กระบวนการเผาผลาญความสุข

20180726_metabolism

เวลาเราเห็นใครที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เราจะบอกว่าร่างกายเขาเผาผลาญดี

ร่างกายเราเผาผลาญดีตอนเด็กๆ แล้วค่อยๆ แย่ลงเมื่อแก่ตัว

แต่จิตใจคนอาจตรงกันข้าม

ยิ่งอายุเยอะ กระบวนการเผาผลาญความสุขเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ในวัยเด็ก แค่ได้กินไอติมกะทิอร่อยๆ ก็ยิ้มแฉ่ง มีความสุขติดตัวไปทั้งวันแล้ว

แต่พอเราโตขึ้น เรากลับมีความสุขยากกว่าเดิม ราคาของความสุขก็แพงขึ้น แถมพอได้ความสุขมามันก็อยู่กับเราสั้นลงด้วย

ได้แฟนสวยอาจจะฟินอยู่แค่เดือนเดียว

ได้มือถือใหม่ อาจจะเห่ออยู่แค่หนึ่งสัปดาห์

ได้กินอาหารญี่ปุ่นหัวละหลายพัน อาจจะฟินแค่แค่ไม่กี่ชั่วโมง

ผมเคยได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้หญิงฐานะดีคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่า สมัยวัยรุ่นเธอกลับมาบ้านเห็นรถยนต์ป้ายแดงจอดอยู่ พอรู้ว่ารถคันนั้นเป็นของเธอก็ร้องไห้โฮ ไม่ใช่เพราะดีใจที่ได้รถใหม่ แต่เสียใจที่รถใหม่คันนั้นเป็นรถญี่ปุ่นแทนที่จะเป็นรถยุโรป

ยิ่งเติบโต ยิ่งมีฐานะ กระบวนการเผาผลาญความสุขเรายิ่งมีประสิทธิภาพ

ยิ่งตอนนี้มีโซเชียลมีเดียไว้ให้เราคอยเปรียบเทียบกับคนอื่นอีก กระบวนการเผาผลาญนี้ยิ่งทวีความรุนแรง

ใครที่รู้ตัวว่าความสุขหมดเร็ว ก็ทำใจไว้นะครับว่าชีวิตนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องคอยถมบ่อที่ไม่มีก้น

ส่วนถ้าใครอยากให้การเผาผลาญลดความรุนแรงลงบ้าง ก็อาจต้องลองกลับมาฝึกที่จะอยู่กับตัวเอง เข้าใจตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่ากับเราจริงๆ ใช้มือถือให้น้อยลงหน่อย ก็น่าจะช่วยให้ความสุขอยู่กับเราได้ยั่งยืนขึ้นครับ