คุกที่แน่นหนาที่สุด

คือคุกที่เราสร้างขึ้นมาเอง

20161029_prison

“The greatest prison people live in is the fear of what other people think.”

― David Icke


กี่ครั้งแล้ว

ที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่เราควรทำ หรือทำสิ่งที่เราไม่ได้อยากทำ เพียงเพราะมัวแต่ห่วงว่าคนอื่นจะมองเรายังไง?

นับตั้งแต่จำความได้ เราค่อยๆ “สร้างภาพลักษณ์” ของตัวเอง เรารักและหวงแหนภาพนั้น และเราก็พยายามเหลือเกินที่จะให้คนอื่นเห็นภาพที่เราอยากให้เขาเห็น

เมื่อใดก็ตามที่ภาพในหัวของเขาที่มีต่อเรา ไม่ตรงกับภาพที่เราอยากให้เขามี เราก็เดือดร้อนจะเป็นจะตาย

ทั้งที่จริงๆ แล้ว คนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา ก็แทบไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว

ไม่ได้จะบอกว่าไม่ต้องฟังเสียงใคร เพียงแต่จะบอกว่าอย่า “ฟังมากเกินไป” จนกลายเป็นหูแว่วไปเอง

ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ต่างอะไรกับการติดคุกตลอดชีวิต


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานดักแด้

20161027_pupa

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีชายหนุ่มคนหนึ่งพบรังไหมของตัวอ่อนผีเสื้อ

เขาเฝ้าจับตาความคืบหน้าจนกระทั่งได้เห็นรอยปริขนาดเล็กปรากฏอยู่ที่ผิวภายนอก

ชายคนนั้นจึงนั่งลงและเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของตัวอ่อนผีเสื้ออยู่นานหลายชั่วโมง

เขาเห็นมันพยายามดิ้นรนจะพ้นจากช่องเล็กๆ ของรังที่หุ้มอยู่ให้ได้ แต่เมื่อไม่สำเร็จ เจ้าตัวน้อยก็หยุดเคลื่อนไหว เหมือนจะยอมรับว่าไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านั้น

ชายหนุ่มจึงหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเปิดช่องรังจนกว้างพอที่ตัวอ่อนจะสามารถออกมาได้อย่างง่ายดาย ตัวอ่อนผีเสื้อน้อยจึงออกมาเผชิญโลกด้วยสภาพร่างกายบวมกลม ตรงข้ามกับปีกที่มีขนาดเล็กนิดเดียว!

แต่เขาก็เฝ้าจับตามองตัวอ่อนนั้นต่อไปด้วยความหวังว่า อีกไม่ช้าปีกของมันจะขยายใหญ่ขึ้น และแข็งแรงพอที่จะพยุงร่างกายมันได้เมื่อถึงเวลาอันควร

แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผีเสื้อน้อยต้องเดินและคลานไปมาทั้งชีวิตด้วยสภาพร่างกายบวมกลมและปีกแห้งเล็กจนไม่สามารถบินได้

สิ่งที่ชายคนนั้นไม่เข้าใจก็คือ ธรรมชาติได้กำหนดมาแล้วว่าตัวอ่อนจะออกไปเผชิญโลกได้ก็ต่อเมื่อของเหลวในร่างกายลดน้อยลงจนลำตัวมีขนาดสมดุลกับปีกเท่านั้นจึงจะสามารถลอดออกจากช่องว่างขนาดเล็กของรังได้สำเร็จ

และถ้าตัวอ่อนได้ผ่านการดิ้นรนจนถึงเวลานั้น มันจึงจะเติบโตเป็นผีเสื้อที่พร้อมโบยบินจากรังได้อย่างอิสระโดยแท้

การมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องผ่านอุปสรรคใดๆ จึงมีแต่จะทำให้เราพิการและไม่แข็งแรง
การดิ้นรนฝ่าฟันอุปสรรคต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เรายืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแกร่ง


ขอบคุณนิทานจาก Pantip: นิทานเซนสอนใจ (ลึกซึ้งมาก) ผีเสื้อน้อย…  โดยคุณ maxjom   (ผู้เขียนมีดัดแปลงเล็กน้อย)(ผู้เขียนมีดัดแปลงเล็กน้อย)

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

รองเท้าที่พังเร็วที่สุด

20161027_shoes

คือรองเท้าที่ไม่ได้ใช้

เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นลูกเจ้าของบริษัทรองเท้าชื่อดังในเมืองไทย

สมัยเรียนหนังสือ ถ้าได้ไปบ้านเพื่อนคนนี้ พ่อของเพื่อนมักจะหยิบรองเท้าใหม่ให้ผมเอาไปใช้ฟรีๆ

ครั้งหนึ่งคุณพ่อเคยกำชับว่า เอาไปแล้วให้รีบใส่ ไม่งั้นรองเท้าจะพังเร็วเพราะกาวจะเสื่อมสภาพ

ถือเป็นความรู้ใหม่สำหรับผมในตอนนั้น

สัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้รู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้ เมื่อแฟนเริ่มหันมาสนใจการวิ่งออกกำลังกายรอบหมู่บ้าน แต่รองเท้าที่เธอซื้อไว้สองสามปีที่แล้วนั้น พื้นรองเท้าด้านนอกมันหลุดออกจากตัวรองเท้าเกือบจะรอบด้าน ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งใช้มันไปแค่ไม่กี่ครั้ง


ใครที่อยู่ย่านพัฒนาการ อาจรู้จักร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำโคตรอร่อยปากซอยพัฒนาการ 76 (ตรงข้ามซอยพัฒนาการ 65) เพราะมีคนมากินแน่นร้านเกือบตลอด

ด้านหลังร้านนี้ เคยมีโชว์รูมฮาร์เล่ย์เดวิดสันที่ใหญ่และดูดีมาก แต่ไม่รู้เพราะเหตุอันใดถึงปิดตัวไปเมื่อตอนต้นปี

เมื่อวานซืนผมกับแฟนไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนี้ จึงได้พบว่าด้านหลังของร้านกลายเป็นที่รกร้าง มีแต่วัชพืชขึ้นเต็มไปหมด ราวกับว่าพื้นที่นี้ไม่เคยมีอะไรมาก่อน


ผมว่าคงยังมีอีกหลายอย่างที่มีแพทเทิร์นคล้ายกับรองเท้าและที่ดิน ที่หากไม่ได้ใช้นานๆ แล้วจะพังเร็ว

เช่นสมองและร่างกายของเราเป็นต้น

ถ้าเราไม่ค่อยได้ใช้งานและไม่ดูแลให้ดี ไม่นานทั้งร่างกายและสมองก็อาจทรุดโทรมและเต็มไปด้วย “วัชพืช”

นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เกษียณอยู่กับบ้านเฉยๆ ถึงมักจะแก่เร็วกว่าคนที่ยังทำโน่นทำนี่อยู่

อย่าปล่อยให้ “รองเท้า” เราพังเพราะไม่ได้ใช้เลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ชีวิตนี้ไม่มีรอบซ้อมใหญ่

20161025_rehearsal

มีแต่รอบการแสดงจริงเพียงรอบเดียวเท่านั้น

และไม่รู้จะได้กลับมาขึ้นเวทีนี้อีกเมื่อไหร่

ดังนั้น มีเท่าไหร่ก็ใส่ให้เต็มที่

ถ้าจะเล่นก็เล่นให้สุดฝีมือ ถ้าจะร้องก็ร้องให้สุดเสียง ถ้าจะรักก็รักให้สุดใจ

เมื่อถึงตอนจบ เราอาจได้ยินเสียงปรบมือ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ความกังวลคือการใช้จินตนาการในทางที่ผิด

20161025_worry_imagine

“Worry is a misuse of the imagination.”

– Dan Zadra


สมองมนุษย์เป็นเครื่องรีเพลย์ชั้นยอด เราจึงสามารถฉายภาพการกระทำบางอย่างในอดีตได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

และสมองก็เป็นนักรังสรรค์ชั้นยอดด้วย เราจึงสามารถนึกคิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดได้เป็นตุเป็นตะ

โดยส่วนใหญ่ ภาพแห่งอนาคตที่เราสร้างขึ้นมักจะหน้าตาไม่ดีเท่าไหร่ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ขี้กังวล จึงชอบคิดอะไรเผื่อในทางร้ายไว้ก่อน

ซึ่งจะว่าไปก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะมันเป็นกลไกที่ทำให้บรรพบุรุษของเรารอดพ้นจากภยันตรายต่างๆ มาได้หลายแสนปี

คำถามก็คือ ความขี้กังวลนี้ยังเป็นคุณอยู่รึเปล่า ในเมื่อโลกปัจจุบันมันไม่ได้อันตรายเหมือนแต่ก่อนแล้ว

แทนที่จะมัวกังวลถึงสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด สู้เราใช้จินตนาการเพื่อวาดภาพสิ่งที่เราอยากให้เป็นดีกว่ามั้ย?

แม้สุดท้ายแล้วคนมองโลกในแง่ดีและคนที่มองโลกในแง่ลบจะคาดการณ์ผิดพอๆ กัน

แต่ระหว่างทาง คนมองโลกในแง่ดีนั้นน่าจะมีความสุขกว่ากันเยอะเลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com