บ่นแล้วไม่ทำอะไรคือไทยแท้

20160523_whine

เป็นประโยคที่พ้องกับ “ทำอะไรตามใจคือไทยแท้”

ตั้งชื่อเรื่องอย่างกับกระทู้ล่อเป้าเลย

บทความนี้มีที่มาจากกระทู้ในพันทิปเรื่อง “วิธีแก้แค้นแท็กซี่ที่โบกแล้วไม่ยอมไป อยากให้ทุกคนช่วยกันทำตามนี้ครับ” เขียนโดย “สมาชิกหมายเลข 3195339

เห็นว่าดีเลยอยากเอามาแชร์ครับ

1. เวลาโบกรถ เลือกสถานที่ที่คนค่อนข้างพลุกพล่าน

2. เตรียมมือถือเข้าแอพกล้องรอไว้

3. เรียกตามปกติ ถ้าไปก็จบตรงนี้

4. ถ้าถูกปฏิเสธก็บอกเค้าไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวผมร้องเรียนพี่เอง
– เท่าที่เจอ บางคันพอบอกจะร้องเรียนมันรีบเรียกให้เราขึ้นรถเลย ผมไม่ไปหรอก กลัวอันตราย

5. พอรถออกไปแล้วก็ถ่ายรูปทะเบียนรถไว้

6. เข้าเว็บไซต์ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/ เพื่อร้องเรียนแท็กซี่คันนั้น

ผมทำทุกครั้งที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งตอนแรกก็แค่ร้องเรียนเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิด

แต่มันมี sms แจ้งผลเข้ามา เลยคิดว่า อย่างน้อยทางกรมการขนส่งฯ ก็น่าจะได้รับรู้ปัญหาเหล่านี้

แต่…ครั้งนึง ผมเบลอ ร้องเรียนไป 5 คัน แต่ดันบอกสีสลับกันไป 2 คัน

ทำให้มีเจ้าหน้าที่โทรกลับมา บอกว่าที่เราแจ้งไป มี 2 คันที่สีกับทะเบียนสลับกัน

ให้ช่วยยืนยันข้อมูลด้วย เพราะถ้ามันผิดคันขึ้นมาเจ้าหน้าที่จะซวยเพราะแท็กซี่โวยวาย

ผมก็เลยถามว่า ที่ร้องเรียนไปนี่ดำเนินการกันจริงๆ ใช่มั้ย ไม่ใช่แค่รับเรื่องเฉยๆ ใช่มั้ย

เค้าตอบว่าใช่ แล้วเค้าก็ขอบคุณผมด้วย บอกว่าช่วยร้องเรียนมาเถอะ จะได้จัดการมันได้

อยากให้ทุกคนช่วยกันทำ ช่วยกันร้องเรียนครับ ให้มันโดนปรับกันบ่อยๆ จะได้สำนึกบ้าง

บางครั้งคันหลังเห็นเราถ่ายรูปทะเบียน เค้ากลัวโดนด้วยเค้าก็รับนะครับ เดี๋ยวโดนปรับเหมือนกัน5555

ขสมก ก็มีให้ร้องเรียนได้นะครับ ผมเคยร้องเรียนเรื่องพนักงานขับรถสูบบุหรี่ เค้าโทรกลับมาบอกด้วยว่าปรับคนนั้นเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้สำหรับผม ผมชอบการร้องเรียนมาก เพราะมันทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม


เมืองไทยของเราน่าอยู่ แต่ก็มีเรื่องน่าเบื่ออยู่หลายเรื่องเหมือนกัน

เรื่องบางเรื่อง ก็ไกลเกินกว่าที่เราจะทำอะไรมันได้ แต่ก็มีอีกหลายๆ ปัญหาที่คนธรรมดาอย่างเรามีส่วนร่วมในการแก้ได้ อย่างเช่นเรื่องแท๊กซี่ไม่รับผู้โดยสารเป็นต้น

ติดตรงที่เราคิดกันไปเองว่า ถึงร้องเรียนไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา (ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มนี้) เราก็เลยแค่บ่นให้แฟนฟัง หรือไม่ก็ระบายทางเฟซบุ๊ค

และปัญหาทุกอย่างก็ยังคงอยู่สภาพเดิม

ผมแค่คิดเล่นๆ ว่าถ้าวันนี้คนกรุงเทพทุกคนที่โดนแท๊กซี่ปฏิเสธ ตัดสินใจร้องเรียนเข้าเว็บของกรมการขนส่งทางบกจริงๆ อะไรจะเกิดขึ้น?

อาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้

อย่างน้อยก็ในวันนี้

แต่ถ้าเราไม่หยุดร้องเรียนทุกครั้งที่เจอปัญหา เดือนหน้า หรือปีหน้า คนขับแท๊กซี่กลุ่มหนึ่งอาจจะเปลี่ยนก็ได้


เมื่อสามปีที่แล้วประชาชนออกมาเรียกร้องให้ “ปฏิรูปประเทศ”

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านก็อาจจะเคยไปร่วมขบวนกับเขาด้วย

พอเกิดรัฐประหาร เราก็กลับมาใช้ชีวิตคนธรรมดา ปล่อยให้การปฏิรูปเป็นเรื่องของทหารและรัฐบาล

แต่เราจะปฏิรูปประเทศกันได้อย่างไรถ้าเราไม่ปฏิรูปตัวเองก่อน?

ผมนึกถึงประโยคที่ว่า If you are not part of the solution, then you are part of the problem – ถ้าเราไม่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไข แสดงว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

กลับมาที่เรื่องแท๊กซี่

ผมบอกไม่ได้หรอกครับว่าถ้าเราร้องเรียนไปเรื่อยๆ จะทำให้แท๊กซี่เลิกพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสารรึเปล่า

รู้แต่ว่าถ้าเราเอาบ่นแล้วไม่ทำอะไร เขาไม่เลิกแน่ๆ

เมื่อเห็นตัวอย่างจากพันทิปแล้วว่าเจ้าหน้าที่เอาจริงกับการร้องเรียน จากนี้ไปถ้าผมเจอแท๊กซี่ปฏิเสธอีก ผมก็มีสองทางเลือก

1. ทำตามความเคยชิน คือปิดประตู  บ่นพึมพัม แล้วมองหาแท๊กซี่คันต่อไป หรือ

2. ระลึกถึงกฎสิบเต็มสิบ ถ่ายรูปเอาไว้ เรียกแท๊กซี่คันต่อไปจนกว่าจะได้ พอได้ขึ้นมานั่งแล้วค่อยส่งเรื่องร้องเรียนไปที่กรมขนส่งทางบก 

ผมคงเลือกทางที่สอง เพราะถ้ายังเลือกทำแบบเดิม แสดงว่าผมก็กำลังทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเหมือนกัน

คุณล่ะครับ สนใจจะมาร่วมขบวนการปฏิรูปตัวเองกับผมมั้ย?


ป.ล. เพื่อนที่ทำอู่แท๊กซี่เคยอธิบายให้ผมฟังว่ามันก็เข้าใจหัวอกคนขับว่าทำไมถึงปฏิเสธผู้โดยสาร เพราะค่าโดยสารแท๊กซี่มิเตอร์บ้านเรามันถูกมาก จนบางทีการต้องไปไกลๆ มันไม่คุ้มจริงๆ ซึ่งนั่นก็เป็นประเด็นที่คนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก Pantip: วิธีแก้แค้นแท็กซี่ที่โบกแล้วไม่ยอมไป อยากให้ทุกคนช่วยกันทำตามนี้ครับ 

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia: Khon Dance Frankfurt Germany 2006

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Banner468x60ver1.jpg

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s