นิทานฟาร์มขายสุนัข

20161221_dogfarm

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ทอมมี่ เด็กชายวัย 6 ขวบเดินเข้าไปในฟาร์มเพาะสุนัขแล้วถามคุณลุงคนขายว่า

“คุณลุงครับ สุนัขที่นี่ตัวละเท่าไหร่ครับ”

“มีหลายราคานะ ตั้งแต่พันห้าถึงแปดพันบาทเลย”

เด็กชายหน้าเจื่อน

“ผมมีตังค์แค่ 200 เองครับ แต่ยังไงผมขอดูหมาหน่อยได้มั้ยครับ”

“ได้สิเจ้าหนูน้อย” ว่าแล้วคุณลุงก็เดินไปเปิดกรง และลูกหมาก็วิ่งกรูกันออกมานับสิบตัว แต่มีตัวหนึ่งที่วิ่งช้ากว่าใครเพื่อนเพราะขาหลังมันกะเผลก

ทอมมี่ชี้ที่หมาที่อยู่รั้งท้าย “ผมอยากได้ตัวนั้นครับลุง”

“อย่าซื้อเลยเจ้าหนู ถ้าอยากได้ตัวนี้ลุงจะยกให้หนูฟรีๆ”

“ไม่ได้นะครับคุณลุง หมาตัวนี้ก็ควรจะมีคุณค่าเท่ากับตัวอื่น เอาอย่างนี้ได้มั้ยครับ ผมจ่ายให้คุณลุงก่อนสองร้อยบาทวันนี้ และผมจะผ่อนอีก 100 บาททุกเดือนจนกว่าจะจ่ายครบ”

“เจ้าหมาตัวนี้กระดูกสะโพกมันมีปัญหาตั้งแต่เกิด พอมันโตไปมันก็จะวิ่งไม่ได้ กระโดดไม่ได้ และเล่นปาลูกบอลกับหนูไม่ได้นะ”

ทอมมี่เดินไปหาเจ้าหมาน้อยตัวนั้น ย่อตัวลง เอามือลูบหัวหมา ก่อนจะถลกขากางเกงข้างขวาขึ้นมาจนโชว์ให้เห็นว่าขาของเด็กน้อยทำจากแท่งเหล็กอลูมิเนียม

ทอมมี่เอ่ยว่า “ผมเองก็วิ่งไม่ค่อยได้เหมือนกันครับ ผมเชื่อว่าหมาตัวนี้น่าจะอยากได้เจ้าของที่เข้าใจหัวอกมันนะครับ”


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

คำขอโทษที่ดีที่สุด

20161221_bestapology

คือการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง

The best apology is changed behavior
– Anonymous

—–

เวลาที่เราทำผิดกับใครซักคน เราควรกล้าพอที่จะเอ่ยคำขอโทษ

แต่สิ่งที่ดีกว่าคำพูดที่เปล่งออกมา คือคำที่เราพูดกับตัวเอง ว่าจะไม่ทำผิดพลาดอย่างนี้อีก

ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่การกระทำที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนอีกฝ่ายรู้สึกและสังเกตได้ ซึ่งมันจะทำให้เขาเชื่อว่าคำขอโทษที่เราเอ่ยออกมาคราวนั้นมันมาจากใจจริงๆ ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดเฉพาะหน้า

กับคนบางคนที่ปากหนัก ไม่กล้าหรือเขินอายเกินจะเอ่ยคำขอโทษ ก็ไม่เป็นไรครับ บางทีผมก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

อย่างน้อยถ้าเราปรับปรุงพฤติกรรมของเราได้ ก็ยังดีกว่าอีกหลายคนที่ผิดพลาดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่านะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ลดช่องว่าง

20161221_closethegap

สองสามวันมานี้ผมฉุกคิดอะไรได้อย่างหนึ่ง

ว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานออฟฟิศหรือคนทำธุรกิจของตัวเอง มักจะมีนิสัยหนึ่งที่เหมือนกัน

คือนิสัยคิดแล้วทำ

คิดปุ๊ป ทำปั๊ป พอได้ฟีดแบ็คมาแล้วก็ค่อยๆ ปรับให้ลงตัว

บางที ที่ชีวิตเราไปไม่ถึงไหน อาจเป็นเพราะช่องว่างระหว่างความคิดกับการกระทำอยู่ห่างกันเกินไป

บอกว่าจะทำจะทำตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำซักที และเราก็มีเหตุผลมากมายมาส่งเสริมความชอบธรรมของเรา (แต่มีเวลาเล่นมือถือนะ)

ถ้าอยากจะให้ชีวิตอยู่ในมือเรามากขึ้น ทางหนึ่งที่น่าจะเวิร์คก็คือการลดช่องว่างระหว่างความคิดกับการกระทำนั่นเอง

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าให้เราประมาทหรือหุนหันพลันแล่นนะครับ อย่างนั้นเค้าเรียกว่าทำโดยไม่คิด

คิดก่อนแล้วค่อยทำ แต่อย่าคิดมากไปเพราะมันจะไม่ได้ทำ

ลดช่องว่างในวันนี้ เพื่อทางที่เปิดกว้างของเราในวันหน้าครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ความโกรธคือความเจ็บปวด

20161220_angerpain

“Anger is often what pain looks like when it shows itself in public.”

-Krista Tippett.


ไม่มีใครไม่เคยโกรธ

และไม่มีใครไม่เคยโดนโกรธ

เราคุ้นเคยและอยู่ใกล้ชิดกับความโกรธจนเราอาจไม่ทันดูให้ดีว่า จริงๆ แล้วความโกรธคืออะไรกันแน่

ถ้าเราเห็นตรงกับคุณคริสต้าที่บอกว่า ความโกรธคือความเจ็บปวดที่แสดงตนออกมาในที่สาธารณะ เราอาจจะเข้าใจคนที่โกรธเรามากขึ้น

คนที่โมโหโกรธาอาจจะทำร้ายคนอื่นทั้งทางวาจาและการกระทำ

แต่คนที่โดนทำร้ายมากที่สุดก็คือตัวคนที่โกรธเอง

ดังนั้นแล้ว ถ้าเราโดนใครโกรธใส่ ก็ใจเย็นๆ  เห็นใจเขาให้มากๆ เพราะข้างในของเขาคงกำลังเจ็บปวดน่าดู

ถือซะว่าเรากับเขาเป็นเพื่อนร่วมคุกที่มีผู้คุมสามคนคุ้มกันอย่างแน่นหนา

สุขภาพจิตเราจะได้ไม่เสียหายจนเกินไปครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

เพื่อนก็เหมือนดวงดาว

20161219_stars

“Good friends are like stars. You don’t always see them but you know they’re there.”

– Christy Evans

ช่วงสิบวันที่ผ่านมามีโอกาสได้เจอเพื่อนเก่าสองกลุ่ม

ทุกครั้งที่เจอเพื่อน ผมจะได้พลังและข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมาเสมอ

เพื่อนที่ดี ต่อให้ไม่คุยกันแรมปี แต่กลับเจออีกครั้งก็ต่อติดแบบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ

เพื่อนที่ดีจึงเป็นเหมือนของขวัญชิ้นพิเศษ ที่เราได้มาฟรีๆ แบบไม่เสียตังค์ แต่ต้องสละเวลาและออกแรงซักนิดหากอยากรักษาพวกเขาเหล่านี้ไว้

ยี่สิบปีที่แล้ว เราใช้โทรศัพท์โทร.หาเพื่อน

มาวันนี้เราใช้โทรศัพท์เป็นเพื่อน

เราจ้องหน้าเพื่อนคนนี้วันละหลายชั่วโมง และบ่อยครั้งเพื่อนคนนี้ก็เป็นหน้าต่างให้เราได้คุยกับเพื่อนคนอื่นๆ

บ่อยครั้ง ที่เพื่อนคนนี้อาจทำให้เรายิ้มได้ หัวเราะได้

แต่มันไม่อาจหัวเราะร่วมกับเราได้

ที่สำคัญ ยิ่งอยูกับเพื่อนคนนี้มากเท่าไหร่ เรายิ่งเหงามากขึ้นเท่านั้น

ถ้าเพื่อนเป็นเหมือนดวงดาว มือถือก็เป็นเหมือนดาวเทียม ที่อยู่ใกล้ตัว ใช้สะดวก แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ดาว

ผมคงต้องทอนเวลากับดาวเทียมดวงนี้ลงบ้าง และให้เวลากับดาวแท้ให้มากขึ้นครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com