ ก็อ่านได้เร็วขึ้น โดยบทที่ผมชอบเป็นพิเศษก็เช่น

– รักให้แฮปปี้ แค่เปลี่ยนจาก “คาดหวัง” มาเป็น “หวัง”

– เรียนรู้จากการเป็น “แฟนคลับ” เพื่อการเป็น “แฟนที่ดี”

– ทัศนคติอะไรบ้าง? ถ้ามีแล้วชีวิตรักจะดีขึ้น

– ทะเลาะกับแฟนแบบไหนที่ไม่ทำให้เลิกกัน

– ชีวิตรักจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตอนเราเป็นโสด

ยกตัวอย่างเรื่องการทะเลาะ จากงานวิจัยพบว่า การทะเลาะด้วยอารมณ์โมโหไม่ได้เป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์เท่ากับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในการทะเลาะ เช่นการดูหมิ่นอีกฝ่าย การพยายามเอาชนะ การเมินเฉย และการไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด

เมื่ออ่านจบ ผมก็เห็นสามสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือ how to ด้านความรักที่เคยเห็นในท้องตลาด

1. “มีวิชา” หลายบทความมีการอ้างอิงถึงงานวิจัยวิชาการ อาจเป็นเพราะจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้และคอลัมน์ Love Actually คือการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเรื่อง “การจีบกันบนสื่อออนไลน์” ทำให้คุณส้มไม่ได้เขียนโดยใช้ความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังอ้างอิงหนังสือและงานวิจัยด้านจิตวิทยาและสังคมวิทยาอย่างพองามอีกด้วย

2. “มีความถ่อมตน” คุณส้มไม่ได้วางตัวเองเป็นกูรูเรื่องความรัก ในหลายบทความเธอยังยอมรับด้วยซ้ำว่าเธอเป็นคนที่ทำผิดพลาดเอาไว้มากมาย บางทีก็ติดแฟนเกินไป บางทีก็ขี้งอนเกินไป การอ่าน Love Never Fails จึงไม่เหมือนโดนอาจารย์หรือรุ่นพี่มาแนะนำว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เหมือนมีเพื่อนหัวอกเดียวกันมาสะกิดบอกเราว่า ถ้าทางนี้มันไม่เวิร์คก็ลองอีกทางนึงดูมั้ย

3. “มีความหวัง” ซึ่งไม่ใช่การหวังแบบลมๆ แล้งๆ แต่มีหวังเพราะว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุผลของมัน พระเจ้าจะไม่ให้บททดสอบอะไรที่เกินกว่าที่เราจะรับได้ และพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ตราบใดที่เรายังรู้จักรักตัวเองและไม่เอาความสุขและคุณค่าของตัวเราไปฝากไว้กับคนอื่น

ใครที่ยังไม่มีแฟนหรือยังไม่ได้แต่งงาน อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วน่าจะรับมือกับความสัมพันธ์ได้ดีขึ้น ถ้าทุกข์อยู่ก็จะทุกข์น้อยลง ถ้าดิ้นอยู่ก็จะดิ้นเบาลง

ส่วนใครที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว หนังสือ Love Never Failsฯ ก็จะช่วยให้เรากลับไปมองความสัมพันธ์ที่ผ่านๆ มาด้วยสายตาที่เข้าอกเข้าใจมากกว่าเดิม

ซึ่งบางทีมันอาจช่วยปลดล็อคเราจากอะไรบางอย่างในอดีต และทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคตครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 15 ที่)