เจริญอาหาร

20160917_food

“กายชอบทำอาหารแบบไหน”

“อาหารที่ทำให้คนได้คุยกัน” เขาเอ่ยคำตอบที่เราคาดไม่ถึง “เราชินกับการที่เรามานั่งที่โต๊ะ คุยกัน สำหรับเราคือเวลาที่มีค่า เราไม่เข้าใจคนที่รีบๆ กินๆ รีบๆ กดมือถือ เราเชื่อในการปฏิสัมพันธ์ต่อหน้ามาก ทุกวันนี้คนเรามองหาเป้าหมายไกลที่สุด แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างทางมันหายไป เหมือนบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร เวลาเราเจอกันบนโลกโซเชียล เราเห็นแค่หน้าจอ เห็นแค่สิ่งที่เขาคัดเลือกให้เราดู เราซ่อนทุกอย่างไว้ภายใต้ฉาก น่ากลัวไหมล่ะ แต่ถ้าเราคุยกันอย่างนี้ เราเห็นทั้งข้างนอก ข้างหลัง ข้างหน้า มันโรแมนติกกว่าเยอะ” เขามองเราเต็มตาแล้วยิ้ม

แต่พูดจบไม่ทันไร กายก็หัวเราะแล้วกล่าวปิดท้ายเสียใหม่ในสไตล์นักประวัติศาสตร์

“อาจไม่โรแมนติกหรอก แต่มันได้ ‘ความจริง'”

– กาย ไลย มิตรวิจารณ์
a day #191 July 2016 
เรื่อง กันตพร สวนศิลป์พงศ์
ภาพ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์


“อาหารที่ทำให้คนได้คุยกัน”

ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมประโยคนี้โดนใจผมจัง

อาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยได้คุยกับใครเป็นชิ้นเป็นอันบนโต๊ะอาหารมานานมากแล้ว

ครั้งหลังสุดที่รู้สึกว่าได้สัมผัสกับบรรยากาศนี้ คือตอนที่ผมไปเที่ยวกับแฟนที่ยุโรปเมื่อพฤษาภาปีที่แล้ว แล้วแวะไปนอนบ้าน “พี่สายไหม” ที่เมือง Montreux ซึ่งไม่ห่างจากเจนีวามากนัก

พี่สายไหมแต่งงานกับนักเขียนชาวฝรั่งเศส และช่วงที่เราไปก็เขาก็มีแขกชาวสเปนมานอนที่บ้านอีกสองคน คืนนั้นเราจึงมีเพื่อนร่วมโต๊ะทานข้าวทั้งหมดหกคน มีอาหารหลายสิ่งอย่างที่พี่สายไหมทำกับมือ แกล้มด้วยไวน์ขาวที่ผมกับแฟนต้องดื่มตามมารยาท

แฟนของพี่สายไหมถามคำถามพวกเรามากมาย ก่อนจะโดดไปคุยกันในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลี้ยงลูก เรื่องการทำธุรกิจ เรื่องหนังสือที่เขาเขียน เรื่องชีวิตวัยหนุ่มสาว ฯลฯ


เขียนมาถึงตรงนี้ ก็นึกได้ว่า หลังจากนั้นผมก็ยังมีการได้กินข้าวกับคนอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นทำสุกี้กินที่บ้านพ่อกับแม่ กินร้านญี่ปุ่นกับเพื่อนมหาลัยและอาจารย์ หรือนัดเพื่อนนักดนตรีให้เอาอาหารมากินกันที่บ้านผม

เป็นช่วงเวลาที่ดีและน่าจดจำเหมือนกัน แต่ทำไมการกินข้าวกับพี่สายไหมคืนวันนั้นถึงน่าจดจำเป็นพิเศษ?

อาจจะเป็นเพราะความแตกต่างทางสถานที่ และการได้พูดคุยกับคนที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

แต่อีกความแตกต่างหนึ่งในการทานอาหารกับพี่สายไหมในครั้งนั้นก็คือ ตลอดเวลาร่วมสองชั่วโมงบนโต๊ะอาหาร ไม่มีใครหยิบมือถือขึ้นมาซักครั้งเดียว

มันจึงเป็นการ “ร่วมโต๊ะ” ที่แท้จริงโดยไม่มีสิ่งใดเข้ามาแทรก  เป็นบรรยากาศการทานอาหารที่เราคุ้นเคยกันดีสมัยที่เรายังเด็ก แต่หาได้ยากยิ่งในสมัยนี้


ผมเคยอ่านเจอฝรั่งเขาเล่นเกมๆ หนึ่งเวลานัดไปทานข้าวด้วยกัน

คือการให้ทุกคนหยิบมือถือขึ้นมาวางคว่ำหน้าไว้กลางโต๊ะซ้อนๆ กันไว้

ใครหยิบมือถือขึ้นมาเล่นก่อนถือว่าแพ้!

ผมก็อยากจะเล่นอะไรประมาณนี้บ้างนะ แต่เดาว่าเพื่อนคงไม่ยอม และไม่แน่ ผมอาจจะเป็นคนแพ้ก็ได้

“กายชอบทำอาหารแบบไหน”

“อาหารที่ทำให้คนได้คุยกัน”

เป็นคำถามที่ดีนะครับว่า อาหารแบบไหนที่ทำให้เราได้คุยกันออกรสออกชาติ

เพราะบทสนทนาที่ดีที่สุดและจะอยู่กับเราไปนานที่สุด ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้บนจอ iPhone7

แต่จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราวางมันลงต่างหาก


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก a day #191 July 2016 

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานตกรถไฟ

20160915_missthetrain

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ณ ชานชลาแห่งหนึ่ง

รถไฟส่งเสียงหวูดดังลั่น ก่อนที่ขบวนจะค่อยๆ ขับเคลื่อนตัวออกไป

ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาแต่ไกล ทำท่าเหมือนจะทันอยู่รอมร่อ แต่ขบวนรถไฟก็วิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้ายหนุ่มคนนั้นก็วิ่งมาไม่ทัน ได้แต่หยุดหอบหายใจแฮ่กๆ ด้วยสีหน้าเสียดายสุดฤทธิ์

ชายชราที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงเอ่ยขึ้นว่า

“เสียใจด้วยนะพ่อหนุ่ม เธอวิ่งเร็วไม่พอ”

ชายหนุ่มหันมามองชายชราและตอบอย่างสุภาพแต่หนักแน่นว่า

“ผมวิ่งเร็วพอครับคุณลุง แต่ผมออกตัวช้าไป”


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

วิธีเลือกคิวจ่ายเงินที่ซูเปอร์มาร์เก็ต

20160913_supermarket

หนึ่งในปัญหาที่คลาสสิคที่สุดของการไปช็อปปิ้งที่ซูเปอร์ก็คือการตัดสินใจว่าจะไปเข้าคิวช่องไหนดี

ที่อเมริกาเขาได้ทำการวิจัยปัญหานี้ และได้เสนอข้อแนะนำมาหลายข้อที่ผมจะขอนำมาเล่าสู่กันฟังในบทความนี้ครับ

1. ต่อคิวรถเข็นที่มีคนซื้อของเยอะๆ – ดูแล้วอาจจะขัดกับสามัญสำนึก แต่การต่อคิวที่คนน้อยแต่ซื้อของเยอะนั้น อาจเร็วกว่าคิวที่คนเยอะแต่ซื้อของน้อย เพราะว่าลูกค้าแต่ละคนนั้นมี overhead ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย การจ่ายเงิน การเอาของใส่ถุง ฯลฯ จากการสังเกตการณ์ คิวลูกค้าหนึ่งคนที่ซื้อของ 100 ชิ้นจะใช้เวลาประมาณ 6 นาที ส่วนลูกค้า 4 คนที่ซื้อของคนละ 20 ชิ้นจะใช้เวลาประมาณ 7 นาที

2. เข้าคิวที่คนซื้อของเดียวกันหลายชิ้น – ซื้อของหนึ่งอย่าง 10 ชิ้น ย่อมเร็วกว่าซื้อของ 10 อย่างอย่างละชิ้น

3. ต่อคิวที่ช่องวางของอยู่ซ้ายมือ – คนส่วนใหญ่ถนัดขวาเลยมักจะเข้าคิวที่มีช่องวางของอยู่ขวามือโดยไม่รู้ตัว

4. เข้าคิวที่มีแคชเชียร์เป็นผู้หญิง – จากการสังเกตการณ์ นักวิจัยบอกว่าแคชเชียร์ผู้หญิงนั้นคล่องกว่าแคชเชียร์ผู้ชาย

5. ระวังคิวที่มีผู้สูงอายุ – เพราะมีโอกาสที่จะช้ากว่าคนทั่วไปได้ ทั้งเรื่องการหยิบหาเงินในกระเป๋า ใช้บัตรเครดิต ฯลฯ

ส่วนตัวเราเอง เราสามารถประหยัดเวลาได้ด้วยการหันสินค้าฝั่งที่มีบาร์โค้ดให้แคชเชียร์เห็นชัดๆ ถ้าซื้อเสื้อผ้าก็ควรถอดไม้แขวนเสื้อออกและหยิบป้ายราคาออกมาจากคอเสื้อ หรือถ้าไปกันสองคนก็แบ่งของกันเข้าทางด่วน แล้วแยกกันจ่ายครับ

แม้ว่าจะเป็นผลวิจัยจากอเมริกา แต่ผมว่าหลายๆ  ข้อก็น่านำมาลองใช้ในเมืองไทยดูนะครับ

ข้อไหนเวิร์คหรือไม่เวิร์คอย่าลืมมาบอกกันด้วยนะ!


ขอบคุณข้อมูลจาก The New York Times: How to Pick the Fastest Line at the Supermarket

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เรามีความสุขจริงๆ

20160913_happy

หรือเราแค่เคยชินกับความสบาย?

Are you really happy or are you just really comfortable?

– Anonymous


บางทีความสุขกับความสบายก็ใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออก

โดยเฉพาะในบริบทของที่ทำงาน

เวลาเราบอกว่า “ทำงานนี้ก็มีความสุขดี” จริงๆ แล้วเราอาจจะกำลังพูดว่า “ทำงานนี้ก็สบายดี” ก็ได้

เพราะเมื่อเราเอางานชิ้นไหนอยู่แล้ว หรือเรามีลูกน้องที่เก่งจนทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่างแล้ว เราก็ไม่ต้องออกแรงมากนัก ไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ได้กลับบ้านเร็ว ได้นอนเต็มอิ่ม

แต่เรากำลังมีความสุขจริงรึเปล่า?

เพราะความสุขไม่ได้เกิดจากความสบายอย่างเดียว

แต่เกิดจากการได้ทำสิ่งที่มีความหมาย ได้รู้ว่าเรากำลังก้าวหน้า ได้รู้ว่าเรากำลังเติบโต

ซึ่งทั้งสามอย่างนี้ ความสบายไม่อาจให้เราได้ เพราะว่ามันเป็นปฏิภาคกัน

Are you really happy or are you just really comfortable?

จึงเป็นคำถามที่ควรถามตัวเองบ่อยๆ

จะได้ไม่เข้าใจตัวเองผิดโดยไม่รู้ตัวครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ฟังคนที่ควรฟัง

20160911_listen

Don’t let someone who has done nothing tell you how to do anything.

– Ejike Henry Akuneziri

บนอินเตอร์เน็ตจะมีศัพท์คำนึงเรียกว่า “troll” ถ้าแปลด้วยสำนวนไทยก็คือพวก นักเลงคีย์บอร์ด

โชคดีที่เพจ Anontawong’s Musings ไม่ค่อยมีนักเลงคีย์บอร์ดมาเยือนเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

ปกติผมจะนั่งอ่านคอมเม้นท์ของทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน และตอบหรือกดไลค์ของทุกคน

รวมถึงคนที่ความเห็นไม่ตรงกันกับผม ถ้ารู้สึกว่าเขามาดีและมีทีท่าอยากจะถกกันด้วยเหตุด้วยผล ผมก็ยินดีที่จะถกด้วย เพราะมันคือของขวัญที่ผู้อ่านมอบให้

แต่ถ้ามาพูดจาเสียดสียั่วยุ วิธีแก้เผ็ดที่ผมใช้ก็คือการไม่ทำอะไรเลย

เพราะเวลาเป็นของมีค่า จึงไม่ควรเสียมันไปกับคนบางจำพวก

โดยคิดว่า ยังไงพรุ่งนี้ผมก็เขียนตอนใหม่แล้ว จะมาเถียงเรื่องเมื่อวานกันไปทำไม

Don’t let someone who has done nothing tell you how to do anything.

เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่อยากจะทำให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะว่าเราอยากเป็นที่รักของทุกคน

แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถทำตามความต้องการของทุกคนได้

เพราะความต้องการแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเวลาเรามีจำกัด

จึงควรฟังเฉพาะคนที่ควรฟัง และคุยกับคนที่ควรคุยด้วยเท่านั้นครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com