สิ่งที่ดีทำให้เราพลาดสิ่งที่ดีที่สุด

20190110_good_vs_best

เราไม่ได้มีปัญหาที่จะแยกแยะระหว่างสิ่งที่ดีกับสิ่งที่เลวร้าย เพราะเราเกิดมาพร้อมสมองและจิตสำนึกที่ดีอยู่แล้ว

โจทย์ที่ยากกว่านั้นมาก ก็คือการแยะแยะให้ได้ระหว่างสิ่งที่ดี กับสิ่งที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราไม่ระวัง เราจะเอาแต่ทำสิ่งดีๆ มากมาย จนไม่มีเวลาและกำลังเหลือไปทำสิ่งที่ดีที่สุด

ขอยกตัวอย่างสามเรื่องที่เกี่ยวพันกับคอนเซ็ปต์นี้

งานที่ทำ – แต่ละวันเรามีงานให้ต้องทำหลายสิบอย่าง และปัญหาไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่ขยัน เพราะจริงๆ แล้วเราขยันกันมาก ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ แต่พอใครมาถามว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาภูมิใจกับงานชิ้นไหนบ้าง เรากลับตอบไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันเบลอๆ เหมือนๆ กันไปหมด

“There are so many people working so hard and achieving so little.”

-Andy Grove

เราขยันกันมาก แต่เราอาจขยันผิดจุด

การจะเติบโตได้ในโลกปัจจุบัน การเป็นคนขยันอย่างเดียวจึงไม่พอ แต่ต้องขยันแบบมียุทธศาสตร์ เพราะต่อให้ทำเร็วแค่ไหนงานก็ไม่มีทางเสร็จหมด สู้หันกลับมาช้าลง คิดให้มากขึ้น แล้วลงมือแบบซามูไรที่จ้องอยู่นานก่อนจะฟันแค่ดาบเดียว

—–

จัดบ้านแบบ konmari – หลายต่อหลายคนมักจะรู้สึกว่า “ไม่มีเสื้อผ้าใส่” ทั้งๆ ที่มีเสื้อผ้าอยู่เต็มตู้ ต้นเหตุที่แท้จริงก็คือ “เสื้อผ้าดีๆ” มาเบียดบัง “เสื้อผ้าที่ดีที่สุด” จนเราเกิดความรู้สึกว่าต้องซื้อเสื้อผ้ามาเพิ่มตลอดเวลา ซึ่งก็แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวก่อนจะกลับเข้าสู่วงจรเดิม

สิ่งที่ คนโด มาริเอะ สอนก็คือ เราควรจะหยิบเสื้อผ้าทุกตัวมากองเอาไว้ หยิบมันขึ้นมาทีละชิ้นและถามตัวเองว่ามันยัง spark joy หรือยังทำให้เราชื่นใจได้หรือไม่

เสื้อผ้าที่ spark joy คือ “เสื้อผ้าที่ดีที่สุด” ส่วนเสื้อผ้าที่ไม่ spark joy แล้วคือ “เสื้อผ้าที่ดี” ที่เราควรปล่อยมันไปหาเจ้านายใหม่

—–

กิจกรรมต่างๆ ในชีวิต – เรามีทางเลือกมากมายเหลือเกิน จะเล่นมือถือทั้งวันก็ได้ อ่านการ์ตูนใน iPad ก็ได้ เข้า Youtube ก็ได้ เล่น ROV ก็ได้ ดู Netflix ก็ได้

เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องดีๆ ทั้งนั้น เพลิดเพลินทั้งนั้น แต่ถ้าเราใช้เวลาอยู่กับเรื่องเหล่านี้มากเกินไป เราก็จะไม่เหลือเวลาให้กับ “กิจกรรมที่ดีที่สุด” เช่นการดูแลร่างกายตนเอง (กินให้ดี นอนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย) การพูดคุยกับคนในครอบครัว การได้อยู่กับตัวเอง รวมถึงการได้ลงมือทำตามความฝันหรือสิ่งที่ตัวเองรักอย่างแท้จริง

ชีวิตคนในศตวรรษที่ 21 นั้นมีทางเลือกมากกว่าบรรพบุรุษของเรานับร้อยนับพันเท่า เราจึงเป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นหลุดเข้าไปในร้านบุฟเฟ่ต์ อันนั้นก็ดี อันนี้ก็ใช่ เมื่อตัดสินใจไม่ได้ เราจึงหยิบกินมันเสียทุกอย่าง

เราจึงอิ่มท้องเสมอแต่แทบไม่เคยอิ่มใจ

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ผมจึงเชื่อว่าการแยกแยะให้ออกระหว่าง “สิ่งที่ดีที่สุด” กับ “สิ่งที่ดี” เป็นหนึ่งในทักษะที่ขาดไม่ได้สำหรับพ.ศ.นี้ครับ

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 10 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

ถ้ารู้สึก depressed

20190109_depressed

1. ให้นั่งเขียนเป้าหมายหรือสิ่งที่เราอยากทำ จะกี่อย่างก็ได้ เช่น

ดูคอนเสิร์ตบอดี้แสลม
เที่ยวญี่ปุ่น
จัดห้องให้หายรก
เปิดบล็อก
มีแฟน

2. ข้างเป้าหมายแต่ละข้อ ให้เขียน next action ที่ทำได้เดี๋ยวนี้เลย

ดูคอนเสิร์ตบอดี้แสลม | โพสต์สเตตัสถามหาบัตร
เที่ยวญี่ปุ่น | หาตั๋วถูกในเว็บ Google Flights
จัดห้องให้หายรก | เอาขยะในห้องไปทิ้ง
เปิดบล็อก | เข้า WordPress แล้วสมัครสมาชิก
มีแฟน | บอกเพื่อนให้เอารูปเราลงเพจแม่สื่อแม่ชัก

3. ลงมือทำ next action นั้น

Depressed ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงป่วยเป็นโรคซึมเศร้านะครับ แต่อาจเป็นเพียงอาการเริ่มต้นของคนเบื่อโลก ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากลุกจากเตียง ถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็อาจจะแย่ลงได้ เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ในหัวเรามากเกินไป วิธีที่อาจจะช่วยได้ดีคือลงมือทำอะไรซักอย่างเพื่อให้เราออกมาอยู่นอกหัวมากขึ้นครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจากพ็อดคาสท์ The School of Greatness: Ben Shapiro – Problem Solving in Life and Business 

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 11 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

ชอบก็ทำไม่ชอบก็ทำ

20190107_like

ความเชื่อที่ว่า “เราควรทำสิ่งที่ตัวเองรัก” บางทีก็เป็นดาบสองคม

เพราะหลายครั้ง เราก็บอกไม่ได้หรอกว่าเรารักหรือไม่รักอะไรจนกว่าจะได้ใช้เวลากับมันมากพอ

ผมจึงเชื่อว่า ถ้าเรายังหนุ่มยังสาว เราควรพร้อมที่จะทำทั้งสิ่งที่ “ชอบ” และ “ไม่ชอบ”

การได้ทำงานที่ตัวเองชอบนั้น เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม

แต่การได้ทำงานที่ตัวเองไม่ชอบก็มีข้อดีอย่างน้อยสามข้อ

หนึ่ง เราจะไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด และจะชอบสิ่งที่ตัวเองถนัด แต่มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ วันแรกไม่มีใครถนัดหรอก แต่พรุ่งนี้จะถนัดกว่าวันนี้ และเดือนหน้าย่อมถนัดกว่าพรุ่งนี้หากเรายังไม่ด่วนยอมแพ้ไปเสียก่อน ดังนั้นหากเราทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วยความเพียรและด้วยใจที่เป็นกลางพอ ถึงจุดหนึ่งเราอาจจะชอบมันก็ได้

สอง งานที่เราไม่ชอบนั้นมักจะยาก และมักเป็นงานที่คนอื่นก็ไม่ชอบทำเช่นกัน เมื่อเป็นงานยากที่ไม่มีใครอยากทำหรือยอมทำ การที่เราอาสาที่จะทำมันออกมาให้ดี ย่อมแสดงว่าเรากำลังสร้างคุณค่าให้กับองค์กรในแบบที่น้อยคนนักจะทำได้

สาม การทำสิ่งที่เราไม่ชอบก็ถือเป็นการสร้างภูมิต้านทานอย่างหนึ่ง ซึ่งนับเป็นเรื่องดี เพราะภูมิต้านทานนี้จะช่วยให้เราไม่ทุกข์ใจกับอะไรง่ายๆ

เมื่อมีภูมิต้านทาน เมื่อสร้างคุณค่า เมื่อเราสามารถมีความสุขกับสิ่งที่เราเคยไม่ชอบ เราก็จะเติบโตเป็นคนที่เพียบพร้อมในหลายๆ ด้าน และในวันนั้นเราจะมีโอกาสเลือกทำแต่สิ่งที่เราชอบเต็มไปหมด

ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่าเพิ่งเกี่ยงงานเลย เพราะมันคือโอกาสทองที่จะได้รู้จักตัวเองและได้พัฒนาทักษะที่หาได้ยากยิ่งในคนสมัยนี้ครับ

—-

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 13 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

ไม่มีทีมที่แย่

20190103b

มีแต่หัวหน้าที่แย่

“There are no bad teams. Only bad leaders”
-Jocko Willink

มีคำคมฝรั่งที่บอกว่าฝูงแกะที่นำด้วยสิงโตนั้นน่ากลัวกว่าฝูงสิงโตที่นำด้วยแกะ

ทีมจะเต็มไปด้วยคนเก่งแค่ไหน แต่ถ้าผู้นำไม่ดีก็หาทางเจริญได้ยาก

นี่คือเหตุผลที่ทำไมเวลาทีมฟุตบอลผลงานย่ำแย่ เขาจะเปลี่ยนผู้จัดการก่อน (ผมเชียร์แมนยู และผมดีใจที่มูรินโญโดนปลดและได้โซลชาร์มาแทน)

น้องที่ทำงานจบโทจากมหาลัยรัฐที่โด่งดังแห่งหนึ่ง แม้จะจบมานานแล้วแต่ก็ยังกลับไปช่วยสอนเป็น teaching assistant อยู่ทุกปี แต่ปีนี้เขาบอกว่าจะสอนเป็นปีสุดท้าย เพราะพอเปลี่ยนคณบดีแล้ว อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หัวเปลี่ยนเพียงคนเดียวสะเทือนไปได้ทั้งกระบวน

ถ้าเราเป็นหัวหน้าทีม แล้วมีคนมาบอกว่าทีมเราทำงานแย่ คนที่ควรเพ่งเล็งคนแรกคือตัวเราเอง

แล้วถ้าเรายังเป็นเด็กในทีม แล้วหัวหน้าทีมไม่ดี เราจะทำอะไรได้บ้าง?

1. อย่าเป็นอย่างเขา

2. ทำสิ่งที่รู้ว่าถูกต้องและเหมาะสม lead by example เพราะความเป็นผู้นำนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งแห่งหน ต่อให้เป็นเด็กจบใหม่ก็อาจจะมีความเป็นผู้นำและความน่านับถือมากกว่าคนที่ทำงานมาเป็นสิบปีก็ได้

3. ตั้งใจไว้ว่า เมื่อถึงวันที่เราเติบโตเป็นใหญ่ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะทำได้คือการเลือกหัวหน้าที่ดีให้กับทีมงานที่อยู่ข้างใต้เราครับ

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 13 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

วันหยุดยากกว่าวันทำงาน

20190106_weekendsareharder

ไม่รู้มีใครรู้สึกเหมือนกันรึเปล่าว่าบางทีวันหยุดก็จัดการได้ยากกว่าวันทำงาน

เพราะวันทำงานมันมีโครงสร้างที่ค่อนข้างชัดเจน ต้องตื่นเวลานี้ ออกจากบ้าน แวะกินข้าวเช้า ถึงออฟฟิศ นั่งทำ To-do list เริ่มทำงาน พักเที่ยง ทำงานต่อตอนบ่าย เลิกงาน ทำกิจกรรมหลังเลิกงาน กลับบ้าน ฯลฯ แล้วเข้านอน

แต่พอเป็นวันหยุด โครงสร้างต่างๆ รวมถึงกิจวัตร (routines) ต่างๆ ก็มักจะละลายหายไปหมด

ตื่นสายโด่ นอนอยู่บนเตียงนานเกินควร โดนแม่ใช้ให้ไปทำธุระ ขากลับแวะช็อปปิ้งแต่ใช้เวลานานไปหน่อย ตอนค่ำเปิดซีรี่ส์ดูแล้วติดลมดูจนถึงรุ่งเช้า วันอาทิตย์ตารางเวลาก็เลยยิ่งเละ ฯลฯ

แล้วยิ่งถ้าเรามีลูกเล็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งทีมีชีวิตที่คาดเดาหรือควบคุมไม่ได้ การต้องอยู่กับเขาเกือบทั้งวันยิ่งทำให้เราจัดการตัวเองยากขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างบทความนี้ที่ผมต้องเขียนๆ หยุดๆ ถึงสี่รอบเพราะลูกสาวคอยร้องหา

สิ่งที่ตั้งใจว่าจะเอาไว้ทำตอนที่ “มีเวลา” เลยไม่ได้ทำเสียที ไม่ว่าจะเป็นออกกำลังกาย อ่านหนังสือ สร้างธุรกิจเสริม ฯลฯ

ข้อแนะนำเดียวที่ผมพอจะมีคือพยายามรักษากิจวัตรบางอย่างของวันธรรมดาเอาไว้ เช่นตื่นนอนเวลาเดิม หรือทำ To-do list ของวันหยุดขึ้นมา อาจไม่ต้องจริงจังเหมือนวันทำงาน แค่เขียน 2-3 อย่างที่เราตั้งใจจะทำในวันนั้นแล้วจัดการมันให้เสร็จเรียบร้อย เพื่ออย่างน้อยเราจะได้ทำอะไรที่มีคุณค่ากับตัวเองบ้าง

จากนั้น อยากจะปล่อยตัวปล่อยใจแค่ไหนก็ตามสบายครับ

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้เปิดรับสมัครแล้ว ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt