อานนฯ อินลอนดอน ตอนที่ 3

20151117_London3

วันนี้เป็นวันแรกของงาน Trust Women Conference ครับ!

งานนี้จัดขึ้นโดย Thomson Reuters Foundation โดยมีเป้าหมายคือ “Putting the rule of law behind women’s rights” หรือการสร้างหลักนิติธรรมให้กับสิทธิสตรีนั่นเอง

นี่เป็นการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 600 คน ส่วนใหญ่เป็น NGO และ Social Enterprise (กิจการเพื่อสังคม) ที่ดูแลเรื่องความเท่าเทียมและสิทธิของเพศหญิงครับ

นอกจากเรื่องสิทธิสตรีแล้ว การประชุมนี้ยังเน้นเรื่องการลักลอบค้ามนุษย์ (human trafficking) และแรงงานทาสยุคใหม่ (modern-day slavery) ซึ่งทั้งสามอย่างนี้เชื่อมโยงกันหมดเลย

เมื่อผู้หญิงไม่เท่าเทียมกับผู้ชาย จึงถูกขายเหมือนสินค้า และคนที่ซื้อไปก็เอาผู้หญิงเหล่านี้ไปปู้ยี่ปู้ยำเยี่ยงทาส

และนี่คือเนื้อหาบางส่วนจากการประชุมวันนี้ครับ

ธุรกิจค้ามนุษย์มีมูลค่าถึงปีละ 150,000 ล้านดอลลาร์ หรือสามเท่าของรายได้ของแอปเปิ้ล (50,000 ล้านดอลล่าร์) บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

ในโลกใบนี้มีคนถึง 36 ล้านคนที่ถูกกระทำเยี่ยงทาส (ถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว ทำงานโดยไม่ได้เงินเดือนหรือถ้าได้ก็น้อยมากๆ)

แม้จะมีคนถูกค้าเป็นทาสเยอะขนาดนี้ แต่คนที่ทำธุรกิจค้าขายมนุษย์ส่วนใหญ่กลับไม่เคยถูกนำมาลงโทษเลย

มีคนถึง 774 ล้านคนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ สองในสามนั้นเป็นเพศหญิง

ทุกๆ ปีจะมีเด็กผู้หญิงอายุไม่เกิน 18 ปี แต่งงานถึง 15 ล้านคน

ถ้าเราสามารถช่วยให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนหนังสือจนจบม.ปลาย ตัวเลข 15 ล้านคนจะลดลงถึงสองในสาม

ใน 26 ประเทศ โอกาสที่เด็กผู้หญิงจะได้แต่งงานตั้งแต่เด็กนั้นสูงกว่าโอกาสที่เธอจะได้เรียนหนังสือ

เงินเพียง $240 ต่อปี ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เด็กผู้หญิงในประเทศอย่างไนจีเรียสามารถเรียนหนังสือต่อไปได้

หนึ่งในคนที่มาพูด (เธอมาจากไนจีเรีย) เล่าให้ฟังว่าเธอต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ทุกวันเพื่อไปขายผักในตลาด จะได้มีเงินมาจุนเจือค่าใช้จ่ายในการไปโรงเรียนของเธอ

ผู้หญิงอีกคนเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ตาของเธอตัดสินใจให้แม่และน้าของเธอได้เรียนหนังสือ คุณตาถูกคุณทวดไล่ออกจากบ้าน เพราะในสังคมของเธอนั้น การส่งผู้หญิงเรียนหนังสือเป็นเรื่องสิ้นเปลือง เพราะคุณค่าของผู้หญิง (ในสังคมนั้น) คือการเป็นเมียและแม่

ในอัฟกานิสถาน เหตุผลหลักที่เด็กผู้หญิงไม่ได้เรียนหนังสือ ก็คือที่โรงเรียนมีคุณครูผู้หญิงไม่เพียงพอ (คาดว่าสังคมคงไม่ยอมรับการให้เด็กผู้หญิงเรียนหนังสือกับครูผู้ชาย)

เมื่อสิบปีที่แล้ว กษัตริย์แห่งประเทศภูฐาน มีพระราชดำริที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนจะสละราชบัลลังค์ให้กับเจ้าชายจิกมี่ที่เรารู้จักกันดี

ก่อนหน้าจะเปลี่ยนแปลงระบอบ ภูฐานไม่จำเป็นต้องมีทนาย แต่เมื่อเปลี่ยนระบอบแล้ว จึงจำเป็นต้องสร้าง Law School โดยได้บริษัท White & Case LLP ของ Hugh Verrier (ที่มาพูดในงานนี้) ช่วยเข้าไปสร้างให้ โดย Law School ของภูฐานจะเปิดทำการในอีกสองปีข้างหน้า

จริงๆ ยังมีเนื้อหาอีกมากมายที่ผมไม่ได้จดมา เพราะช่วงบ่ายต้องไปช่วยทีมงานที่ดูแลแสงสีเสียงในการกรองข้อมูลจาก Twitter และ Instagram ที่ใช้แฮชแท็ก #TWC2015 แล้วนำขึ้นจอในงาน  ก็เลยไม่ได้จดอะไรมามาก

20151117_122133

แต่สิ่งหนึ่งที่จำได้คือคำพูดของ Christianne ฺBoudreau คุณแม่ชาวแคนาดาที่ลูกชายโดนชักชวนเข้ากลุ่ม IS (Islamic State) เมื่อปี 2012 และเสียชีวิตขณะเป็นนักรบให้กับกลุ่ม IS เมื่อปีที่แล้วนี่เอง

เมื่อโดนถามว่าลูกชายถูกชักชวนเข้า IS ได้อย่างไร คริสเตียนบอกว่า IS บอกลูกชายว่าจะให้ไปช่วยงานด้านดูแลเด็กและผู้หญิงที่โดนกดขี่ ซึ่งเป็นตลกร้ายพอดู เพราะสิ่งที่ IS ทำในช่วงสองปีที่ผ่านมานี่มันช่างตรงข้ามกันอย่างยิ่ง

เธออธิบายว่า คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยตกลงใจจะเข้ากลุ่ม IS เพราะต้องการหาความหมายให้ชีวิต (finding a purpose in life) แต่เธอเองในฐานะแม่ ก็ผิดพลาดที่ไม่สามารถทำให้ลูกของเธอเจอ purpose ได้ จนลูกของเธอเตลิดไปเข้ากลุ่มแบบนี้

Charlie Winter บอกว่า IS ชักชวนคนเข้ามาร่วมกลุ่มด้วยการบอกว่า IS กำลังจะสร้าง Utopia (แดนพระศรีอาริย์) ที่ทุกคนจะเท่าเทียมกันและทุนนิยมจะถูกลบล้าง นอกจากนั้นการเข้าร่วมมิชชั่นนี้ยังจะช่วยให้ “หลุดพ้น” (Deliverance) อีกด้วย

ทุกอย่างมีที่มาที่ไปจริงๆ

ต้องขอตัวไปนอนก่อนนะครับ เที่ยงคืนแล้ว

—–

ภาพถ่ายจากมือถือผู้เขียน 17 พ.ย. 2558

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s