เราทำอะไรเสร็จได้มากมาย

201710623_alotdone

ในยามที่เราไม่เร่งรีบ

A lot of stuff gets done that is not in a hurry.
– David Allen

เหมือนตลกร้าย ที่เวลาเรายิ่งรีบมากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะทำสิ่งนั้นให้ “เสร็จและดี” ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

ผมลองย้อนกลับไปดูชีวิตตัวเองก็คิดได้ว่า ในบรรดาผลงานที่ผมภูมิใจและสร้าง impact ได้ยาวนานล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผมทำโดยไม่เร่งรีบทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นเพลง “มหาลัยชีวิต” ที่ผมแต่งให้ Asian U เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้รุ่นน้องก็ยังร้องกันได้อยู๋

หรือจะเป็นงานมินิมาราธอนที่ผมเริ่มทำให้ Thomson Reuters เมื่อ 7 ปีที่แล้วและจัดเป็นประจำมาทุกปี

หรือจะเป็นบทความการจัดบ้านแบบ KonMari ที่แม้จะเขียนมาเกือบ 2 ปีแล้วก็ยังมีคนเข้ามาอ่านอยู่เรื่อยๆ

แต่ถ้าให้ลองนึกถึงงานที่ทำด้วยความเร่งรีบที่มันยังอยู่ยั้งยืนยงจนถึงวันนี้ ผมกลับนึกไม่ออกเลย

นั่นหมายความว่า ถ้าอยากสร้างอะไรที่มีคุณค่ายาวนาน ก็อย่าไปเร่งรัด

และอีกนัยหนึ่ง ถ้าชีวิตเราตอนนี้เร่งรีบจะเป็นจะตายกับสิ่งใด แท้จริงแล้วมันอาจไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอก


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives

นิทานขอทานซื้อขนมเปี๊ยะ

20170615_beggarspringroll

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีวัดเซนแห่งหนึ่งขึ้นชื่อในการทำขนมเปี๊ยะอย่างมาก ขนมเปี๊ยะที่ทำออกมา นอกจากขนาดใหญ่แล้ว ยังหอมหวานชวนรับประทาน ดึงดูดให้ผู้คนทั่วทุกสารทิศขึ้นเขามายังวัดแห่งนี้ เพื่อขอซื้อขนมเปี๊ยะมาลิ้มลอง

วันหนึ่ง มีขอทานผู้หนึ่งเดินทางมาจากแดนไกล เพราะได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือถึงความอร่อยของขนมที่วัดแห่งนี้ เมื่อมาถึงวัดจึงได้เอ่ยปากต่อพระลูกวัด เพื่อขอลิ้มลองรสชาติขนมเปี๊ยะอันเลื่องชื่อ

ทว่าบรรดาพระลูกวัดเมื่อเห็นท่าทางสกปรกโกโรโกโสของขอทานผู้นี้ก็นึกรังเกียจ จึงไม่ยอมให้ขอทานเข้าไปยังครัวของวัดเพื่อรับขนมเปี๊ยะ จนเกิดการฉุด ลากผลักดึงกันอยู่ในบริเวณวัด

ในตอนนั้น เจ้าอาวาสได้มาพบเห็นเหตุการณ์ จึงได้กล่าวปรามพระลูกวัดว่า “บรรพชิตต้องมีเมตตาธรรม เหตุใดพวกเจ้าจึงปฏิบัติตนเช่นนี้”

จากนั้นเจ้าอาวาสจึงคัดเลือกขนมเปี๊ยะชิ้นใหญ่ด้วยตัวเอง และนำมามอบให้กับขอทานด้วยความนบนอบ โดยไม่คิดเงิน

เมื่อขอทานเห็นดังนั้น ก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอันมาก และรับประทานขนมเปี๊ยะรสเลิศจนหมด

ก่อนจากไป ขอทานได้ควักเงินทั้งหมดที่มีอยู่น้อยนิด ออกมามอบให้กับเจ้าอาวาส เป็นค่าขนมเปี๊ยะ พลางกล่าวว่า

“นี่เป็นเงินทั้งหมดที่ข้าขอทานมาได้ หวังว่าท่านเจ้าอาวาสจะรับไว้”

เจ้าอาวาสรับเงินค่าขนมเปี๊ยะมาจริงๆ จากนั้นจึงประนมมือพลางกล่าวอวยพรขอทานว่า “ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดี”

เหล่าพระลูกวัดเห็นดังนั้น ก็เกิดความกังขายิ่งนัก และเอ่ยถามเจ้าอาวาสว่า “ในเมื่อท่านบริจาคขนมเปี๊ยะให้เป็นทานแล้ว ไยจึงรับเงินมา?”

เจ้าอาวาสจึงกล่าวตอบว่า “ขอทานเดินทางมาไกลแสนไกล เพียงเพื่อลิ้มลองรสชาติขนมเปี๊ยะของวัดเรา ดังนั้น เราจึงมอบขนมเปี๊ยะให้เขาโดยไม่คิดเงิน ส่วนการที่เขาจ่ายค่าตอบแทน ก็แสดงว่าขอทานผู้นี้มีความดีงามในจิตใจ รู้จักวิถีการปฏิบัติตัวในสังคม ด้วยเหตุนี้ เราจึงรับเงินนั้นไว้ เพื่อเติมเต็มความเคารพในตนเองของเขา ซึ่งจะเป็นแรงขับให้เขามีความสำเร็จยิ่งขึ้นไปในอนาคต”

ปัญญาเซน : เจ้าอาวาสบริจาคขนมเปี๊ยะให้เป็นทาน สามารถดับความทุกข์จากความหิวโหยของขอทาน ส่วนการรับเงินค่าตอบแทนกลับมา ถือเป็นการเติมเต็มความเคารพในตนเองให้กับขอทาน

เนื่องเพราะท้องอิ่มเป็นเพียงการตอบสนองความต้องการทางร่างกายเพียงชั่วครั้งคราว แต่การเติมเต็มความเคารพในตนเองให้กับจิตวิญญาณของคนคนหนึ่ง จะเป็นแรงผลักดันเกื้อหนุนให้คนผู้นั้นไปตลอดทั้งชีวิต


ขอบคุณนิทานจาก Manager Online: นิทานเซน : ขอทานซื้อขนมเปี๊ยะ

คนสำเร็จนั้นยอมแพ้เป็นประจำ

20170623_winnerquit

เพียงแต่พวกเขายอมแพ้เรื่องที่ควรยอมในจังหวะที่เหมาะสมเท่านั้นเอง

Winners quit all the time. They just quit the right stuff at the right time.
– Seth Godin

เราได้ยินมาตลอดว่า ไม่ว่าเจออุปสรรคอะไรก็จงอย่ายอมแพ้ จงสู้ต่อไปจนกว่าจะถึงฝั่งฝัน

ส่วนฝรั่งก็จะชอบมีคำพูดที่ว่า Winners never quit. Quitters never win.

แต่ความสู้ไม่ถอยกับความดันทุรังก็มีเส้นแบ่งเพียงบางๆ

และความเชื่อที่ว่าผู้ชนะไม่เคยยอมแพ้เลยนั้นคิดแล้วก็ดูเท่ดี แต่น่าจะเป็นภาพที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเท่าไหร่นัก

ในชีวิตจริง กว่าเราจะเจออะไรที่ใช่ อาจต้องลองอะไรหลายๆ อย่าง

คนที่อ่อนแออาจจะยอมแพ้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้พยายามเต็มที่เลย

แต่คนที่เข้มแข็งจะทำเต็มที่ แต่ถ้าทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้วตระหนักแล้วว่ามันไม่เวิร์ค เขาก็เข้มแข็งพอที่จะยอม “เสียฟอร์ม” เพื่อเอาเวลาที่มีอยู่จำกัดไปทำสิ่งอื่นที่เหมาะสมมากกว่า

โลกหมุนเร็วขนาดนี้ ไอเดียที่เคยเข้าท่าเมื่อปีก่อน มาวันนี้มันอาจไม่เข้าท่าอีกแล้วก็ได้

คนสำเร็จจึงไม่ใช่คนที่ไม่เคยยอมแพ้

เขาแค่เลือกที่จะยอมแพ้ได้ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้นเอง


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives

แทนที่จะถามว่าเป้าหมายของเราคืออะไร

20170621_excite

ลองถามว่า “อะไรที่ทำแล้วน่าสนุก” ดู

“The question you should be asking isn’t, “What do I want?” or “What are my goals?” but “What would excite me?”
– Tim Ferriss

เพราะบางทีเป้าหมายที่เราชอบตั้งกันนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เป้าหมายที่เราอยากทำหรอก

แต่พอดีเห็นชาวบ้านเค้าทำกัน ก็เลยคิดว่าควรทำบ้างเท่านั้นเอง

จะมีรายได้เท่านั้นเท่านี้ จะลดน้ำหนักเท่านั้นเท่านี้ จะไปวิ่งรายการนั้นรายการนี้ อาจเป็นเพียงเป้าหมายที่สื่อต่างๆ ยัดใส่หัวเราโดยไม่รู้ตัวก็ได้

แต่สิ่งที่จะทำให้เราตื่นเต้นนั้น เป็นเรื่องที่แท้จริงกว่า เพราะแต่ละคนมีความชอบและความถนัดไม่เหมือนกัน เรื่องบางเรื่องที่เพื่อนเราหลงใหล อาจไม่ทำให้เรารู้สึกอะไรซักนิดเลยก็ได้

เวลาผมเลือกจะทำงานไหน หนึ่งในมาตรวัดของผมก็คือ “แค่คิดก็สนุกแล้ว” รึเปล่า ส่วนเรื่องผลตอบแทนนั้นก็สำคัญ แต่มาทีหลัง

คุณนิ้วกลมเคยมาพูดไว้ว่า “ความคันคือความจริง” คือถ้าเรารู้สึกคันไม้คันมืออยากทำอะไรบางอย่าง ให้ลงมือทำเถอะ เพราะนั่นคือความจริง

เหมือนที่ผมเคยเขียนไว้ว่า ถ้าไม่รู้ว่า passion ของเราคืออะไร ให้ follow your curiosity แทน

การ follow your curiosity คือการทำตามความคัน(ไม้คันมือ) คือการมองชีวิตให้เป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่การไปให้ถึงเป้าหมาย

เพราะจะมีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการบรรลุเป้าหมายที่เราไม่เคยสนุกกับมันเลย?

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

20170619_questions

ดีกว่าคำตอบที่ห้ามตั้งคำถาม

“I would rather have questions that can’t be answered than answers that can’t be questioned.”
-Dr. Richard Feynman

ผมเชื่อตลอดมาว่าคำถามสำคัญกว่าคำตอบ

เพราะคำถามที่ดีย่อมนำไปสู่คำตอบที่ดี และแม้บางครั้งจะยังหาคำตอบไม่ได้ แต่การตั้งคำถามที่ดีกับตัวเองอยู่เสมอจะทำให้เราไม่หลงลืมว่าเรามาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร

ส่วนคำตอบที่ดีนั้น ต้องดูอีกทีว่าดีในสายตาของใคร

เมื่อวานนี้ผมโพสต์เรื่องลิเกการศึกษา คุณผู้อ่านชื่อคุณ Kusoom มาให้ความเห็นไว้ว่า

“คนไทยให้ความสำคัญกับปริญญามากเกินไป มากจนบางครั้งคนได้ปริญญากลับมีความรู้ต่ำเตี้ยกว่าคนไม่ได้รับการศึกษาในระบบเสียอีก และบางครั้งคนที่อยากได้ปริญญากลับไม่ใช่เจ้าตัว แต่กลับเป็นพ่อหรือแม่เสียเอง มีเพื่อนหลายคนที่ต้องชอกช้ำกับการเป็นหมอ ผู้พิพากษา นักบัญชีทั้งที่ตัวตนไม่ชอบด้านนั้นเลยแต่ต้องเรียนเพราะพ่อแม่อยาก!”

พ่อแม่บางคนใช้ลูกเพื่อบรรลุความฝันของตัวเอง

ซึ่งผมว่าไม่แฟร์เท่าไหร่

เด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่ “มีคำตอบที่ห้ามตั้งคำถาม” เต็มไปหมด น่าจะมีวัยเด็กที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่

โชคดีที่พ่อแม่ผมไม่เคยกะเกณฑ์อะไรเลย อยากจะเรียนอะไรก็เรียน อยากจะทำอะไรก็ทำ สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่ถามว่าตอนนี้พอใจกับชีวิตก็ต้องบอกว่าพอใจมาก

ในหัวผมยังมีคำถามอีกมากมายที่เห็นคำตอบเพียงลางๆ

แต่ไอ้ความไม่ชัดเจนนี่แหละที่ทำให้ชีวิตสนุกและน่าสนใจ คุณว่ามั้ย?