จะข้ามน้ำข้ามทะเลได้อย่างไร

20170114_cross-the-ocean

ถ้าคุณยังไม่กล้าละสายตาจากชายฝั่ง

You can never cross the ocean until you have the courage to lose sight of the shore.

–Christopher Columbus


“ชายฝั่ง” ในที่นี้อาจตีความได้หลายอย่าง

อาจเป็นงานประจำที่ทำได้ชิลล์ๆ อาจะเป็นรูปแบบธุรกิจที่ทำเงินมานาน อาจเป็นเพื่อนกลุ่มเดิมที่คบกันมาหลายปี หรืออาจเป็นได้แม้กระทั่งวิธีเขียนบล็อกที่รู้ว่าเขียนแบบนี้มีคนอ่านแน่ๆ

แต่เมื่อพี่ตูนบอกว่าเรือเล็กควรออกจากฝั่ง เราหลายคนจึงยังโหยหาการผจญภัย อยากออกเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเจอสิ่งใหม่ๆ แต่ไม่กล้าที่จะออกห่างจากดินแดนเดิมมากเกินไป เพราะกลัวว่าถ้าพลาดขึ้นมาจะต้องเคว้งคว้างกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

ก็พูดให้เว่อร์ไปอย่างนั้นเอง

สมัยก่อนอาจจะมี “เกาะ” อยู่แค่ไม่กี่เกาะ โอกาสที่จะ “ออกทะเล” และหาฝั่งไม่เจอจึงสูง

แต่สมัยนี้มีเกาะเพิ่มขึ้นมากมาย การออกค้นหาดินแดนใหม่ๆ จึงทำได้ง่ายกว่าที่คิด และความเสี่ยงก็ต่ำกว่าที่เคย

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดสินใจ เพราะเกาะที่เราอยู่มานานก็คือบ้านที่เราคุ้นเคย

แต่ถ้าเราได้ออกเดินทางไกลซักครั้ง แล้วมองกลับมา

เราอาจพบว่า เกาะที่เราเคยอยู่ พอมองไกลๆ ก็ดูคล้ายกะลาเหมือนกันเนอะ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานเศรษฐีเจ้าอารมณ์

20170113_moody

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์ และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ

เขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงามแก่คนที่สามารถรักษาอาการปวดศีรษะของเขาได้

หลายคนรวมทั้งหมอที่เชี่ยวชาญต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดศีรษะของเศรษฐีผู้นี้ แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาดีขึ้นได้

อยู่มาวันหนึ่ง มีฤาษีคนหนึ่งมาเยี่ยมท่านเศรษฐี เศรษฐีได้บอกเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ ฤาษีจึงบอกกับท่านเศรษฐีว่า “โธ่เอ้ยวิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้ามันง่ายนิดเดียว นั่นก็คือเจ้าจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลาแล้วอาการโรคของเจ้าจะหายไป”

เศรษฐีดีใจมากและคิดว่าสิ่งที่ฤาษีแนะนำเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก

วันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐีจึงจ้างช่างทาสีหลายร้อยคน มาช่วยกันทาสีของหมู่บ้านให้เป็นสีเขียวทั้งหมด

นอกจากนี้ ด้วยความที่รวยมาก ยังซื้อเสื้อผ้าให้กับคนในหมู่บ้านทุกคนใส่

ในตอนนี้ไม่ว่าท่านเศรษฐีมองไปทางใดก็จะเป็นสีเขียวตลอดเวลาตามคำแนะนำของฤาษี อาการปวดศีรษะของเขาก็เริ่มดีขึ้นๆ เขาเริ่มเป็นคนยิ้มง่ายและมีความสุขมากขึ้น

สองสามเดือนถัดมา ท่านฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า

“หยุด หยุด ท่านเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน”

ฤาษีก็รีบวิ่งและหนีเข้าไปในบ้านของเศรษฐีได้ในที่สุด

ฤาษีได้พบกับเศรษฐีในบ้านและตำหนิว่า

“ทำไมเจ้าถึงเสียเงินทองและเวลามากมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆรอบตัวเจ้าเล่า เราไม่ได้บอกให้เจ้าไปเที่ยวทาสีทุกอย่างให้เป็นสีเขียวเลย เจ้าเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น เจ้าก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว”

หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือทุกอย่าง เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน แล้วเราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน


ขอบคุณนิทานจากหนังสือ การพัฒนาศักยภาพอย่างสมบูรณ์ โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อย่าปล่อยให้สิ่งที่เราอยากมี

20170112_wannahave

มาทำให้เราหลงลืมสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว

Never let the things you want forget the things you have.
-Unknown

เพราะคนเราไม่เคยอยู่กับปัจจุบัน เราจึงมักมองไปอนาคตเพื่อใฝ่ฝันถึงสิ่งที่ดีกว่า

เมื่อสายตาจับจ้องไปแต่ข้างหน้า เราเลยไม่เคยสังเกตเลยว่าตัวเราเองมีสมบัติอะไรอยู่แล้วบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพที่แข็งแรง ความสัมพันธ์ที่ดี จิตใจที่อ่อนโยน ครอบครัวที่อบอุ่น

ถ้าเรามัวแต่อยากไปถึงอนาคตให้เร็วขึ้น เราก็อาจจะละเลยสมบัติบางชิ้น หรือบางทีถึงขั้นรำคาญและอยากโยนทิ้งด้วยซ้ำเพราะเราคิดว่ามันพะรุงพะรัง

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วสมบัติเหล่านี้คือสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้เราก้าวต่อไปได้ในวันที่อุปสรรคนั้นหนักหนาเกินกว่าเราจะฝ่ามันไปคนเดียว

ถ้าเราทิ้งสมบัติบางชิ้นไป อาจได้กลับบ้านมือเปล่านะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

จงสุขกับเรื่องเล็กน้อย

20170111_littlethings

เพราะวันหนึ่งพอเรามองย้อนกลับมา เราจะรู้ว่ามันคือเรื่องใหญ่

“Enjoy the little things in life because one day you’ll look back and realize they were the big things.”

Kurt Vonnegut


เมื่อเกือบๆ สองปีที่แล้วผมเขียนบทความ “เด็กเค้ามีภูมิคุ้มกัน

พูดถึงพี่เบิร์ดธงไชย แมคอินไตย์ที่ให้สัมภาษณ์ลง a day เล่าถึงชีวิตวัยเยาว์อันแสนสุข

“…(ป๋ากับแม่) เขาไม่เคยแสดงให้เห็นว่าเราจนเลย บ้านเราไม่มีทีวี ป๋ากับแม่จูงเราไปที่อื่น ทางโน้นมีดนตรี มีลิเกลำตัด บ้านเรามีกีต้าร์เก่าๆ มาเล่นดนตรีร้องเพลงกัน ป๋ากับแม่เล่าเรื่องราวให้ฟังว่าตอนเขารักกันเป็นยังไง ตอนสงครามเป็นยังไง เราก็นั่งฟังกัน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรารวยที่สุดเลยนะ เราไม่เห็นคุณค่าของเงินเลย รวยมาก”


สุดสัปดาห์ที่แล้ว ผมบังเอิญไปเจอเพลงที่ร้องอัดเสียงไว้กับเพื่อนชื่อเล็กและกิตสมัยอยู่ปี 4 เลยส่งไปในไลน์ให้ได้ฟังกัน

ฟังเสร็จแล้วกิตก็บอกว่าทำให้คิดถึงชีวิตตอนอยู่หอ

เวลาพูดถึงหอ สิ่งแรกๆ ที่ผมคิดถึงคือระเบียงหอพักที่พวกเราใช้เป็นจุดนัดพบ ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ จิบเบียร์ เล่นกีตาร์ร้องเพลง รวมถึงโบกมือทักทายเหล่าสาวๆ ที่มานั่งเมาธ์มอยอยู่ในหอฝั่งตรงข้าม

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดถึงคือคาแรคเตอร์ของห้องเพื่อนแต่ละห้อง บางห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำทั้งวันทั้งคืน บางห้องเปิดไปกี่ที่ก็เห็นเพื่อนนั่งทำการบ้าน บางห้องมีหมอนเต็มเตียงจนแทบไม่มีที่ให้นอน และบางห้องก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าและกองเสื้อผ้าที่ไม่ได้ซัก

ผมยังคิดถึงห้องดูทีวีที่อยู่ชั้นหนึ่งของหอหญิง เป็นห้องที่ผมกับกิตกระโดดกอดกันในวินาทีที่โซชาร์ยิงประตูทดเวลาบาดเจ็บพาแมนยูฯ คว้าสามแชมป์ในปี 1999 และเป็นที่ที่นักเรียนเกือบทั้งหอมารวมตัวกันดูภาพเครื่องบินพุ่งชนตึกเวิร์ลเทรดในวันที่ 11 กันยา 2001


เวลาเราระลึกถึงความหลัง เราสามารถนึกถึงเรื่องราวได้สองแบบ

แบบแรกคือความหลังที่เป็น “เหตุการณ์สำคัญ”  เช่นเที่ยวเมืองนอก ออกเดต แมนยูได้สามแชมป์ หรือ 9/11

แบบที่สองคือความหลังที่เป็น “ช่วงเวลาดีๆ” ที่อาจจะกินเวลานานหลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปี เช่นดูลิเกลำตัด นอนดูหนังห้องเพื่อนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ หรือเล่นกีต้าร์ตรงระเบียงหอ

ความหลังแบบที่สองนี่แหละที่เป็น Little Things ที่กลายมาเป็น Big Things ในภายหลัง

“เรื่องธรรมดา” ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เช่นเล่นกับลูก กินข้าวกับแม่ ช่วยแฟนทำอาหาร ล้วนแต่เป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เราควรใส่ใจและให้เวลากับมัน

เพราะเรื่องแสนธรรมดาในวันนี้ จะกลายเป็นความทรงจำอันแสนวิเศษในวันข้างหน้าครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เลือกกล้า

20170110_courage

“Today, when I had the opportunity, did I choose courage over comfort?”

“ในวันนี้ เมื่อฉันมีโอกาส ฉันได้เลือกความกล้ามากกว่าความสบายรึเปล่า?”

– Susan Cain

บางที คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน อาจเป็นเพียงเพราะเขามีความกล้ากว่าคนอื่นเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง

กล้าที่จะโทรศัพท์ไปหาลูกค้า

กล้าที่จะโดนลูกค้าปฏิเสธ

กล้าที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ

กล้าที่จะรับงานที่ตัวเองยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้รึเปล่า

กล้าที่จะแสดงความเห็นในที่ประชุม

กล้าที่จะเอ่ยปากเมื่อมีใครทำอะไรไม่ถูก

กล้าที่จะทำให้มากกว่าที่หัวหน้าขอมา

กล้าที่จะรับผิดชอบเมื่องานผิดพลาดหรือล้มเหลว

ความกล้าเหล่านี้ จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัยของใครเลย เพราะมันไม่ใช่ความกล้าระดับออกไปเสี่ยงตาย แต่เป็นเพียงความกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง

เพียงเรากล้าขึ้นอีกซักนิด เราก็จะกลายเป็นคนส่วนน้อยที่โดดเด่นและหายากขึ้นมาทันทีครับ

และอะไรที่หายาก มักจะมีคุณค่ากว่าเสมอ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com