สูตรความสำเร็จในชีวิต

20150628_Formula

ผลลัพธ์ของชีวิตและการทำงาน = ทัศนคติ x ความพยายาม x ความสามารถ

คาซุโอะ อินาโมริ

—–

ตอนนี้ผมกำลังอ่านหนังสือเรื่อง “ช้าให้ชนะ” ของสำนักพิมพ์ We Learn ซึ่งผมถือว่าเป็นสำนักพิมพ์ที่ “มาแรงที่สุด” ในรอบสองปีที่ผ่านมา เพราะออกหนังสือแปลดีๆ มามากมาย

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ชื่อคาซุโอะ อินาโมริ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเคียวเซเร่ (Kyocera) ที่เรารู้ว่าทำเครื่องปริ๊นท์เตอร์นั่นแหละครับ

ผมเพิ่งรู้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วธุรกิจหลักของเคียวเซร่าคือเซรามิค เพราะ Kyocera นั้นย่อมาจาก Kyoto Ceramic

คุณคาซุโอะเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังระดับนานาชาติ หลังจากที่ถูกเชิญมาช่วยกอบกู้ธุรกิจสายการบินประจำชาติ JAL (Japan Airlines) ที่เกือบจะล้มละลาย และสามารถพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นจน JAL กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นได้อีกครั้งในเวลาเพียงสองปี

อ้อ ลืมบอกไปว่าตอนที่คุณคาซุโอะถูกแต่งตั้งให้มาเป็น CEO ของ JAL นั้นคือปี 2010 ซึ่งแกมีอายุปาเข้าไป 78 ปีแล้ว และปัจจุบันในวัย 83 ปี คุณตาคาซุดโอะก็ยังเป็น Chairman ของ JAL อยู่ ผมว่าน่าจะเป็นทั้ง CEO และ Chairman ที่แก่ที่สุดในโลกคนหนึ่งเลยนะ

กลับมาที่หนังสือ “ช้าให้ชนะ” ดีกว่า

ในหน้า 23 คุณตาคาซุโอะได้กล่าวเอาไว้ว่า

     เราต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้มีชีวิตที่ดีและมีความสุข คำตอบของผมซ่อนอยู่ในสูตรต่อไปนี้

     ผลลัพธ์ของชีวิตและการทำงาน = ทัศนคติ x ความพยายาม x ความสามารถ

     ผมขอเน้นว่าผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการนำปัจจัยทั้งสามมาบวกกัน แต่นำมาคูณกันต่างหาก

ที่นี่สนใจคือคุณคือตาบอกว่า คะแนนสำหรับความพยายามและความสามารถนั้น เขาจะให้จาก 0 ไป 100 คือถ้ามีความสามารถแต่ขี้เกียจ ผลลัพธ์ก็ย่อมออกมาเป็นศูนย์ หรือถ้ามีความพยายามแต่ไม่มีความสามารถนั้น ผลลัพธ์ก็อาจจะออกมาเป็นศูนย์ได้เช่นกัน

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า ก็คือทัศนคติ ที่คุณตาบอกว่ามีคะแนนตั้งแต่ -100 ถึง 100

ถ้าทัศนคติดี แถมยังฉลาดและขยัน ผลย่อมออกมาเป็นคุณมหาศาล

100 * 100 * 100 = 1,000,000

แต่ถ้าความสามารถและความพยายามสูงมาก แต่ทัศนคติไม่ดี นั่นแสดงว่าคะแนนจะออกมาเป็นลบ

-100 * 100 * 100 = -1,000,000

จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นคนที่ทั้งเก่ง ทั้งขยัน แต่ไม่มีคุณธรรม สร้างความเสียหายให้กับสังคมได้อย่างเหลือเชื่อ

ดังนั้นคุณตาคาซุโอะบอกว่า ในตัวแปรสามอย่างนี้ ทัศนคติสำคัญที่สุด ถ้าทัศนคติเราดี ผลย่อมออกมาดี ส่วนจะดีมากหรือน้อยนั้นอีกประเด็นหนึ่ง

ดังนั้นเราจึงต้องคอยสำรวจตัวเองอยู่เสมอ ว่าสิ่งต่างๆ ที่เราทำไปนั้น ออกมาจากทัศนคติที่ถูกต้องสอดคล้องกับหลักการที่ควรจะมีรึเปล่า

จากนั้นเราค่อยพัฒนาความสามารถของเรา และทำงานทุกวันด้วยความขยันขันแข็ง

แล้วความสำเร็จและความสุขในชีวิตย่อมเป็นสิ่งที่พึงหวังได้ครับ

—-

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia
ขอบคุณเรื่องราวจาก ช้าให้ชนะ สำนักพิมพ์วีเลิร์น

สบตากับปัญหา

20150627_LookInTheEye

ปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่าเราไม่พยายามจะสบตากับมัน

– OSHO

—–

เขาว่ากันว่า เวลานกกระจอกเทศเจอเสือหรือสิงห์โต ที่แข็งแกร่งกว่าและอาจจะทำร้ายมันได้ นกกระจอกเทศจะเอาหัวมุดลงไปในทราย

ด้วยความเชื่อที่ว่าถ้ามันมองไม่เห็นเสือแล้ว เสือก็จะมองไม่เห็นมันเช่นกัน

ดูเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเอาซะเลยนะครับ

แต่จริงๆ แล้วคนเราก็ทำอย่างนั้นอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือ?

ถ้าไม่นับเรื่องอุบัติเหตุแล้ว ปัญหาใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตล้วนต้องใช้เวลาเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยอย่าง Office Syndrome หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หรือปัญหาทางการเงินอย่างหมุนเงินไม่ทัน

หรือความบาดหมางกันระหว่างคนในทีมหรือคนในครอบครัว

ทุกอย่างเกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยๆ ก่อตัว

ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเราคิดจะลงไปจัดการตอนที่มันยัง “ตั้งเค้า” อยู่ก็ย่อมทำได้ แต่เรามักจะบอกตัวเองว่า “เอาไว้ก่อน” หรือ “ไม่เป็นไรหรอก”

จนถึงวันหนึ่งที่ปัญหามันบานปลายจนกลายเป็นวิกฤติแล้วนั่นแหละ เราถึงรู้ว่าการเอาหัวมุดทรายไม่ได้แปลว่าเสือจะมองไม่เห็นเราหรือจะเดินจากเราไป

“ปัญหาต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะว่าเราไม่พยายามจะสบตากับมัน”

การสบตากับปัญหาเป็นเรื่องยากครับ ต้องใช้ความกล้าและต้องใช้ความจริงใจทั้งต่อตัวเองและต่อผู้อื่นไม่น้อย เรkจึงมักเลือกที่จะมองไปทางอื่นหรือทำราวกับว่ามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น

บางที ถ้าเราคอยเตือนตัวเองว่า “อย่ามัวเป็นนกกระจอกเทศอยู่เลย” ก็อาจจะช่วยให้เรามีความกระตือรือล้นที่จะโงหัวออกจากทรายและมองไปที่ปัญหาก็ได้

และถ้าเรามองให้ดีๆ เราอาจจะพบว่า ที่นึกว่าเป็นเสือนั้น ที่แท้แล้วมันเป็นแค่แมวเท่านั้น เราตาฝาดไปเอง

เป็นถึงนกกระจอกเทศ อย่าไปกลัวแมวครับ

—–

ป.ล. เรื่องที่ว่านกกระจอกเทศชอบเอาหัวมุดทรายเวลาศัตรูมานั้นเป็นความเชื่อที่ผิดนะครับ

โฆษณาไหมขัดฟัน

20150625_Floss

วันนี้วันศุกร์ มาดูอะไรเบาๆ กันครับ

เป็นโฆษณาไหมขัดฟันของคอลเกตที่มีแต่คนชื่นชมว่าเจ๋งมากๆ

Fstoppers-Colgate-2

Fstoppers-Colgate-1

Fstoppers-Colgate-3

ดูรูปเสร็จแล้ว ถ้าคุณเป็นเหมือนผม (และใครอีกหลายๆ คน) ก็คงคิดเหมือนกันว่า “มันเจ๋งตรงไหนวะ?”

ให้โอกาสเลื่อนกลับขึ้นไปดูรูปอีกครั้งนึงครับ

…

…

…

…

…

ถ้ายังไม่รู้สึกอะไรอีก ผมใบ้ให้ก็ได้ว่า ในแต่ละรูปมีสิ่งผิดปกติอยู่

แต่เรามองไม่เห็นสิ่งผิดปกติเหล่านั้น เพราะว่าความสนใจของเราทั้งหมดพุ่งไปที่ฟันที่มีผักติดอยู่

ซึ่งเป็นสิ่งที่คอลเกตพยายามจะบอกนั่นเองว่า การมีอะไรติดอยู่ที่ฟันนี่มันเด่นชัดซะยิ่งกว่าความผิดปกติอื่นๆ ในร่างกายคุณซะอีก

ดังนั้นจงซื้อไหมขัดฟันซะนะ!

—–

ป.ล. ถ้าใครยังไม่รู้อยู่ดีว่าแต่ละภาพมีอะไรผิดปกติ ผมมีคำใบ้สุดท้ายให้นะครับ : นิ้ว-มือ-หู

ป.ล.2 พอกูเกิ้ล “colgate genius advert” จึงรู้ว่าบริษัทที่ทำโฆษณานี้คือขึ้นมาคือ Y&R Brazil ครับ

7 วิธีคลายความหงุดหงิดบนท้องถนน

20150625_Traffic

ผมเคยเป็นคนที่เกลียดรถติดมากชนิดเข้ากระดูก

ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ยังไม่มีรถใต้ดิน ผมจะออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงสิบห้าเพื่อมาถึงที่ทำงานตอนเจ็ดโมงเช้า ส่วนตอนเย็นก็ตีปิงปองถึงสองทุ่มถึงจะกลับบ้าน เพื่อเป็นการหนีรถติด

พอรถใต้ดินเปิดให้บริการในปี 2005 ผมก็เปลี่ยนเป็นนั่งรถไฟฉึกฉักจากสถานีหัวหมากมาลงที่ที่หยุดรถมักกะสัน แล้วเดินมาขึ้นรถไฟใต้ดินสถานีเพชรบุรีตัดใหม่ ข้อดีอย่างยิ่งของการเดินทางด้วยวิธีนี้คือผมได้อ่านหนังสือเยอะมาก โดยเฉพาะเวลารอรถไฟ เพราะรถไฟไทยมาสายประจำ

แต่หลังจากแต่งงาน ก็ต้องเปลี่ยนการเดินทางมาเป็นขับรถแทนเพราะออฟฟิศเราสองคนอยู่ไม่ห่างกัน การขับรถมาทำงานดูจะตอบโจทย์มากที่สุด

ในบางครั้งจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญสภาวะรถติดบนท้องถนน จนผมต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะอยู่กับรถติดโดยไม่ทุกข์ใจเกินไปนัก

1. ฟัง Audiobook / Podcast
การฟัง Audiobook ก็เหมือนเป็นการอ่านหนังสืออีกทางหนึ่ง พอดีที่บริษัท พนักงรานทุกคนจะได้เป็นสมาชิกของ books24x7.com ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดหนังสือเสียงมาได้ไม่จำกัด ผมได้ฟังหนังสืออย่าง Start with Why ของ Simon Sinek และ Purple Cow ของ Seth Godin

ลองถามที่บริษัทของคุณดูนะครับว่ามีแหล่ง Audiobooks ให้โหลดมาฟังรึเปล่า ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ยังสามารถไปดาวน์โหลด Podcast ฟรีๆ มาฟังได้ ที่ผมเคยใช้บริการก็ได้แก่ The Tim Feriss Show (คนเขียน 4-hour Work Week), The James Altucher Show, และ Good Life Project 

2. ฟังธรรมะ
รู้เรื่องรอบตัวจาก Audibook มาเยอะแล้ว ก็ต้องหัดมารู้ใจตัวเองบ้าง ในรถผมมีซีดีของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโชอยู่แผ่นนึงที่แถมมากับหนังสือของท่าน (น่าจะเป็นหนังสือที่เป็นภาพวาดการ์ตูนเกี่ยวกับหลักของพระพุทธศาสนา) ฟังมาหลายเดือนแล้วยังไม่จบเลย เพราะมีทั้งหมด 45 ตอน ตอนนึงประมาณหนึ่งชั่วโมง ส่วนใครไม่มีก็สามารถไปดาวน์โหลดได้ฟรีๆ ที่นี่ครับ 

หรือถ้าใครชอบงานของดังตฤณ (ผู้เขียนเสียดายคนตายไม่ได้อ่าน) ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลด Audiobook ได้ที่นี่เช่นกัน

3. คิดเลขจากทะเบียนรถ
จะเล่นคนเดียวก็ได้ แต่ผมมักเล่นกับแฟนเวลารถติด วิธีเล่นก็แค่เลือกรถมาคันหนึ่ง แล้วก็ดูว่าจะเอาเลขทะเบียนสี่ตัวนั้นมาบวกลบคูณหารให้ได้ค่า 24 ยังไง ที่เลือกใช้เลข 24 เพราะมันเป็นเลขที่มา “ทางไป” ได้เยอะ เช่น 6×4, 8×3, 12×2

4. เล่นเกมต่อคำ
เกมนี้คิดขึ้นมาได้โดยบังเอิญระหว่างคุยเล่นกับแฟน

เลือกคำมาหนึ่งคำที่มีสองพยางค์และใช้เสียงเดียวกันเช่น “ลิงลม”

อีกคนก็ต้องคิดคำที่เป็นเสียงล.ลิงทั้งสองพยางค์เช่น “ลวงหลอก” จากนั้นก็โต้กันไปมา

ละเลย – หละหลวม – ละเล่น – ลำลอง – หลุดลุ่ย – ลวนลาม

อักษรสูงหรืออักษรต่ำอย่าง ข.ไข่ กับ ค.ควาย ให้ถือว่าเป็นเสียงเดียวกัน

ค้าขาย – คำคม – คู่ความ – ขายของ – ข้อความ – คุ้นๆ – ขำๆ

เกมนี้จะช่วยให้เวลาผ่านไปเร็วมาก แนะนำให้เล่นตอนเช้า ถือเป็นการวอร์มอัพสมองก่อนเข้าที่ทำงาน ตอนเย็นอาจจะเล่นลำบากเพราะสมองหมดแรงแล้ว ขับรถตอนกลางคืนต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าตอนเช้า

5. คุยกับแฟน
ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะคุยเรื่องราวต่างๆ เช่นวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง วันนี้เจออะไรดีๆ บ้าง สุดสัปดาห์นี้จะไปไหนกัน

6. เปิดเพลงแล้วร้องตาม
อันนี้หลายคนคงทำอยู่แล้ว และนี่ถือเป็นกิจกรรมไม่กี่อย่างที่คนเดินทางด้วยวิธีอื่นไม่สามารถทำได้

7. ดูลมหายใจ
จะว่าไปการนั่งในรถยนต์ตอนรถติดๆ ก็ไม่ต่างจากการนั่งในห้องเงียบๆ คนเดียว แทนที่จะหงุดหงิดไฟแดงหรือนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ การกลับมาสังเกตลมหายใจและความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวเองก็ถือว่าเป็นการใช้เวลาอย่างมีประโยชน์ เพราะนอกจากจะช่วยให้หงุดหงิดน้อยลงแล้ว ยังเป็นการดีท็อกซ์จิตใจด้วย

—–

และนี่คือเจ็ดวิธีที่ผมลดความหงุดหงิดเวลารถติดครับ ถ้าใครมีวิธีอื่นๆ ที่ทำแล้วเวิร์คก็มาแชร์กันบ้างนะครับ ผมจะได้เอาไปลองบ้าง

จงทำดี จงทำดี จงทำดี

20150624_BeNice

Be nice to people on your way up because you’ll meet them on your way down.

ตอนคุณขาขึ้นจงเป็นมิตรกับทุกคน เพราะคุณจะเจอพวกเขาอีกตอนคุณขาลง

– Wilson Mizner

—–

หนุ่มเมืองจันท์ หรือสรกล อดุลยานนท์ผู้เขียนคอลัมน์ฟาสต์ฟู๊ดธุรกิจในมติชนสุดสัปดาห์เคยเอ่ยถามอากู๋แกรมมี่ว่า อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์อยู่ในวงการมาได้อย่างยาวนาน

“นิสัยดี” อากู๋ตอบสั้นๆ แค่นั้น

—–

เพื่อนเอเชี่ยนยูผมอีกคนหนึ่งชื่อไมค์ เป็นแขกซิกข์ที่เป็นแฟนตัวยงของวงนูโว ไมค์เคยเชิญโจ+ก้องมาเล่นดนตรีให้งานวันเกิดลูกพี่ลูกน้อง และไมค์ก็มาเล่าให้ผมฟังว่าก้องเป็นคนเฟรนด์ลี่มาก

ผมเคยไปพลิกอ่านหนังสือชีวประวัติของก้อง สหรัถ สังคปรีชาในร้านหนังสือ มีคนหนึ่งพูดถึงก้องว่า เวลาถ่ายละคร ก้องไม่เคยไปสายเลย และทำการบ้านมาอย่างดีทุกครั้ง

—–

ถ้าให้พูดถึงซุปเปอร์สตาร์หญิงในเมืองไทย ชื่อของอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อก็น่าจะลอยมาเป็นชื่อแรกๆ

มานั่งคิดดูอั้มน่าจะอยู่วงการมาเกือบ 20 ปีแล้ว ถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมากสำหรับยุคที่มีดาราเกิดใหม่จนจำไม่ทัน แถมดาราที่ล้มหายตายจากไปก็ไม่ใช่น้อย

วันก่อนไปอ่านเจอกระทู้ในพันทิปที่มีคนพบหมาขี้เรื้อนแต่ไม่มีปัญญารักษา เลยทักอั้มไปทาง Instagram สุดท้ายอั้มก็ติดต่อกลับมาและช่วยรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลแถมยังโทร.มาถามไถ่อาการอีกด้วย

—–

ผมสงสัยมานานแล้วว่า แล้วทำไมนักการเมืองชอบกร่าง?

กร่างคนเดียวไม่พอ ดันสอนลูก (หรือปล่อยลูก) ให้กร่างไปด้วย

เขาไม่รู้ตัวหรือว่านอกจากจะโดนคนด่าทั้งลับหลังและออนไลน์แล้ว มันยังดูไม่เท่เอาซะเลย

กลับกัน คนที่เป็น “ผู้ใหญ่” จริงๆ หลายคนเป็นคนอ่อนน้อม ไม่ขัดเขินที่จะยกมือไหว้คนอื่นก่อน ผมว่านี่สิคนจริง และโคตรเท่

—–

ตอนที่ชีวิตเรากำลังรุ่งโรจน์ มีแต่คนเข้าหา มีแต่คนง้อ อาจเป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะเผลอคิดไปว่าเรามีฐานันดรเหนือคนอื่น และปฏิบัติกับคนรอบตัวโดยปราศจากความเคารพ

แต่ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

วันนี้คุณเป็นผู้จัดการ พรุ่งนี้คุณอาจจะโดนเลย์ออฟก็ได้
วันนี้คุณเป็นพระเอก พรุ่งนี้คุณอาจได้เป็นแค่ตัวประกอบก็ได้
วันนี้คุณเป็นนักบอลสโมสรดัง พรุ่งนี้คุณอาจโดนยกเลิกสัญญาก็ได้
วันนี้คุณเป็นรัฐมนตรี พรุ่งนี้คุณอาจโดนปลดก็ได้

ตำแหน่ง อาชีพ และฐานะทางการเงิน ก็เป็นแค่หมวกที่เราใส่ ลมเปลี่ยนทิศนิดเดียวหมวกก็อาจปลิวหายไปได้แล้ว

สิ่งที่ยังจะพอยั่งยืนหน่อย คือความเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นมิตรสหาย และเป็นเพื่อนร่วมโลก ที่ไม่ว่าคุณจะมีงานหรือตกงาน สถานะเหล่านี้ก็ยังคงติดตัวคุณอยู่

จะดีกว่ามั้ย ที่จะไม่หลงระเริง และปฏิบัติกับทุกคนในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

จำนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูได้มั้ยครับ?

วันนี้ ถ้าราชสีห์ทำให้หนูเจ็บช้ำน้ำใจ ด้วยสำคัญตนว่าเป็นเจ้าป่า

วันหน้า หากราชสีห์ติดกับดักนายพราน หนูที่ไหนมันจะมาช่วย?