ความเสียดายไม่ช่วยอะไร

สิ่งที่เราเสียดายล้วนอยู่ในอดีต มันคือสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว ต่อให้เสียดายแค่ไหนก็ย้อนวันเวลาไม่ได้

ถ้าเราจมอยู่กับ regrets หรือความเสียดาย เราจะยิ่งสูญเสียโอกาสในปัจจุบัน และสร้างเรื่องที่เราต้องกลับมาเสียดายอีกในอนาคต

แม้จะเจ็บปวด แต่เราควรยอมรับในสิ่งที่แก้ไม่ได้ และ move on

“Spend zero time on what you could have done, and devote all of your time on what you might do.”
-Ben Horowitz

อย่าใช้เวลาแม้แต่เพียงนิดกับสิ่งที่เราไม่ได้ทำลงไป

และใช้เวลาที่เรามีอยู่จำกัดเพื่อทำสิ่งที่เรายังพอทำได้ครับ

ยังไงก็ต้องมีคนผิดหวังในตัวเรา

เราคงเคยเจอคนที่พยายามจะ please ทุกคน พยายามทำให้ทุกคนพอใจ แต่สุดท้ายแล้วเขาไม่สามารถทำให้ใครพอใจได้เลย

นี่คือบทเรียนที่คนทำงานทุกคนจะต้องค่อยๆ เรียนรู้ ว่าสิ่งที่เราคิด เราตัดสินใจ และลงมือทำนั้น สุดท้ายแล้วจะมีคนที่ได้ประโยชน์ และคนที่เสียประโยชน์เสมอ

คนที่ได้ประโยชน์ก็จะชื่นชม คนที่เสียประโยชน์ (หรือคิดว่าเขาเสียประโยชน์) ก็จะต่อว่าต่อขาน

เราไม่สามารถทำให้ทุกคนแฮปปี้ได้ สิ่งที่เราทำได้คือมีหลักการที่เรายึดมั่นเอาไว้เสมอ

“Do not think you can be brave with your life and your work and never disappoint anyone. It doesn’t work that way.”
-Oprah

อยู่ในที่แจ้งก็ย่อมต้องโดนแดดโดนฝน ไม่ว่าจะทำเต็มที่แค่ไหน ยังไงก็ต้องมีคนผิดหวังในตัวเรา

ยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ แล้วเดินหน้าต่อไปนะครับ

โอกาสคืออากาศ อากาศคือโอกาส

สำหรับวัย 20-40 โอกาสคืออากาศ

เนื่องจากปีนี้ LINE MAN Wongnai จะเปิดรับนักศึกษาฝึกงานถึง 77 คน

เมื่อคืนวันพฤหัสฯ ทางทีม People ก็เลยจัดอีเวนท์ใน Clubhouse ภายใต้หัวข้อ “รู้ไหม? ฝึกงาน = อัพเลเวล เพิ่มโอกาสในการสมัครงาน” โดยมี บอย CTO, นิก Head of Marketing & Operations และ ผมที่เป็น Head of People ร่วมสนทนา

สิ่งหนึ่งที่เราย้ำว่าสำคัญมากคือน้องต้องทำให้เรซูเม่ดูโดดเด่น เพราะองค์กรที่น้องอยากฝึกงานด้วยนั้นได้เรซูเม่เป็นร้อยฉบับ ถ้าเรซูเม่ของน้องแค่บอกว่าจบมาจากที่ไหน ก็อาจเป็นเรื่องลำบากที่เขาจะเรียกน้องสัมภาษณ์

ดังนั้นน้องควรจะทำกิจกรรมให้มากๆ ไปเข้าค่ายอาสา เข้าชมรม หรือร่วมกิจกรรมบ้าง เพราะพอพี่ๆ เห็นประวัติเหล่านี้ เขาก็จะรู้ว่าน้องน่าจะ “มีของ”

หนึ่งในคำถามจากผู้คนในห้องส่งก็คือ ถ้าหนูการเรียนกลางๆ และไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรม จะทำให้เรซูเม่ตัวเองดูเด่นขึ้นมาได้อย่างไร

ผมก็ตอบไปว่าโครงการรับนักศึกษาฝึกงานของที่นี่ยังเปิดรับอยู่อีก 1 เดือน จงใช้เวลาอันจำกัดนี้ลองทำอะไรเพื่อจะได้มีเรื่องราวมาเขียนลงเรซูเม่ดีมั้ย

น้องก็ถามต่ออีกว่า ช่วงนี้ยังอยู่ในสถานการณ์โควิด เรียนออนไลน์เกือบตลอด กิจกรรมในมหาลัยก็แทบไม่มี

ผมก็เลยตอบไปว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมในมหาลัยก็ได้ ถ้าจากนี้ไปอีก 30 วันน้องจัด Clubhouse ซัก 30 ครั้งแล้วมีคนเข้าร่วมสะสมเป็นพันเป็นหมื่นคน แค่นี้เรซูเม่น้องก็น่าสนใจขึ้นมาแล้ว

เข้าใจดีว่า 1 เดือนมันอาจจะทำอะไรไม่ได้มาก อารมณ์ก็เหมือนอ่านหนังสือคืนก่อนเข้าห้องสอบ รู้ดีว่ามันสายเกินไปแต่ก็ยังดีกว่าไม่อ่านจริงไหม

โลกสมัยก่อนโอกาสนั้นหายาก ทุกที่เต็มไปด้วย gatekeepers แต่ในโลกสมัยใหม่นั้นโอกาสมีอยู่ทุกที่ไม่ต่างอะไรกับอากาศ คนที่เคยเป็น gatekeepers ทยอยล้มหายตายจาก อินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดียคือเครื่องมืออันทรงพลังที่คนเล็กคนน้อยก็เข้าถึงได้ จงใช้มันให้เกิดประโยชน์ อย่าปล่อยให้มันใช้เราแต่ฝ่ายเดียว

คำพูดหนึ่งของ Seth Godin ที่ผมชอบมากก็คือ

“How dare you settle for less when the world has made it so easy for you to be remarkable?”


สำหรับวัย 40-60 อากาศคือโอกาส

ความรู้ทุกอย่างหาได้บนอินเตอร์เน็ต ยกเว้นความรู้ตัวเอง

และนี่คือทักษะที่สำคัญ เพราะว่ามันจะหายากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ มาดึงให้เรา “ส่งจิตออกนอก” เราก็จะใช้เวลาตื่นเกือบทั้งวันโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ทุกอย่างเริ่มลงตัว มันไม่จำเป็นต้องไปเสาะแสวงหาเหมือนวัยหนุ่มสาวแล้ว นี่คือวัยที่เราควรหัดมารู้จักตัวเองให้มากขึ้น ฝึกฝนที่จะอยู่กับตัวเองอย่างสันติสุขให้ได้

และการหัดรู้จักตัวเองที่ง่ายที่สุด คือการกลับมารู้ลมหายใจ ซักหนึ่งนาทีก็ยังดี เป็นหนึ่งนาทีให้สมองได้หยุดพัก ให้ใจได้หยุดวิ่ง

อากาศจึงเป็นโอกาสให้เราฝึกสติและมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน

และทักษะนี้จะรับใช้เราไปตลอดชีวิตครับ


ป.ล. ใครอยากฝึกงานกับ LMWN เชิญเข้าไปดูโครงการ LINE MAN Wongnai Junior ได้ที่เพจ Life@LINE MAN Wongnai ครับ

อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว

อย่าคิดว่าการที่คนรอบข้างไม่แฮปปี้นั้นเป็นความรับผิดชอบของเรา

แม้เราอยากจะเชื่อว่าเราเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่จะมากอบกู้โลก แต่ความเป็นจริงก็คือมันมีปัจจัยอีกมากมายที่เราควบคุมไม่ได้

แม้เจตนาดี แต่การพยายามไปควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้นั้นถือเป็นความโง่เขลา

พระท่านว่าสัตว์ในโลกล้วนมีวิบากเป็นของตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นมันถูกอยู่แล้ว ถ้าจะผิดก็ผิดตรงความเห็นของเรานี่แหละ

ก่อนจะดูแลคนอื่น ดูแลตนเองให้ดีก่อน เวลาเครื่องบินเกิดเหตุ เขายังบอกให้เราสวมหน้ากากอ๊อกซิเจนให้ตัวเองก่อนเลย

เมื่อดูแลตัวเองได้ดีแล้ว เราจึงช่วยคนอื่นตามกำลังความสามารถ โดยเริ่มจากคนใกล้ก่อน อย่ามัวแต่ช่วยคนไกลจนหลงลืมคนใกล้

อย่าแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว อะไรที่ปล่อยได้ก็ปล่อยไป อะไรไม่ไหวก็ยอมรับว่าไม่ไหว หัดเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ หรืออย่างน้อยระบายให้ใครฟังก็ยังดี

พระเจ้าคงไม่ใจร้ายพอที่จะปล่อยให้เราเผชิญทุกอย่างโดยลำพังครับ

Social Media ทำคนไกลให้ใกล้ ทำคนใกล้ให้ไกล

อ.นภดล ร่มโพธิ์เคยเขียนไว้ว่า คำว่า “รัก” สะกดว่า “เ-ว-ล-า”

รักคือการให้เวลากับคนที่เราคิดว่าสำคัญ

สิ่งใดก็ตามที่ดึงเวลาจากเราไป สิ่งนั้นทำให้เรารักกันน้อยลง

Mission Statement ของ Facebook คือ Give people the power to build community and bring the world closer together.

ทำให้คนทั้งโลกใกล้ชิดกันมากขึ้น

เราพูดคุยกับคนข้ามทวีป แต่เรากลับไม่มีเวลาพูดคุยกับคนในบ้าน

ยิ่งพอมี Clubhouse เข้ามา เวลาหลังสองทุ่มที่ควรจะเป็นเวลาได้คุยกับคนที่สำคัญที่สุด นั่นคือครอบครัวและตัวเอง เรากลับใช้มันเพื่อพูดคุยกับคนแปลกหน้า

เราฉลาดขึ้นก็จริง เข้าใจโลกมากขึ้นก็จริง แต่คุ้มกันรึเปล่ากับความสัมพันธ์ที่ขาดน้ำหล่อเลี้ยง เราจำเป็นต้องรู้อะไรมากขึ้นขนาดนั้นจริงหรือ

เกรงเหลือเกินว่ายิ่งตามล่าจะยิ่งหาไม่เจอ

Social Media ทำคนไกลให้ใกล้ ทำคนใกล้ให้ไกล และอนาคตก็จะมีของใหม่ๆ มาดึงเวลาจากเราไปอีก

รักตัวเองบ้าง ให้เวลากับตัวเองและคนใกล้ตัวบ้าง เพราะนั่นคือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างแท้จริงครับ