1 นาที = 1000 นาที

20160312_1_Equals_1000

“สมมติก่อนตาย หมอบอกว่าจะตายตอนนี้แล้ว แล้วพระเจ้าบอกว่าคุณสามารถซื้อเวลาได้ชั่วโมงละ 1,000 บาท คุณเอาไหม วันละ 24 ชั่วโมงก็ 24,000 ถ้ามีเงินก็ซื้อกันจนหมดนั่นแหละ

แต่ถ้าผมถามว่าตอนนี้ถ้าเรากลับบ้าน เราขึ้นทางด่วนแล้วประหยัดเวลาไปได้ 1 ชั่วโมง แลกกับต้องเสีย 50 บาท แล้ว 1 ชั่วโมงนั้น มันเหมือนกับก่อนตายไหม แถมเป็น 1 ชั่วโมงที่เราเตรียมตัวได้ด้วย 1 ชั่วโมงที่เล่นกับลูกได้ 1 ชั่วโมง ที่เราเดินเหินไปเที่ยวได้ แต่ 1 ชั่วโมงที่อยู่ในโรงพยาบาลเป็นการนอนอยู่กับที่ มัน 1 ชั่วโมงเดียวกันไหม มัน 1 ชั่วโมงเดียวกันนะ”

– ทันตแพทย์สม สุจีรา
a day BULLETIN 100 Interview The Thinker
สิงหาคม 2555 สัมภาษณ์โดยวิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

 

เป็นความย้อนแย้งอย่างหนึ่งของคนเรา

ในวันที่มีสุขภาพดี ยังเดินเหินได้ ยังทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย เรากลับใช้ชีวิตราวกับว่าเราจะอยู่ตลอดไป

กลางวัน เราก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกงานเสียที

กลางคืน แทนที่จะให้เวลากับตัวเองหรือกับคนที่เรารัก เรากลับให้เวลากับมือถือ

แต่ในวันที่เรานอนป่วยหนักบนเตียงนอนโรงพยาบาล เรากลับอยากมีชีวิตต่อ ให้ได้อยู่ในโลกนี้ยาวนานขึ้นซักหนึ่งนาทีก็ยังดี

สัปดาห์ที่แล้วผมเขียนบทความไว้ว่า หนึ่งนาทีที่เราใช้ไปตอนกลางคืน อาจเท่ากับสองนาทีที่เราจะเสียไปในตอนเช้า

แต่ถ้ามองให้ไกลกว่านั้น หนึ่งนาทีที่เราผลาญไปในตอนที่เรายังหนุ่มสาว อาจมีค่าเท่ากับพันนาทีในวันที่เราแก่ชราเลยก็ได้

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก a day BULLETIN 100 Interview The Thinker

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

นิทานชิสุ

20160310_shitzu

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง

“ปีโป้” หมาพันธุ์ชิสุ กำลังป่วยหนักจากโรคลิ้นหัวใจอักเสบ

ปีโป้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของน้องเชน เด็กชายวัย 6 ขวบ

คุณหมอบอกพ่อแม่ของน้องเชนว่า ปีโป้น่าจะอยู่ได้ไม่พ้นคืนนี้ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่กล้าบอกน้องเชนเพราะกลัวว่าจะทำใจไม่ได้ ได้แต่ตัดสินใจปล่อยให้น้องเชนอยู่กับปีโป้นานเท่าที่น้องเชนต้องการ

เวลาสามทุ่มกว่า ปีโป้ก็จากไปจริงๆ โดยมีน้องเชนนั่งอยู่ข้างๆ คอยลูบหัวและกล่าวคำอำลา

พ่อ: (บีบมือภรรยา) “ไปดีนะปีโป้”

แม่: (น้ำตาไหล) “แย่จังเลยนะคะที่หมาอายุสั้นกว่าคนขนาดนี้”

น้องเชน: (เงียบอยู่ครู่นึง ตายังมองร่างไร้วิญญาณ และมือยังลูบหัวปีโป้อยู่) “ผมรู้ครับว่าทำไม”

พ่อ: “รู้อะไรนะครับเชน?”

น้องเชน: “รู้ว่าทำไมหมาถึงอายุสั้นกว่าคนครับ”

แม่: “ทำไมล่ะครับ”

น้องเชน: “แม่เคยสอนผมว่า โลกนี้คือโรงเรียน และเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้การมีชีวิตที่ดี เช่นรักคนอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข และทำตัวให้เป็นที่รักถูกมั้ยครับ…”

แม่: “ใช่ครับ”

น้องเชน: “ผมว่าปีโป้เค้ารู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องอยู่นานเท่าพวกเราครับ”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Mike Schoultz’s answer to What are some nice, beautiful stories? 

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

รอไม่ได้

20160309_cantwait

ในโลคยุคใหม่ที่ให้ค่ากับการคิดไวทำไว ทักษะหนึ่งที่เรากำลังเสียไปคือความอดทนรอ

รอความสำเร็จไม่ได้ เลยล้มเลิกไปเสียก่อน

รอให้มีเงินเก็บจ่ายดาวน์บ้านไม่ได้ เลยกู้เต็มพิกัด

รอมือถือเครื่องเดิมให้เจ๊งไม่ได้ เลยต้องซื้อเครื่องใหม่ทุกปี

รอให้รวยอย่างช้าๆ ไม่ได้ เลยมองหาทางลัด (โปรดอ่านก่อนทำ MLM)

ผมเองก็เป็นโรค “รอไม่ได้” ระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะเขียนบล็อกมาได้แค่ปีนิดๆ มีคนไลค์เพจหกพันกว่า ซึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเพจเราโตช้าจัง บางเพจเปิดมาไม่กี่เดือนก็มีคนไลค์เป็นหมื่นเป็นแสนแล้ว

จนวันนี้ได้อ่านบทความเรื่อง Anything worth doing takes years

Jon Westenberg ผู้เขียนบทความนี้บอกว่า

“I never start anything that I’m not prepared to commit 5 years of my life to.”

เขาจะไม่ลงมือทำโปรเจ็คอะไรถ้าหากเขาไม่พร้อมที่จะให้เวลากับมันอย่างน้อย 5 ปี

และจอนยังพูดถึงวง Greenday ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในปี 1994 จากอัลบั้ม Dookie ที่มีเพลงดังๆ อย่าง Basket Case และ When I come around

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า Dookie คืออัลบั้มที่สามของวงนี้แล้ว (ผมเองยังเข้าใจผิดนึกว่าเป็นอัลบั้มแรกมาโดยตลอด)

ก่อนหน้านี้  กรีนเดย์ต้องไปเล่นดนตรีตามผับและที่มีแต่คนเมาและไม่มีใครสนใจฟังเพลงของพวกเขาอยู่ถึง 8 ปี กว่าจะได้ออกอัลบั้ม Dookie และ “ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืน” (overnight success)

Overnight success นั้นอาจเป็นแค่นิยาย

เพราะ anything worth doing takes years – อะไรก็ตามที่มีคุณค่าและมีความหมายนั้น ย่อมใช้เวลายาวนานเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างการมีหุ่นที่ดีและมีสุขภาพที่ดี

หรือเรื่องที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่างการสร้างธุรกิจ

หรือเรื่องที่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดอย่างการปฏิรูปประเทศ

ธรรมชาตินั้นมีจังหวะจะโคนของมัน แต่มนุษย์เรานี่แหละที่อะไรๆ ก็แสวงหาทางลัดตลอด

หากเปรียบความสำเร็จเป็นมะม่วงสุกอันหอมหวาน

คนบางคนรอให้มะม่วงสุกไม่ไหว เลยเอามันไปบ่มแก๊ส

ผมเองก็ไม่ค่อยอยากรอหรอกนะ

แต่ยังไงๆ มะม่วงบ่มแก๊สมันก็อร่อยสู้มะม่วงที่สุกตามธรรมชาติไม่ได้จริงๆ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก Medium: Anything worth doing takes years by Jon Westenberg

ก่อนเช้าจะหนาวสุด

20160308_BeforeDawn

สมัยเรียนอยู่นิวซีแลนด์ มีครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ครอบครัวหนึ่งที่ผมสนิทมาก

เพื่อนชื่อปีเตอร์ เล่นกีตาร์กับฟุตบอลด้วยกัน พี่ชายของปีเตอร์ที่ชื่อทิมก็เตะบอลทีมเดียวกัน ส่วนพ่อของทั้งคู่ชื่อจอห์น (แต่ผมเรียกว่ามิสเตอร์แชน่อน) ก็เป็นโค้ชฟุตบอลทีมโรงเรียนและเป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์กับวิชาบัญชี

ฟุตบอลไม่ใช่กีฬายอดนิยมในนิวซีแลนด์ การจะได้ดูเกมถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีจึงลืมไปได้เลย ต้องดูผ่านเคเบิ้ลทีวีเท่านั้น และบ้านผมก็ไม่มีเคเบิ้ลทีวี แต่บ้านมิสเตอร์แชน่อนมี ผมเลยปั่นจักรยานไปดูบอลบ้านเขาอยู่บ่อยครั้ง

และมีอย่างน้อยสามครั้งที่ผมไปดูบอลที่บ้านเขาตอนตีสี่ครึ่ง!

เมืองเทมูก้าที่ผมอยู่นั้น ตอนกลางวันอุณหภูมิอยู่ที่สิบกว่าองศา ส่วนตอนกลางคืนก็ใกล้ๆ ศูนย์

ผมต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ ก่อนจะออกจากบ้านต้องเตรียมตัวให้ดี ใส่เสื้ออย่างน้อยสามชั้นตามด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตตัวหนาและถุงมือไหมพรม แต่ก็ไม่วายยังรู้สึกหนาวอยู่ดี

ไปถึงบ้านนั้น มิสเตอร์แชน่อนก็ถามว่า เป็นไง สนุกมั้ย ปั่นจักรยานตัวคนเดียวตอนตีสี่ครึ่ง

ผมบอกว่าสนุกดี แต่หนาวชะมัด

มิสเตอร์แชน่อนก็บอกผมว่า รู้หรือเปล่า ว่าอากาศจะหนาวที่สุด และจะมืดที่สุดตอนใกล้รุ่งนี่แหละ (it gets darkest and coldest just before dawn)

ผมไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง และจะว่าไปก็เป็นเกร็ดความรู้ที่ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นักกับคนที่อยู่เมืองร้อนอย่างผม

แต่ก็น่าแปลกที่ผมดันจำคำพูดนี้ของมิสเตอร์แชน่อนได้ แม้เวลาจะผ่านมายี่สิบปีแล้ว

หรือเป็นเพราะว่า มันสอดคล้องกับชีวิตของคนเรา?

เวลาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก มันเหมือนจะยาวนานและยากขึ้นเรื่อยๆ

จนถึงจุดที่เราแทบจะทนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ มันถึงจะดีขึ้น

คำพูดของมิสเตอร์แชน่อน ทำให้ผมนึกถึงคำคมฝรั่งอีกประโยค

“If you are going through hell, keep going”

ถ้าคุณกำลังเดินอยู่ในนรก จงเดินต่อไป

– Winston Churchill

ถ้าความสำเร็จคือรุ่งสาง และนรกคือค่ำคืนอันหนาวเหน็บที่เราไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่

สิ่งเดียวที่เราทำได้ (และควรทำ) คือเดินไปต่อเรื่อยๆ

พ้นจุดที่มืดที่สุดและหนาวที่สุดได้เมื่อไหร่ รุ่งเช้าก็จะมาถึงแน่นอนครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”

สองประโยคเตือนใจ

20160308_two

I could be wrong – เราอาจจะผิดก็ได้

และ

It’s going to be OK – เดี๋ยวมันก็โอเค

ผมรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มักมาจากสองสาเหตุ

สาเหตุแรกคือมั่นใจว่าตัวเองถูก เราจึงอยากเอาชนะ และยอมใช้พลังงานมากมายไปกับการถกเถียง ไม่ว่าจกับแฟน กับพ่อแม่ กับเพื่อน หรือแม้กระทั่งกับคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์

สาเหตุที่สอง คือไม่อยู่กับปัจจุบัน ถ้าไม่เจ็บใจกับความผิดพลาดในอดีต ก็กังวลถึงสิ่งที่จะตามมาในอนาคต

สาเหตุแรกทำให้ผมทะเลาะกับคนอื่น

สาเหตุที่สองทำให้ผมทะเลาะกับตัวเอง

ถ้าระหว่างที่กำลังทะเลาะอยู่ ประโยค I could be wrong หรือ It’s going to be OK มันผุดขึ้นมาบ้าง ก็คงจะช่วยเตือนสติได้ไม่น้อย

จะได้ไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”