ไม่หยุด

20160316_dontstop

“บางคนหยุดเพราะคิดว่าตัวเองไม่ไหว แต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่เราเห็นว่าไปไหว บางทีเขาก็เคยไม่ไหวเหมือนกัน แต่เขาแค่ไม่หยุด แค่นั้นเอง”

– สิงโต นำโชค


ผมเขียนบล็อกแบบจริงจังมาเกือบปีครึ่งแล้ว

บางคนชมผมว่า เก่งจังเลย หาเรื่องมาเขียนได้ทุกวัน

ผมก็ตอบไปว่า ไม่ได้เก่งหรอก บางวันกว่าจะหาเรื่องมาเขียนได้นี่เลือดตาแทบกระเด็น (ไม่เชื่อถามแฟนผมได้ ผมบ่นกับแฟนตลอดว่าวันนี้จะเขียนเรื่องอะไรดี)

ยิ่งช่วงที่มีลูกใหม่ๆ ชีวิตยากมาก เพราะนอนก็ไม่พอ งานก็ต้องทำ แถมยังต้องพยายามเขียนบล็อกทุกวันอีก

เกินกว่าหนึ่งครั้งที่ใจบอก (หลอก) ตัวเองว่า เปลี่ยนไปเขียนแบบสัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็ได้นี่

แต่สุดท้ายก็กัดฟันเขียนทุกวันเหมือนเดิม

ไม่ใช่เพราะว่าขยันหรืออะไรนะครับ

แต่เพราะรู้สึกว่า ถ้าเริ่มหา “ข้อยกเว้น” ให้กับตัวเองครั้งหนึ่งแล้ว ผมกลัวว่าจะสูญเสียอะไรบางอย่างไป

ผมจึงชอบประโยคนี้ของพี่สิงโตมาก

“บางคนหยุดเพราะคิดว่าตัวเองไม่ไหว แต่ใครจะไปรู้ว่าคนที่เราเห็นว่าไปไหว บางทีเขาก็เคยไม่ไหวเหมือนกัน แต่เขาแค่ไม่หยุด แค่นั้นเอง”

ใช่ ต่อให้ต้องเหนื่อยต้องทรมานแค่ไหน เส้นชัยจะอยู่ไกลจนมองไม่เห็นอย่างไร

แต่ถ้าเรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิตเรา

ตราบใดที่ยังไปต่อได้

อย่าเพิ่งหยุดนะครับ


ขอบคุณคำพูดของสิงโต นำโชค ซึ่งผมถ่ายมาจากหนังสือเล่มหนึ่งแต่ต้องขออภัยจริงๆ ที่จำไม่ได้ว่าเป็นหนังสืออะไร (น่าจะไปเปิดอ่านในร้านหนังสือแล้วแอบถ่ายเอาไว้)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจากทีมงาน Smallroom

นิทานเดี่ยวไมโครโฟน

20160613_microphone

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในงานเดี่ยวไมโครโฟนงานหนึ่ง

ชายบนเวทียิงมุขเด็ดออกไป ผู้ชมทั้งห้องหัวเราะกันจนพุงกระเพื่อม

ชายคนนั้น ยิงมุขเดิมอีกครั้ง ยังมีคนหัวเราะคิกคัก แต่น้อยลง

แล้วชายคนนั้นก็ยิงมุขเดิมอีกครั้ง…และอีกครั้ง

ตอนนี้ไม่มีใครหัวเราะอีกแล้ว มีเพียงแต่ความเงียบเท่านั้น

ชายบนเวทีมองไปทั่วห้อง ยิ้มนุ่มๆ แล้วพูดว่า

“ในเมื่อเราไม่หัวเราะกับเรื่องเดิมๆ เหตุใดเราถึงต้องร้องไห้กับเรื่องเดิมๆ ด้วย?”

The English version from Goodreads.com 

A wise man sat in the audience and cracked a joke. Everybody laughs like crazy.

After a moment, he cracked the same joke again. This time, fewer people laughed.

He cracked the same joke again and again.

When there is no laughter in the crowd, he smiled and said: You can’t laugh at the same joke again and again, but why do you keep crying over the same thing over and over again?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Tapoos Facebook Page: At times, you take happiness for granted 

ขอบคุณเอกพงศ์ (เพื่อนที่เคยทำงานด้วยกัน) ที่เอาวีดีโอนี้มาแชร์

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

ทางลัด ทางอ้อม ทางตรง

20160612_shortlongdirect

โจทย์ส่วนใหญ่ในชีวิต มักจะมีสามทางเลือก

คือทางลัด ทางอ้อม และทางตรง

โจทย์: อยากผอม
ทางลัด: กินยาลดความอ้วน
ทางอ้อม: สมัครสมาชิกฟิตเนสปีละสองหมื่น ขับรถไปฟิตเนสเพื่อไปเดินบนลู่วิ่ง ทานอาหารเสริมที่เขาว่ากันว่าช่วยลดความอ้วนได้
ทางตรง: ลดอาหารเย็น ทำงานบ้าน ออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน

โจทย์: อยากมีแฟน
ทางลัด: เที่ยวผับ
ทางอ้อม: แอบมอง ส่งดอกไม้ให้ เล่าให้ทุกคนฟัง (ยกเว้นเจ้าตัว) ว่าชอบผู้หญิงคนนี้ หมั่นทำดีกับเธอไว้ ซักวันเธอคงเดาได้เองว่าใครคนนี้แอบชอบเธออยู่
ทางตรง: ทำความรู้จัก ทำให้เธอหัวเราะ ชวนไปกินข้าว สร้างความเชื่อใจ ขอเป็นแฟน

โจทย์: อยากมีความสุข
ทางลัด: กินเหล้า ดูดปุ๊น
ทางอ้อม: ตั้งใจทำงานเก็บเงิน เพื่อซักวันหนึ่งเราจะรวยและประสบความสำเร็จ ก็จะมีเงินและมีเวลาเพื่อแสวงหาความสุข
ทางตรง: อยู่กับปัจจุบัน ใช้เวลากับคนที่ทำให้เราสบายใจ ทำสิ่งที่มีความหมาย ทำงานที่เรารัก

ทางลัดนั้นเร็ว แต่ไม่ยั่งยืน และมักทำให้สถานการณ์แย่กว่าเดิม

ทางอ้อมนั้นอาจนานและพาเราออกทะเล

ทางตรงอาจเหนื่อย อาจต้องใช้ความกล้า แต่หลายคนพิสูจน์มาแล้วว่าเวิร์ค


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ตัวร้ายในตัวเรา

20160612_villain

พวกเราส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนดี

เราจึงไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะด่านักการเมืองโกงชาติ ดาราขี้วีน หรืออลัชชีที่หลอกลวงญาติโยม

แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า การที่เราเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดีนั้น เป็นเพราะว่าเราเป็นคนดีจริงๆ หรือเป็นเพราะเราไม่เคยมีโอกาสได้ทำเลวจริงๆ ?

ถ้าวันใดวันหนึ่ง ผมได้จับพลัดจับผลูไปเป็นรัฐมนตรี ผมอาจจะโกงมโหฬารกว่ารัฐมนตรีคนใดในประวัติศาสตร์ก็ได้

หรือถ้าผมได้เป็นคนดังมีชื่อเสียง ผมอาจจะเอาแต่ใจ ไม่แคร์สื่อ หรือใช้มันเพื่อประโยชน์ส่วนตนก็ได้

ในวันที่เราเป็นคนธรรมดา กิเลสในตัวเรามันก็ยังตัวเล็กๆ ที่ยังเหนียมๆ อยู่หลังฉาก นานๆ จะโผล่ขึ้นมาซักที

แต่ในวันที่เรากลายเป็น “คนสำคัญ” กิเลสตัวเดิมที่แฝงอยู่ก็อาจจะเติบโต และไม่เคอะเขินที่จะออกมาแสดงนำหน้าเวที

ถ้าเราไม่อยากเป็นคนสำคัญที่ถูกชาวบ้านด่า เราก็ต้องเป็นคนธรรมดาที่กิเลสบางเบาให้ได้เสียก่อน

ตั้งต้นจากการไม่คิดว่าตัวเองเลอเลิศกว่าคนอื่น

และคอยมองเห็นกิเลสบ่อยๆ เวลาที่มันปรากฎตัว

เช่นเวลาที่เรากำลังคิดดูถูกคนบางคน หรือคิดเปรียบเทียบว่าเราดีกว่าเขาในแง่ใดแง่หนึ่ง

เพราะถ้าสังเกตตัวเองดีๆ จะรู้ว่าเรานั้นคอยเปรียบเทียบและตัดสินคนอื่นตลอดเวลา

ไม่ว่าจะจากเสื้อผ้าที่เขาใส่ รถที่เขาขับ สำเนียงที่เขาพูด และทัศนคติที่เขามี

ไม่ใช่เรื่องผิดบาปที่จะเกิดความรู้สึกเหล่านี้ เพราะเราเคยชินกับมันมานาน

ถ้าจะผิดก็ผิดตรงที่เรามองไม่เห็น “ตัวร้ายในตัวเรา” และหลงคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่นนี่แหละ

ท่านผู้รู้บอกว่า หน้าที่ของเราคือรู้เท่าทันและเห็นตัวร้ายบ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องไปต่อสู้ เพราะเดี๋ยวมันก็หมดแรงไปเองอยู่แล้ว

แต่ถ้าเราประมาท ไม่เคยเห็นความคิดแย่ๆ ของตัวเองเลย ตัวร้ายในตัวเราก็จะเติบใหญ่และอาจสร้างปัญหามากมายในวันที่เรามีโอกาสได้ทำเลวจริงๆ

ไม่นิ่งนอนใจ และเฝ้าระวังตัวร้ายเสียแต่วันนี้

จะได้ไม่โตไปเป็น “ผู้ใหญ่” ที่เราเองเคยรังเกียจครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

Banner468x60ver1.jpg

3 ขั้นตอนหยุดความกังวลใจ

20160612_worry

เราทุกคนเคยต้องเจอเรื่องที่ทำให้กังวลใจมาแล้วทั้งนั้น

อารมณ์ของการกังวลนี่มันไม่ดีเอาซะเลย เพราะมันจะทำให้วันนั้นสีเทาๆ อารมณ์ก็อึนๆ หน้าตาก็บึ้งๆ จนพลอยทำให้คนข้างๆ ตัวกังวลไปด้วย (ว่าไอ้นี่มันเป็นอะไรมากมั้ย)

หนังสือเรื่อง How to stop worrying and start living ของ Dale Carnegie บอกวิธีการจัดการความกังวลง่ายๆ เอาไว้สามขั้นตอนครับ

1. ระบุให้ได้ว่าผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดของเรื่องที่เรากังวลอยู่คืออะไร (Define the worst case scenario)
2. ยอมรับมันซะ (Accept it)
3. ทำอะไรก็ได้เพื่อให้สถานการณ์ที่แย่ที่สุดนั้นดีขึ้น (Do what you can to improve on it)

ในหนังสือพูดถึงชายชื่อเอิร์ล พี เฮนีย์ ซึ่งถูกวินิจฉัยว่าเป็นแผลเปื่อยที่ลำไส้เล็ก ไม่มีทางรักษาหาย หมอบอกว่าต้องระวังการกินให้มากๆ แต่ก็บอกให้เฮนีย์ทำใจไว้เลยว่าน่าจะอยู่ได้ไม่นาน

เฮนีย์จึงคิดได้ว่า ถ้าไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ขอให้เขาได้ทำความฝันคือการเที่ยวรอบโลกหน่อยเถอะ หมอพยายามทักท้วงว่าถ้าทำอย่างนั้นเขาได้ไปตายที่กลางทะเลแน่ (สมัยนั้นคนยังเที่ยวโดยการนั่งเรือเป็นหลัก) แต่เฮนีย์ก็ยังออกเดินทาง แถมยังซื้อโลงศพติดตัวไปด้วย เฮนีย์ได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้ทานอาหารที่ไม่เคยกิน ได้ร้องรำทำเพลงและรู้จักเพื่อนใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปเฮนีย์ก็ลืมเสียสนิทว่าตัวเองป่วย พอกลับถึงบ้านก็ไม่มีอาการปวดท้องอีกแล้ว จึงขายโลงศพคืนให้กับร้าน!

เราคงไม่ได้เจอสถานการณ์ที่เลวร้ายเหมือนเฮนีย์ (และอาจไม่ได้โชคดีเหมือนเขาที่จะหายจากโรคได้ด้วยการไปเที่ยว) แต่เราสามารถนำหลักการมาใช้ได้ คือดูให้ออกว่าผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดคืออะไร ยอมรับและกล้าเผชิญหน้ากับม้น และทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้ผลลัพธ์น้้นดีขึ้น

ในกรณีของเฮนีย์ เขายอมรับแล้วว่าตัวเองต้องตาย และเมื่อรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาอยู่ไม่มากจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ปรารถนามาตลอดชีวิต ซึ่งเขามั่นใจว่าน่าจะทำให้เขามีความสุขมากกว่าการนอนรอความตายอยู่ที่บ้านหรืออยู่ในเตียงโรงพยาบาลครับ


ขอบคุณเนื้อหาโดยย่อจาก Blinkist: How to stop worrying and start living by Dale Carnegie

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com