5 เหตุผลที่เราควรออกไปเดินเล่น

20160902_TakeAWalk

 

กรุงเทพอากาศดีๆ อย่างนี้ ทำให้ผมนึกถึงบทความหนึ่งของ Andrew Tate นักประสาทวิทยาที่ชักชวนให้คนออกมาเดินเล่นกันเยอะๆ  ไม่เว้นแม้แต่เวลาทำงาน!

รู้จักคนชื่อ มาร์ค แอนดรีสัน (Marc Andreessen) มั้ยครับ?

เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเว็บบราวเซอร์อย่าง Netscape และเป็นคนที่ลงทุน (venture capitalist) ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook, Twitter และ LinkedIn ครับ

วันหนึ่งขณะที่มาร์คกำลังขับรถอยู่แถวบ้านของใน Silicon Valley เขาเกือบจะชนผู้ชายแก่ๆ คนหนึ่งที่กำลังเดินข้ามถนน

หลังจากขับรถผ่านชายคนนั้นมา มาร์คมองกระจกหลังและเพิ่งเห็นชัดๆ ว่าผู้ชายคนที่เขาเกือบจะชนนั้นใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงินและเสื้อคอเต่าสีดำ

ครับ มาร์คเกือบจะขับรถชนสตีฟ จ๊อบส์ CEO ของแอปเปิ้ลเสียแล้ว

คนที่แอปเปิ้ลรู้กันดีว่าจ๊อบส์ชอบออกไปเดินข้างนอกนานๆ เพื่อคิดนู่นคิดนี่และถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย

ไม่ใช่เฉพาะสตีฟจ๊อบส์เท่านั้นที่ชอบออกไปเดินเล่น ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊คอย่างมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก และ แจ๊ค ดอร์ซี่ย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ก็ชอบออกไปเดินเล่นเช่นกัน
เดินเล่นดีอย่างไร?

1. มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น
ในปี 2014 นักวิจัยจากสแตนฟอร์ด ได้ทำการทดลองให้คนลองระดมไอเดียวิธีการใช้งานอุปกรณ์ที่เราเห็นได้ทั่วๆ ไป เช่นมีดสามารถเอาไปเสียบคนได้ เอาไปทาเนยได้ เอาตัดขนมปังได้ ฯลฯ

โดยคนที่เข้าร่วมการทดลองนั้น จะให้ระดมสมองในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน เช่นนั่งคิดอยู่ในห้อง นั่งคิดข้างนอก เดินบนเครื่องวิ่งแล้วคิดไป หรือเดินข้างนอกแล้วคิดไป

ปรากฎว่าคนที่เดินไปคิดไป สามารถระดมไอเดียได้มากกว่าคนที่นั่งคิดราว 60%

การที่เรามีความคิดโล่นแล่นมากขึ้นตอนที่เดินนั้น น่าจะมาจากการที่เลือดลมสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงสมองมากขึ้นนั่นเอง

2. สุขภาพดีขึ้น
โดยเฉลี่ยแล้ว คนวัยทำงานในปัจจุบันใช้เวลาอยู่บนเก้าอี้ถึง 10 ชั่วโมง

การนั่งอยู่กับที่ (Physical Inactivity) นั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงของเราที่จะเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งได้ มีบางคนบอกว่าการนั่งนานๆ นี่อาจส่งผลร้ายได้พอๆ กับการสูบบุหรี่เลยทีเดียว (sitting is the new smoking)

แต่การเดินวันละ 30 นาที จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

3. ผลิตผลดีขึ้น (better productivity)
เชื่อว่าทุกคนคงเคยเข้าประชุม แต่แอบเช็คเมล์ทางมือถือ หรือนั่งทำพรีเซ้นต์บนแล็ปท๊อปที่เราหนีบเข้าไปด้วย

เดี๋ยวนี้หลายบริษัทจึงเริ่มมีการ “เดินประชุม” (walking meeting) เพราะไม่ต้องห่วงว่าพนักงานจะว่อกแว่กไปกับมือถือ แถมยังเป็นเอกเทศน์ ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนขัดจังหวะจากเหตุการณ์อื่นๆ ในออฟฟิศอีกด้วย

4. สื่อสารได้ดีขึ้น
แอนดรูว์ ผู้เขียนบทความนี้เล่าให้ฟังว่า ตอนที่เขาสัมภาษณ์งาน คนสัมภาษณ์ก็พาเขาออกไปเดินสัมภาษณ์ ถามคำถามประมาณว่าอีกยี่สิบปีอยากเห็นวงการประสาทวิทยศาสตร์ (neuroscience) เป็นอย่างไร ฯลฯ

การเดินไปคุยไปแบบสองต่อสอง ทำให้เราได้ขยับร่างกายและมือไม้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศในการพูดคุยก็ผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดเหมือนสัมภาษณ์ในห้องประชุม

ถ้าคุณไปสมัครงานในตำแหน่งสูงๆ ที่เฟซบุ๊คในตำแหน่งสูงๆ และโชคดีได้มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กเป็นคนสัมภาษณ์ ก็มีโอกาสสูงที่มาร์คจะพาคุณเดินไปรอบๆ ออฟฟิศของเฟซบุ๊คและอธิบายให้ฟังว่าแต่ละแผนกทำอะไรบ้าง พร้อมทั้งถามว่าคุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อองค์กรนี้

5. ได้เดินตามรอยคนดังในประวัติศาสตร์
บีโธเฟ่น, เกอเต้, ชาร์ลส์ ดิกเค่น, ชาร์ลส์ ดาร์วิน บุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ชอบออกไปเดินเล่นเพื่อให้ความคิดและจินตนาการโลดแล่น ถ้าใครมีอะไรต้องคิดเยอะก็อาจจะเดินนานหน่อย
ครับ ในเมื่อการเดินเล่นนั้นไดได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งงาน แล้วจะรอช้าอยู่ไย

ช่วงนี้อากาศยังดีอยู่ ลองหาโอกาสไปเดินเล่นบ่อยๆ นะครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Design School: Why Everyone From Beethoven, Goethe, Dickens, Darwin To Steve Jobs Took Long Walks and Why You Should Too

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s