บันไดอารมณ์

20160218_MoodElevator

วันนี้อยากจะมาแชร์คอนเซ็ปต์หนึ่งที่ผมได้มาจากการเข้าเวิร์คช็อปของบริษัทครับ

คนที่คิดคอนเซ็ปต์นี้ขึ้นมาคือ Dr.Larry Senn ผู้ก่อตั้ง Senn Delaney ผู้นำด้านการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร (transforming corporate cultures)

คอนเซ็ปต์นี้ชื่อว่า Mood Elevator ครับ

ผมไม่แน่ใจว่าดร.เซ็น เขาต้องการให้ Elevator แทนความหมายว่า “ลิฟต์” หรือเป็นคำนามของกิริยา elevate ที่แปลว่า “ยก” กันแน่

แต่ถ้าให้ผมแปลเป็นไทยผมอยากแปล Mood Elevator ว่า “บันไดอารมณ์” มากกว่า

เพราะ “ได้อารมณ์” ดี

ในแต่ละวัน คนเราจะมีอารมณ์ต่างๆ มากมาย

ทั้งอารมณ์ที่เป็นบวก และอารมณ์ที่เป็นลบ

และนี่คือบันไดอารมณ์ที่ดร.เซ็นสร้างขึ้นมา เรียงจากบวกสุดไปหาลบสุด

Grateful
Wise
Creative
Resourceful
Hopeful
Appreciative
Patient
Sense of Humor
Curious
Impatient
Irritated
Worried
Defensive
Judgmental
Self-righteous
Stressed
Angry
Depressed

สำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ผมแปลมาไทยให้ด้วย แต่ต้องออกตัวก่อนว่าบางคำอาจไม่ค่อยตรงเท่าไหร่นะครับ

Grateful ปลื้มปิติและสำนึกในบุญคุณ
Wise มีปัญญา / เฉลียวฉลาด
Creative มีความคิดสร้างสรรค์
Resourceful มีความคิดริเริ่มและแก้ปัญหาได้ดี
Hopeful มีความหวัง
Appreciative เห็นคุณค่า
Patient อดทน / ใจเย็น
Sense of Humor มีอารมณ์ขัน
Curious สงสัย / อยากรู้อยากเห็น
Impatient ไม่มีความอดทน ใจร้อน
Irritated หงุดหงิด
Worried กลุ้มใจ
Defensive ปกป้องตัวเอง
Judgmental เพ่งโทษคนอื่น
Self-righteous มั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก
Stressed เครียด
Angry โกรธ
Depressed หดหู่

สิ่งที่ดร.เซ็นแนะนำก็คือ เวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละวัน ลองสำรวจตัวเองว่า ตอนนี้อารมณ์ของคุณอยู่บน “บันได” ขั้นไหน?

เป็นอารมณ์บวก หรือ เป็นอารมณ์ลบ?

ถ้าเป็นบวกก็ถือเป็นเรื่องดี (ขออนุโมทนา)

แต่ถ้าเป็นอารมณ์ลบ เรากำลังรู้สึกอย่างไรอยู่?

หดหู่? โกรธ? เพ่งโทษคนอื่น? หรือแค่หงุดหงิดเฉยๆ?

เมื่อเราสามารถจะ “ตั้งชื่อ” (label) ให้กับอารมณ์ของเราได้ เราจะรู้สึกเป็นกลางกับมันมากขึ้น

(หรือถ้าให้ผมใส่แว่นตาพุทธศาสน์ คือเราจะมีสติมากขึ้นที่จะเป็น “ผู้ดู” ไม่ใช่ “ผู้เป็น”)

และเราจะเอาตัวเองออกจากอารมณ์ลบนี้ได้อย่างไร?

จาก Depressed จะให้กระโดดไปที่ Hopeful เลยก็อาจจะยากเกินมนุษย์ไปหน่อย

แต่สิ่งที่เราทุกคนทำได้ คือกระโดดไปบันไดขั้นที่เรียกว่า Curious ครับ

Curious เป็นอารมณ์ที่ดี เป็นบวกนิดๆ เป็นอารมณ์ “ฉงน” ของเด็กที่ช่างคิดช่างถาม

ถ้าเรากำลังหดหู่อยู่ ลองเปลี่ยนอารมณ์เป็น curious ดู ว่าเอ…ทำไมเราถึงหดหู่น้า… (ต้อง “น้า” ด้วยนะ จะได้ฟังเหมือนเด็กกำลังตั้งคำถามกับคุุณลุงคุณป้าที่กำลังหดหู่)

ถ้ากำลังรู้สึกว่าเรา Judgmental อยู่ ก็สามารถกระโดดมาที่ Curious ได้เหมือนกัน ว่าที่เรา Judgmental นั้นเกิดจากอะไร หรือคนที่เราเพ่งโทษอยู่นั้นเขามีเหตุผลอะไรจึงแสดงออกมาอย่างนั้น

นอกจากบันได Curious จะช่วยให้เราปรับอารมณ์ตัวเองจากลบมาเป็นกลางๆ ได้แล้ว มันยังช่วยเราในจังหวะที่ “กระทบอารมณ์” ต่างๆ ด้วย

เช่น ถ้าหัวหน้าเรียกเราไปบ่นเรื่องงาน แทนที่เราจะปกป้องตัวเองหรือหงุดหงิดหัวหน้า เราก็สามารถเลือกที่จะ curious ได้ว่า ทำไมงานที่เราทำถึงไม่ตรงใจหัวหน้า

หรือเวลาที่ลูกร้องไห้โยเยไม่ยอมนอน แทนที่จะกลุ้มใจ เราก็สามารถ curious ได้เช่นกัน ว่าอืม…จะหลอกเด็กยังไงดีน้า

หรือเวลาที่แฟนทำตัวไม่ได้ดั่งใจ ก็ลอง curious รอให้อารมณ์เย็นลง แล้วค่อยๆ ถามดูว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เขาเป็นอย่างนี้ แล้วเราจะช่วยอะไรได้มั้ย

เจออะไรก็แล้วแต่ แทนที่จะด่วนตัดสินหรือคิดว่าสถานการณ์มันแย่ ลองสวมหัวใจเด็กที่ curious ตลอดเวลาดูนะครับ

เพราะมันอาจจะช่วยให้เราอยู่บน “ขั้นบันได” ที่เป็นบวกได้ตลอดวันครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–
ขอบคุณข้อมูลจาก Up The Mood Elevator

ขอบคุณภาพจาก: Pixabay.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s