อย่ากลัวที่จะยอมรับผิด

20170529_admit

เพราะมันหมายความว่าเราฉลาดกว่าเมื่อวาน

“A man should never be ashamed to own that he has been in the wrong, which is but saying in other words that he is wiser today than he was yesterday.”
― Alexander Pope


เชื่อว่าเราทุกคนต่างก็เคยเป็น “โรคไม่ยอมรับผิด” มาแล้ว

แม้ลึกๆ จะรู้อยู่แก่ใจว่าเราพลาดไป หรือเข้าใจผิดไปเอง แต่ก็ยังไม่วายที่จะเถียงข้างๆ คูๆ หรือยกข้ออ้างต่างๆ นาๆ เพื่อจะพาตัวเองให้พ้นจากความผิดนั้น

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วการกระทำแบบนั้นรังแต่จะทำให้อีโก้เราใหญ่ขึ้น และทำให้คนที่เราคุยอยู่ด้วยเชื่อถือเราน้อยลง

บางทีเราจึงควร “บั่นทอนอีโก้” ด้วยการรับผิด ให้มันโดนเสียบ้าง จะได้ไม่พยศหรือทะนงตนเกินไปนัก

การยอมรับว่าเราผิด และตั้งใจจะไม่ทำซ้ำอีก นอกจากจะเป็นทางออกที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว ยังเสียพลัง เสียความรู้สึก และเสียเวลาน้อยที่สุดอีกด้วย

ผิด แต่เป็นคนดีขึ้น ดีกว่าถูก แต่เป็นคนใช้ไม่ได้เหมือนเดิมนะครับ


อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog

อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives

ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

บ้านตัวอย่างไม่มีราวตากผ้า

20170528_cloth

สองสัปดาห์ที่แล้วผมไปงานแต่งงานของเพื่อนสนิทที่ปราณบุรีมาครับ

เพื่อนจองบ้านพักเอาไว้ให้ ในโครงการน่าจะมีซัก 10 หลังได้ บ้านหลังที่ผมไปนอนมี 4 ห้องนอน มีห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ แถมยังมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบ้าน เป็นคฤหาสน์ย่อมๆ เลยก็ว่าได้

แต่มีหลังหนึ่งที่แตกต่างไปจากหลังอื่น เพราะเหมือนเป็นหลังที่มีคนอยู่ประจำ แถมหน้าบ้านยังขึ้นป้ายขายด้วย

ป้ายขายบ้านคือสิ่งแรกที่เห็น ส่วนสิ่งที่สองที่ผมเห็นคือราวตากผ้าที่ตั้งอยู่ในลานจอดรถ

การมีราวตากผ้าที่เต็มไปด้วยผ้าที่ซักแล้วทำให้ความเป็นคฤหาสน์ดูดร็อปลงไปทันที


เวลาเราจะซื้อคอนโดหรือซื้อบ้านซักหลัง สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือการเดินชมห้องตัวอย่างหรือบ้านตัวอย่าง ซึ่งก็แต่งซะสวยมากจนอดคิดไม่ได้ว่าขอซื้อหลังนี้เลยได้มั้ย

แต่บ้านตัวอย่างไม่มีราวตากผ้า

ไม่มีถังแก๊ส

ไม่มีถังขยะสีดำที่รอทิ้ง

และไม่มีอะไรหลายๆ อย่างที่เราจะได้เจอเวลาย้ายเข้ามาอยู่จริง


เวลาเราคบหากับแฟน ต่างฝ่ายต่างก็พยายามหันส่วนที่ดีที่สุดให้อีกฝ่ายเห็น เลือกชุดมาอย่างดี ใส่น้ำหอมมาอย่างฟุ้ง พูดจาอย่างไพเราะ

ต่อเมื่อเราแต่งงานกันแล้วเท่านั้น เราถึงจะเห็น “ราวตากผ้า” ของชีวิตคู่ เช่นนิสัยไม่ดีที่ติดตัวมาแต่เด็ก ปัญหาเรื่องหนี้สิน รวมไปถึงการต้องมานั่งเปลี่ยนผ้าอ้อมที่เต็มไปด้วย !#@? ของลูกน้อย

เวลาสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างก็เอา “บ้านตัวอย่าง” ออกมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็นเรซูเม่ของผู้สมัคร หรือวิสัยทัศน์ขององค์กร เราไม่มีทางรู้เลยว่าหัวหน้าคนที่สัมภาษณ์เราจะทำตัวยังไงเวลาที่เราทำงานไม่ถูกใจเขา และคนที่สัมภาษณ์เราก็มีโอกาสรู้น้อยมากว่าเรามีอะไรซ่อนอยู่ ต่อเมื่อได้เข้ามาทำงานจริงๆ กันซักพักแล้วเท่านั้น ถึงจะได้รู้ว่าหลายๆ อย่างมันไม่ได้เหมือนที่คิด


แล้วผมมีข้อแนะนำอะไรบ้าง? เอาจริงๆ ผมก็พยายามขบคิดหัวข้อนี้มาตั้งแต่ที่เห็นบ้านหลังนั้นแล้ว จนเวลาผ่านมาสองสัปดาห์ก็ยังไม่ได้มีคำตอบที่ดีนัก แต่เท่าที่คิดได้ก็คือ

ตอนซื้อบ้าน อย่าลืมคิดเผื่อด้วยว่า บ้านตัวอย่างเขาขาดอะไรอยู่บ้าง และถ้าเอาอุปกรณ์อย่างราวตากผ้า ถังแก๊ส หรือถุงขยะดำมาวาง เราจะวางไว้ตรงไหน

ตอนที่คบหากับแฟน ลองคิดเผื่อด้วยว่า ถึงวันที่เรามีลูกกัน เขาคือคนที่เต็มใจจะเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกที่เต็มไปด้วย !#@? รึเปล่า

และเวลาจะสมัครงานที่ไหน การโทร.มาคุยกับคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรนี้อยู่ก่อนแล้วน่าจะเป็นไอเดียที่ดี อย่างน้อยเขาน่าจะให้ข้อมูลเราได้ว่าทีมที่เราจะไปอยู่ด้วยนั้นเหมาะสมกับเราแค่ไหน และมีปัญหาอะไรที่เขาจะไม่มีทางบอกเราในชั่วโมงสัมภาษณ์

โดยสรุปก็คือต้องคอยเตือนตัวเองไม่ให้ฝันหวานไปกับบ้านตัวอย่างจนเกินไป แล้วพยายามคิดให้ออกว่า “ราวตากผ้า” ที่ซ่อนอยู่มีอะไรบ้าง

จะได้แน่ใจว่าเราคิดอย่างรอบคอบแล้วก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายงาน แต่งงาน หรือซื้อบ้านครับ


อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog

อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives

ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

มาจากไหนไม่สำคัญ

20170527_whereyoucomefrom

ที่สำคัญคือคุณจะไปไหนต่างหาก

“It doesn’t matter where you are coming from. All that matters is where you are going.”
– Brian Tracy

คนเราเกิดมาไม่เท่ากันอยู่แล้ว

คนที่ทำบุญมาดี จึงอาจได้เกิดมาในครอบครัวที่ฐานะดีกว่า มีสมองปราชญ์เปรื่องกว่า มีผิวพรรณหน้าตาที่ดีกว่าคนทั่วไป

แต่คนที่เกิดมาท่ามกลางความยากลำบากก็ใช่ว่าจะเสียเปรียบเสมอไป เพราะเขาจะมีทักษะที่ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ก็จ้างใครมาสอนไม่ได้ เช่นความอดทนและความสู้ไม่ถอย

เราจึงไม่จำเป็นต้องไปขึ้นชกเวทีเดียวกับคนอื่น ถ้าเขาเป็นเฮฟวี่เวตก็ปล่อยเขา เราตัวเล็กหน่อยก็ไปต่อยรุ่นฟลายเวตก็ได้

ตราบใดที่เราไม่ปล่อยให้กิเลสครอบงำจนเกินไป ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ และคอยสำรวจตัวเองอยู่เสมอ ทุกๆ คนย่อมมีโอกาสเป็นแชมป์ในสังเวียนชีวิตนี้ได้ครับ


อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog

อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives

ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

นิทานเคล็ดลับความสำเร็จ

20170523_successsecret

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เหล่าศิษย์ถามอาจารย์เซนว่า “ท่านอาจารย์ ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จ?”

อาจารย์เซนตอบว่า “วันนี้พวกเจ้าจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่ธรรมดาที่สุด และง่ายดายที่สุด นั่นคือให้ทุกๆ คน แกว่งมือไปข้างหน้าให้ไกลที่สุด จากนั้นแกว่งกลับไปด้านหลังให้ไกลที่สุด” กล่าวจบจึงปฏิบัติให้เหล่าศิษย์ดูเป็นตัวอย่าง 1 รอบ จากนั้นกล่าวต่อไปว่า “นับตั้งแต่วันนี้ พวกเจ้าจงทำเช่นนี้ติดต่อกันวันละ 300 ครั้ง ทุกๆ วัน ทุกคนสามารถทำได้หรือไม่?”

บรรดาศิษย์เซน พากันสงสัย เอ่ยถามว่า “พวกเราต้องทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร?”

อาจารย์เซนชี้แจงว่า “หากพวกเจ้าสามารถปฏิบัติได้สำเร็จ อีก 1 ปีให้หลังพวกเจ้าจะทราบถึงหนทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ”

เหล่าศิษย์ล้วนคิดตรงกันว่า “เรื่องง่ายๆ เช่นนี้ ใครๆ ก็ย่อมทำได้” จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติ

เวลาผ่านไป 1 เดือน อาจารย์เซนถามเหล่าศิษย์ว่า “การแกว่งแขนที่ข้าให้พวกเจ้าปฏิบัติ มีใครยังทำต่อเนื่องอยู่บ้าง?” ศิษย์เซนส่วนใหญ่ต่างตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า ยังปฏิอยู่ อาจารย์เซนจึงผงกศีรษะด้วยความพอใจ พลางกล่าวว่า “ดีมาก”

เวลาผ่านไปอีกเดือนหนึ่ง อาจารย์เซนเอ่ยถามอีกครั้งว่า “ยังมีกี่คนที่แกว่งแขนอยู่?” ปรากฏว่ามีศิษย์เซนประมาณครึ่งหนึ่งที่ยังคงปฏิบัติอยู่ ส่วนที่เหลือกว่าครึ่ง ล้วนถอดใจล้มเลิกไปแล้ว

เมื่อครบเวลา 1 ปีที่กำหนด อาจารย์เซนจึงได้สอบถามเหล่าศิษย์อีกครั้งว่า “กิจกรรมแกว่งแขนอันแสนง่ายดายนี้ ใครยังคงทำอยู่บ้าง?” ในครั้งนี้ มีศิษย์เพียงผู้เดียวที่ชูมือขึ้นและกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “อาจารย์ ข้ายังทำอยู่”

อาจารย์เซนจึงกล่าวกับศิษย์ทั้งหมดว่า “ข้าเคยบอกพวกเจ้าว่าเมื่อภารกิจนี้สิ้นสุด พวกเจ้าจะทราบถึงหนทางที่นำไปสู่ความสำเร็จ ที่ข้าอยากจะบอกพวกเจ้าก็คือ ในโลกนี้สิ่งที่ทำได้ง่ายดายที่สุดก็มักจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเย็นที่สุด และสิ่งที่ยากเย็นที่สุดก็สามารถจะกระทำได้อย่างง่ายดายเช่นกัน ที่บอกว่ามันง่ายดาย เนื่องเพราะขอเพียงยอมลงมือทำ ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ที่บอกว่ามันยากเย็นก็เพราะผู้ที่สามารถยืนหยัดกระทำอย่างต่อเนื่องยาวนานนั้นกลับมีไม่มาก


ขอบคุณนิทานจาก Manager Online: นิทานเซน : เคล็ดลับความสำเร็จ

อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog

อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives

ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

นาฬิกาแดดที่อยู่ในร่ม

20170525_sundial

Hide not your talents,
they for use were made,
What’s a sundial in the shade?

อย่าซุกซ่อนพรสวรรค์
เพราะมันมีไว้ให้ใช้
นาฬิกาแดดที่อยู่ในร่มจะมีประโยชน์อะไร?

-Benjamin Franklin

ผมรู้สึกมานานานแล้วว่า เราไม่มีทางเดาได้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเราเขาเก่งเรื่องอะไร

เพื่อนมัธยมคนหนึ่งหน้าตี๋ๆ ผมเกรียนๆ ลุคคุณชายๆ คุณต้องเรียนโรงเรียนเดียวกับเขาเท่านั้นถึงจะรู้ว่าเขาเป็นมือกีตาร์มือวางอันดับต้นๆ ของโรงเรียน

เพื่อนอีกคนเป็นพนักงานบริษัท ตัวผอมๆ หน้าตาซื่อๆ พูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วง แต่ถ้าได้คุยกับเขาจะรู้ว่าพอร์ตหุ้นของเขามีมูลค่าเกิน 10 ล้าน

ส่วนเพื่อนอีกคนจบวิศวะ หน้าตาเหี้ยมพอจะเป็นมือปืนได้ แต่ใครจะรู้ว่าเขาทำอาหารอร่อยมากจนตอนนี้ออกไปเปิดร้านของตัวเองแล้ว

ผมจึงเชื่อว่าแต่ละคน “มีของ” ทั้งนั้น

รวมถึงคุณด้วย

คำถามคือคุณจะนำของที่คุณมีมาสร้างประโยชน์แก่คนในวงกว้างกว่านี้รึเปล่า?

หลายคนไม่กล้า เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่เก่ง หรือไม่ก็กลัวการถูกปฏิเสธหรือถูกเมินเฉย

แต่ในยุคอินเตอร์เน็ตที่ความเก่งของคุณอาจสร้างประโยชน์ให้กับคนได้มหาศาล การเก็บความสามารถไว้กับตัวเองถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

ไม่ได้จะเชียร์ให้ทุกคนต้องออกมาเขียนบล็อก เปิดเพจ ทำเฟซบุ๊คไลฟ์นะครับ เพียงแต่อยากเชิญชวนให้ลองนำความสามารถที่เรามีมาสร้างแรงกระเพื่อมให้มากกว่าที่เคย

พรสวรรค์มีไว้ให้สำแดง นาฬิกาแดดต้องกล้าประจันหน้าพระอาทิตย์

เกิดเป็นนาฬิกาแดด ถ้ามัวแต่อยู่ในร่มก็เสียชาติเกิดนะ ว่ามั้ย?

 


 

อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog

อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives

ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/