นิทานต้นไม้ไร้ประโยชน์

20161202_tree

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เล่าจื๊อเดินผ่านป่าแห่งหนึ่งแล้วเห็นว่าต้นไม้ในป่ากำลังถูกตัดโดยช่างไม้นับร้อยคน

แล้วเล่าจื๊อก็เดินมาพบต้นไม้ที่ใหญ่มากๆ ต้นหนึ่ง ใหญ่เสียจนสามารถเอาเกวียนนับร้อยเล่มมาจอดใต้ต้นไม้ได้ เล่าจื๊อจึงส่งลูกศิษย์ไปถามช่างไม้ว่าทำไมต้นไม้ต้นนี้ถึงไม่โดนตัด

“ต้นไม้ต้นนี้ไม่มีประโยชน์เลย เอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ได้ เอาไปใช้เป็นฟืนก็ไม่ได้เพราะพอเผาแล้วควันเยอะเกินไป เราเลยไม่รู้จะตัดมันไปทำไม”

เล่าจื๊อจึงบอกกับศิษย์ว่า “จงเรียนรู้จากไม้ใหญ่ต้นนี้ จงทำตัวไร้ประโยชน์เพื่อไม่ให้คนอื่นมาตัดเจ้า”

เล่าจื๊อกล่าวต่อ “ดูไปรอบๆ สิ ต้นไม้ที่มีประโยชน์ทั้งหลายโดนตัดไปหมดแล้ว ต้นไม้บางต้นก็มีลำต้นตั้งตรง มันจึงโดนตัด คงเป็นต้นไม้ที่ภาคภูมิใจจนตัวยืดตรง มันก็เลยโดนตัด แต่ไม้ใหญ่ต้นนี้ไม่มีส่วนใดที่ตรงเลย ไม่มีความถือดีเลย มันเลยยังอยู่”

คำว่า “ไร้ประโยชน์” ในความหมายของเล่าจื๊อก็คือ อย่าทำตัวให้กลายเป็นสินค้า เพราะเมื่อเรากลายเป็นสินค้าเมื่อไหร่ เราจะถูกซื้อและถูกขายในตลาด และเมื่อนั้นเราจะกลายเป็นทาส

อย่ากลายเป็นเพียงทรัพยากร จงรักษาตัวให้เป็นการสร้างสรรค์ของพระเจ้า

เมื่อนั้นจะไม่มีใครมาใช้ประโยชน์เราได้ เราจะมีชีวิตที่ดีงาม เป็นตัวของตัวเอง มีอิสระและมีความสุข


ขอบคุณนิทานจาก Osho Stories: Tree that survived the carpenters

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

เงียบเพราะมั่นใจ

20161129_silent

เสียงดังเพราะมีปม

Confidence is silent.
Insecurities are loud.
-Unknown


ในที่ประชุม คนที่พูดเยอะที่สุด อาจไม่ใช่คนที่มีความคิดที่ดีที่สุด

ส่วนคนที่มีความคิดดีๆ เขาอาจไม่พูด เพราะ

-พูดแล้วไม่มีใครฟัง
-พูดแล้วโดนตีตก
-ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง

ในฐานะหัวหน้า เราควรจะสร้างบรรยากาศการประชุมที่จะเอื้อให้ความคิดดีๆ ได้ถูกถ่ายทอดออกมา ผ่านการกระตุ้นให้คนที่พูดน้อยได้แสดงความเห็น หรือตัดบทคนที่พูดเยอะเกินไปจนกลบเสียงคนอื่น

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำ

แต่ถ้าปล่อยไว้ การประชุมก็จะเป็นเพียงเวทีปาฐกถาของคนที่เสียงดังที่สุดเท่านั้นเอง


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

แม้อยากให้คนอื่นได้ไออุ่น

20161129_onfire

แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องจุดไฟเผาตัวเอง

You are not required to set yourself on fire to keep other people warm.
-Unknown


บ่อยครั้งที่เราสวมบทผู้เสียสละ

อาจจะยอมอดหลับอดนอนทำงานดึกๆ ดื่นๆ เพื่อเอาใจเจ้านาย หรือรับงานบางชิ้นที่คนอื่นโยนมาให้ทำแบบงงๆ

เรายอมลำบาก เพื่อให้ชีวิตหรืออารมณ์ของใครบางคนดีขึ้น

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะยิ่งได้ทำงาน ยิ่งได้มีโอกาสโชว์ฝีมือ ยิ่งเป็นการสร้างแบรนด์ให้ตัวเอง

แต่ทางที่ดีเราก็ควรขีดเส้นให้ชัด ไม่อย่างนั้นเราก็จะโดนล้ำเส้นอยู่เรื่อยๆ

เส้นนั้นอยู่ตรงไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่มาตรฐานขั้นต่ำคือเราไม่ควรเอาใจคนอื่นจนสุขภาพกายและสุขภาพใจเราเสีย

เพราะเวลาเราป่วย คนที่จะมาดูแลเรากลับไม่ใช่คนที่เราคอยเอาใจ แต่เป็นคนที่เรารักที่เรามักมองข้ามและจัดอันดับไว้ท้ายๆ ตลอดมาต่างหาก

You are not required to set yourself on fire to keep other people warm.

เวลาเราจุดไฟ คนอื่นอาจจะอุ่นสบาย

แต่คนที่ถูกแผดเผาคือตัวเราและคนที่รักเราที่สุดครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

หมั่นทำสิ่งที่เรากลัว

20161129_afraid

Always do what you are afraid to do.

-Ralph Waldo Emerson


ผมว่าหนึ่งใน “เคล็ดลับ” ของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคือการที่เขากล้าทำสิ่งที่คนอื่นหลีกเลี่ยง

เรื่องบางเรื่องคนอาจจะหลีกเลี่ยงเพราะกลัว กลัวว่ามันจะเสี่ยงเกินไป

แต่เรื่องส่วนใหญ่ที่เราหลีกเลี่ยงนั้น เป็นเพียงเพราะมันทำให้เรารู้สึกอึดอัด – feeling uncomfortable เท่านั้นเอง

เช่นการแสดงความเห็นในที่ประชุม การพยายามพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยน่ารัก หรือการทำงานที่เราไม่ถนัด

แต่ถ้าเราระลึกได้ว่า เราจะเติบโตและเก่งขึ้นทุกครั้งหลังจากที่เราได้ลองทำสิ่งที่เรากลัวหรือไม่ค่อยถนัด เราก็อาจจะมีแรงฮึดมากขึ้น

มีนักบริหารผู้หญิงคนหนึ่งเคยมาบรรยายแล้วบอกพวกผมไว้ว่า

Every day, do something that makes you uncomfortable.

ตัวผมเองก็ยังซุกอยู่ใน comfort zone มากเกินไป คงต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ให้กล้าทำสิ่งที่เรากลัว (แม้จะเป็นแค่เรื่องเพียงเล็กน้อย) ให้บ่อยกว่านี้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

หยุดปลูกดอกไม้

20161128_stopflowers

ในสวนที่เจ้าของไม่รดน้ำ

Stop planting flowers in people’s yards who aren’t going to water them

-Unknown


เป็นเรื่องธรรมดา ที่เราอยากจะแจกจ่ายดอกไม้ให้ทุกคนที่อยู่รอบข้าง

ดอกไม้นั้นอาจจะเป็นความสุข ความปรารถนาดี ความรู้ หรืออะไรก็ได้ที่ดีงาม

แต่ถ้าคนที่เราแจกให้ รับไปแล้วก็ทิ้งขว้าง ไม่เคยรักษา ก็ถึงเวลาทบทวนแล้วว่า ควรจะเอาดอกไม้ของเราไปให้คนอื่นที่เห็นค่าดีกว่ามั้ย

ดอกไม้บางชนิดมีไม่จำกัด (เช่นความเมตตาของคนมีเมตตา) ดังนั้นจะแจกจ่ายให้ถ้วนทั่วก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

แต่ดอกที่มีจำกัด เช่นดอกไม้เวลา เราก็ต้องเลือกให้ดีว่า ใครกันที่จะเคารพ และเห็นคุณค่าดอกไม้ที่เราจะมอบให้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com