นิทานงานที่แย่ที่สุดในโลก

20160630_toothbrush

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในห้องน้ำห้องหนึ่ง…

หลังจากเจ้าของบ้านเสร็จภารกิจและเดินออกจากห้องน้ำไปแล้ว แปรงสีฟันก็หันไปปรับทุกข์กับเพื่อนซี้

แปรงสีฟัน: บางทีกูก็คิดนะว่า งานของกูนี่บัดซบที่สุดในโลกแล้ว

กระดาษทิชชู่: เหรออออออ???


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com และ Pinterest.com

 

มักง่ายมักไม่ง่าย

20160630_thoughtless

ปัญหาหลายๆ อย่างที่เราเจอมักมีต้นเหตุมาจากความมักง่าย

คนมักง่ายมักจะพูดคำว่า “ขี้เกียจ” กับ “เอาไว้ก่อน” เสมอ

สมมติตอนเย็นกินข้าวที่บ้านเสร็จแล้ว แทนที่จะล้างจานให้เรียบร้อย เราก็จะบอกตัวเองว่าเอาไว้ก่อน ผลที่ได้ก็คือจานเกรอะกรังที่ยังไม่ได้ล้างในวันรุ่งขึ้น

เวลาทำงาน พอเราได้ไฟล์อะไรใหม่ๆ มา เรามักจะเซฟลงเดสก์ท็อป แต่เมื่อใช้ไฟล์เสร็จแล้ว แทนที่จะลบทิ้งหรือย้ายไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ที่ควรจะเป็น เราก็ไม่ทำ ผลลัพธ์ก็คือเดสก์ท็อปที่เต็มไปด้วยไอค่อน บางคนมีไอค่อนเต็มจอเป็นคอลเล็คชั่นเลยทีเดียว

ความมักง่ายเกิดจากอะไร?

ผมคิดเล่นๆ ว่ามันอาจจจะเป็นเรื่องชีววิทยา

เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดถูกวิวัฒนาการให้ประหยัดพลังงานเพื่อความอยู่รอดอยู่แล้ว

มนุษย์เราจึงหาเรื่องประหยัดพลังงานเสมอ การประหยัดนี้จึงแสดงตัวออกมาเป็นความขี้เกียจหรือการผัดวันประกันพรุ่ง

ซึ่งบางทีก็ส่งผลรุนแรงกว่าจานชามที่กองพะเนินหรือเดสก์ท็อปที่เต็มไปด้วยไฟล์ร้อยพ่อพันแม่

ถ้าเรามักง่ายในการกิน อาจทำให้สุขภาพทรุดโทรม

ถ้าเรามักง่ายในการทำงาน อาจทำให้เราไม่เติบโตในองค์กร

ถ้าเรามักง่ายในคำพูด อาจจะทำให้เราเสียเพื่อนหรือเสียอนาคต

แค่ความมักง่ายในระดับบุคคลยังสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ ลองคิดดูว่าความมักง่ายในระดับชุมชนหรือระดับประเทศจะส่งผลร้ายแรงขนาดไหน

แล้วถ้าอยากจะมักง่ายให้น้อยลง ต้องทำอย่างไร?

ข้อแรก เราต้องตระหนักว่า ไม่มีความจำเป็นต้องประหยัดพลังงานขนาดนั้น เพราะในยุคนี้ ต่อให้เราใช้แรงไปเท่าไหร่ เราก็มีแหล่งพลังงานเพื่อ “รีฟิล” ได้อยู่แล้ว ลองไปเปิดตู้เย็นหรือเดินเข้าเซเว่นดูก็ได้

ข้อสอง เราต้องไม่ลืมว่า การมักง่ายอาจทำให้เราประหยัดเวลาได้ 2 นาทีในวันนี้ แต่จะทำให้เราเสียเวลาอย่างน้อย 10 นาทีในวันข้างหน้า

ข้อสามก็คือ ความมักง่ายที่แสดงออกมาทางการกระทำหรือทางวาจานั้น เริ่มต้นจากความมักง่ายทางความคิดเสมอ และความมักง่ายทางความคิดนั้นก็มักเกิดจากเราโดนกิเลสหลอก

ดังนั้น ต้องหัดเถึยงกับกิเลสบ่อยๆ และยอมลงแรงเสียแต่ตอนนี้

จะได้ไม่ต้องเสียเวลาและอารมณ์มานั่งแก้ปัญหาอันเกิดจากความมักง่ายของเราเองในวันหลังครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ผลลัพธ์ขั้นที่สอง

20160628_secondorder

วันนี้มีไอเดียจากหนังสือ Principles ของ Ray Dalio มาเล่าสู่กันฟังครับ

ว่าด้วยเรื่อง first-order และ second-order consequences หรือผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง และผลลัพธ์ขั้นที่สอง

ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการกระทำนั้นทันที

ผลลัพธ์ขั้นที่สอง คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการกระทำนั้นไปซักพัก

ตัวอย่างเช่น

การกระทำ: ออกกำลังกาย
ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง: ปวดเนื้อเมื่อยตัว
ผลลัพธ์ขั้นที่สอง: ร่างกายแข็งแรง

การกระทำ: กินผัก
ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง: ไม่อร่อย เพราะขม
ผลลัพธ์ขั้นที่สอง: ร่างกายได้รับวิตามินที่มีประโยชน์

การกระทำ: นั่งสมาธิ
ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง: ทรมาน ปวดขา น่าเบื่อ
ผลลัพธ์ขั้นที่สอง: จิตใจสงบและเบิกบาน

การกระทำ: เล่นเฟซบุ๊ค
ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง: เพลิดเพลิน
ผลลัพธ์ขั้นที่สอง: ทำงานไม่เสร็จ จิตใจว้าวุ่น

การกระทำ: เล่นการพนัน
ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง: ตื่นเต้น เร้าใจ
ผลลัพธ์ขั้นที่สอง: เสียเงิน หมดตัว เป็นหนี้สิน

การกระทำ: กินจั๊งค์ฟู้ด
ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง: สะดวก อร่อย
ผลลัพธ์ขั้นที่สอง: อ้วน คอเลสเตอรอลสูง

ข้อที่ควรสังเกตได้แก่

1. เป้าหมายของคนเรา จะอยู่ในผลลัพธ์ขั้นที่สอง เช่นร่างกายที่แข็งแรง หรือจิตใจที่สงบและเบิกบาน

2. อารมณ์ของผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งกับผลลัพธ์ขั้นที่สองมักจะสลับขั้วกัน หากผลลัพธ์ขั้นที่สองนั้นเป็นอะไรที่เราชอบ ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งมักจะเป็นอะไรที่เราไม่ชอบ เช่นการออกกำลังกาย ทำให้เราแข็งแรง (เราชอบ) แต่กว่าจะแข็งแรงได้ ก็ต้องปวดเนื้อเมื่อยตัว (เราไม่ชอบ) กลับกัน ถ้าผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบ ผลลัพธ์ขั้นที่สองมักจะเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ (เช่นอบายมุขต่างๆ เป็นต้น)

3. คนที่ชีวิตติดอยู่ในวงจรอุบาทว์ ก็เพราะว่ามัวแต่หลงใหลกับผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง (เช่นเล่นเฟซบุ๊คแล้วเพลิน เล่นการพนันแล้วได้ลุ้น) จนอาจลืมไปว่า ทุกการกระทำย่อมมีทั้งผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งและขั้นที่สองเสมอ

4. คนที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหรือมีคุณภาพที่ชีวิตที่ดีได้ ก็เพราะว่าเขาไม่ยอมเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอันเกิดจากผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่ง

5. ดังนั้น ถ้าอยากจะมีชีวิตที่ดี จงโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ขั้นที่สอง และยอมรับว่าก่อนจะไปถึงตรงนั้น ก็ต้องยอมผ่านผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งก่อนทุกครั้ง

ผลลัพธ์ขั้นที่หนึ่งของการเขียนบล็อก Anontawong’s Musings คือการเผชิญหน้ากับความเครียดและความขี้เกียจ ซึ่งผมไม่ชอบเอาซะเลย

แต่ผลลัพธ์ขั้นที่สองคือความรู้สึกดีๆ ที่ได้รู้ว่าบทความที่เราเขียนมีประโยชน์ต่อคนอ่านครับ

จะทำอะไรก็ตามแต่ ขอให้นึกถึงผลลัพธ์ขั้นที่สองบ่อยๆ นะครับ


ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Principles โดย Ray Dalio (เป็น PDF file ครับ คลิ้กเข้าไปอ่านได้เลย)

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

เมื่อชีวิตมันแย่

20160627_badlife

จริงๆ แล้วมันไม่ได้แย่หรอก

ที่แย่คือทัศนคติของเราต่างหาก

ถ้าเรามีอินเตอร์เน็ตใช้ ได้กินอิ่มท้อง มีที่ซุกหัวนอน ชีวิตเราก็ดีกว่าคนหลายล้านคนแล้ว

เรามักเผลอคิดว่าชีวิตเราแย่เพราะเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ

หัวหน้างี่เง่า เพื่อนร่วมงานน่ารำคาญ แฟนไม่เข้าใจ ฝนตก รถติด เสื้อเปื้อน คอมแฮงก์ มือถือแบตจะหมด ฯลฯ

อาจเป็นวันแย่ๆ วันหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชีวิตเราแย่ซะหน่อย

It’s just a bad day, not a bad life.

– Anonymous

มันเป็นวันที่แย่เพราะมีเรื่องไม่เป็นใจเกิดขึ้นสองสามอย่างในวันนี้

แต่เรื่องที่ “เป็นใจ” เกิดขึ้นเป็นร้อยอย่าง เรากลับมองไม่เห็น

อาบน้ำให้สดชื่น ทำสิ่งที่นำความสุขมาให้ อย่านอนดึกเกินไป

แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันใหม่นะ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ทางลูกรัง

201606216_roads

มักจะพาเราไปสู่จุดหมายที่งดงาม

“Difficult roads often lead to beautiful destinations”
– Anonymous

ชีวิตเหมือนจะออกแบบมาไว้อย่างนั้น

ว่าหากอยากได้ของที่มีคุณค่าและหายาก มันก็ต้องออกแรงกันหน่อย

ถ้าอยากไปดูลานน้ำพุหน้าห้างหรู ก็ขึ้นรถไฟฟ้าหรือขึ้นทางด่วนไปได้เลย

แต่ถ้าอยากไปเห็นน้ำตกใหญ่ในธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก็ต้องทำใจว่ามันไม่ใช่จุดหมายที่รถหรือยานพาหนะใดๆ จะพาเราไปถึงได้

ต้องลงเดิน ต้องเปื้อนโคลน และอาจโดนหนามทิ่มตำบ้าง

เพราะมันยาก มันเหนื่อย และมันต้องเจ็บตัว คนถึงไม่ค่อยไปกัน

แต่ก็เพราะว่ามันยากนี่แหละ มันถึงน่าลองพิชิตดูซักครั้ง

ดังนั้นถ้าชีวิตกำลังเดินอยู่บนถนนลูกรัง ก็อย่าเพิ่งบ่นอิดออดหรือถอดใจ

ลองเงี่ยหูฟังดีๆ จะรู้ว่าข้างหน้ามีน้ำตกรออยู่

เพียงแต่อย่าเพิ่งหยุดเดิน

และอย่าเพิ่งหันหลังกลับเท่านั้นเอง


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com