นิทานมิตรภาพของสองชาย

20170818_friendship

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ชายป่วยหนักสองคนได้มาพักอยู่ในห้องเดียวกัน โดยมีเพียงม่านบางๆ กั้นไว้ระหว่างเตียงของทั้งคู่

เพื่อแก้เซ็ง ทั้งสองคนต่างชวนคุยสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องบ้าน เรื่องงาน เรื่องการเดินทาง

ชายที่นอนติดกับหน้าต่างได้รับอนุญาตจากหมอให้ลุกขึ้นนั่งได้วันละหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ของเหลวระบายออกจากปอด ส่วนชายอีกคนต้องนอนราบอยู่กับเตียงเท่านั้น

ทุกๆ ครั้งที่ชายริมหน้าต่างลุกขึ้นนั่ง เขาก็จะบรรยายสิ่งต่างๆ ที่เขาเห็นให้กับเพื่อนร่วมห้องฟัง

เขาเล่าว่าด้านนอกมีสวนดอกไม้ติดกับบึงยักษ์ที่มีห่านแหวกว่ายเล่นน้ำเป็นฝูงๆ หลายครอบครัวมาถีบเรือเล่น คู่รักหนุ่มสาวเดินจับมือกันกระหนุงกระหนิง ต้นไม้สูงใหญ่ใบเขียวเรียงรายดูงามตา มองเห็นตึกระฟ้าอยู่ไกลๆ รวมทั้งรถไฟฟ้าที่แล่นวนเวียน ทำให้ตัวเมืองดูสวยงามและมีชีวิตชีวายิ่งนัก

ระหว่างที่ชายริมหน้าต่างพรรณนาถึงทิวทัศน์ภายนอก ชายอีกคนก็จะหลับตาจินตนาการและยิ้มตามไปด้วย

บ่ายวันที่อากาศสดใสวันหนึ่ง ชายที่อยู่ริมหน้าต่างได้บรรยายขบวนพาเหรดที่เดินผ่านไป แม้ว่าชายอีกคนจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีและมองไม่เห็นขบวนพาเหรดนั้น เขาก็ยังหลับตานึกภาพตามและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนในหัวของเขา

หลายสัปดาห์ผ่านไป วันหนึ่งเมื่อนางพยาบาลเดินเข้ามาในห้องพักก็พบร่างที่ไร้ลมหายใจของชายที่อยู่ริมหน้าต่าง เขาได้จากไปแล้วอย่างสงบ

สัปดาห์ถัดมา ชายที่ยังมีชีวิตอยู่จึงขอย้ายไปนอนริมหน้าต่างบ้าง นางพยาบาลจึงจัดแจงย้ายเตียงให้ด้วยความยินดี

อาการของชายคนนั้นดีขึ้นจนพอจะลุกขึ้นนั่งเองได้แล้ว เขาจึงค่อยๆ ยันกายด้วยข้อศอกของตัวเองขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แล้วมองไปนอกหน้าต่างเพื่อให้เห็นโลกภายนอกด้วยตาตัวเองเป็นครั้งแรก

แต่เขากลับไม่พบอะไรเลยนอกจากกำแพงอันว่างเปล่า

เขาจึงหันไปถามพยาบาลว่า

“นอกห้องนี้ไม่มีอะไรเลย ทำไมพี่คนนั้นถึงเล่าเรื่องราวได้เป็นตุเป็นตะขนาดนั้นครับ?”

“เขาคงอยากให้กำลังใจคุณน่ะค่ะ จริงๆ แล้วเขามองไม่เห็นอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาตาบอดตั้งแต่ตอนที่เข้ามาพักฟื้นแล้ว”

—-

ขอบคุณนิทานจากบล็อกของคุณพละชัย ฟูเกียรติพงษ์ ภาพที่อยู่นอกหน้าต่าง