ก่อนจะเพิ่มอะไรเข้ามาในชีวิต

20200608

ถามตัวเองก่อนว่าที่มีอยู่เราดูแลดีพอแล้วรึยัง

เมื่อโลกนำพาทางเลือกมาให้เรามากมาย หนึ่งในทักษะที่สำคัญมากคือการรู้จักปฏิเสธ

เพราะเวลาเรามีจำกัด แต่ความต้องการของเรามีไม่จำกัด

ผมตบไหล่ให้ตัวเองเบาๆ ที่ช่วง “ปิดโควิด” ผมแข็งใจไม่ติดเน็ตฟลิกซ์ ทั้งๆ ที่เห็นพี่ๆ น้องๆ เล่าแล้วก็อยากดูด้วยจะแย่

แต่ถ้าดูเน็ตฟลิกซ์ นั่นหมายความว่าผมจะมีเวลาทำอย่างอื่นน้อยลง

ผมยังรู้สึกว่าใช้เวลากับลูกน้อยเกินไป อ่านหนังสือน้อยไป อยู่กับไอเดียลึกๆ ได้สั้นเกินไป เขียนบทความได้น้อยเกินไป

ผมกำลังคิดว่า การที่เรามุ่งเติมสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต อาจเป็นการปกปิดอย่างหนึ่ง

ปกปิดสิ่งที่เรายังทำได้ไม่ดี ปกปิดความทุกข์ในใจลึกๆ ด้วยการเบนความสนใจไปหาสิ่งใหม่ๆ แล้วหวังว่ามันจะนำมาซึ่งความสุขความพอใจยิ่งกว่านี้ แต่กลับกลายเป็นว่านอกจากเหนื่อยกว่าเดิมแล้วความสุขก็ไม่ได้สูงขึ้นอย่างที่คิด

เพราะถ้าเราเอาแต่เพิ่ม “สิ่งดีๆ” เข้ามาในชีวิต สุดท้ายมันจะไปเบียดบัง “สิ่งที่ดีที่สุด” เข้าจนได้

การเติมนั้นง่าย การตัดนั้นยาก

แต่เติมแล้วตัวหนัก ตัดแล้วตัวเบานะครับ


ใครที่แวะเวียนไปร้านหนังสือ ฝากอุดหนุน “ช้างกูอยู่ไหน” ปกส้มๆ ด้วยนะครับ 🙂

IMG_20200607_161733

 

อาจถึงเวลาลงจากม้าหมุน

20200606

เพราะแม้จะหมุนได้เร็วแค่ไหน มันก็ยังวนอยู่กับที่อยู่ดี

การเล่นโซเชียลมีเดีย การทำงานบางชนิด การติดกิจกรรมบางอย่าง

อาจจะ “สำเร็จ” ในเชิงตัวเลข มียอดวิว ยอดไลค์ แล้วเราก็ชื่นชมภูมิใจกับ KPI ที่เราไม่ได้เป็นคนกำหนดเอง

ผ่านไปวันสองวันก็หมดความหมายแล้วก็กลับมาเริ่มที่จุดเดิม

ขี่ม้าหมุนมันเพลิดเพลิน มันปลอดภัย มันทำให้เรารู้สึกว่ากำลังเคลื่อนที่ตลอดเวลา

แต่หากรู้ตัวว่าชีวิตไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า ก็อาจถึงเวลาลองขี่ม้าจริงบ้างนะครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ This is Marketing by Seth Godin

จินตนาการสวยงามกว่าความจริง

20200603

อะไรที่อยู่ในจินตนาการมันมักจะเว่อร์ไปเสมอ เหมือนคอนเซ็ปต์สิบคะแนนเต็มในจินตนาการที่ผมเขียนไว้ในบทความ “ความสุขไม่มีอยู่จริง” เมื่อวันก่อน

เราเห็นมือถือรุ่นใหม่ออกมา เราคิดว่าถ้าเราได้มันมาครอบครองเราจะฟินมาก แต่พอเราได้มันมามันก็งั้นๆ แหละ

หากจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตมักจะสวยงามกว่าความจริง ความทรงจำเกี่ยวกับอดีตก็มักจะสวยงามกว่าความจริงด้วยเช่นกัน

เราเลยรู้สึกโหยหา (nostalgic) ความทรงจำวัยเด็ก หรือวันที่ชีวิตมันตรงไปตรงมากว่านี้ ทั้งๆ ที่ตอนที่เราใช้ชีวิตอยู่ในตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันพิเศษอะไร

ถ้าสิ่งที่ฝันถึงในอนาคตและสิ่งที่เราระลึกได้จากอดีตมักจะดีกว่าความเป็นจริง

ในทางกลับกัน สิ่งที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้

สิ่งที่เรามีในวันนี้ หลายอย่างมันคือชีวิตที่เราเคยฝันไว้ในอดีต และหลายสิ่งเราจะคิดถึงและกลับมาโหยหาในวันข้างหน้า

เมื่อระลึกได้ว่า ชีวิตตอนนี้มันก็ดีที่สุดเท่าที่มันควรจะเป็นแล้ว เราก็จะ appreciate ปัจจุบันมากขึ้น และไม่เร่งร้อนกับชีวิตจนเกินเลยครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากคำพูดของไอน์สไตน์ “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

กรุณาอย่าจับ

20200524b

สมัยก่อนเวลาไปเดินห้าง เรามักจะเห็นป้ายคำเตือนว่า “กรุณาอย่าจับ” วางอยู่ตามของชิ้นตางๆ โดยเฉพาะสินค้าราคาแพงๆ

สมัยนี้เหมือนจะมีป้ายเหล่านี้น้อยลง ราวกับห้างจะรู้แล้วว่าถ้าลูกค้าได้จับได้ทดลองสินค้า จะมีโอกาสซื้อสินค้าชิ้นนั้นได้ง่ายขึ้น

หรือเป็นเพราะว่าเมื่อไรก็ตามที่เราจับต้องสิ่งใด เราก็จะแอบรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของสิ่งนั้นโดยไม่รู้ตัว?

ท่านพุทธทาสเคยบอกว่า หัวใจของพุทธศาสนาหรือหัวใจของธรรมะทั้งหมดก็คือ “สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น”

ไม่ว่าจะเป็นข้าวของ คนที่เรารัก คนที่เราเกลียด ความเชื่อ ความรู้ อุดมการณ์ ความฝันหรือแม้กระทั่งตัวตนของเราเอง เพราะยิ่งเรายิ่งยึดแน่นเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทุกข์มากขึ้นเท่านั้น

เมื่อใดที่รู้ตัวว่ากำลังไม่สบายใจ ลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่าเรากำลังยึดมั่นถือมั่นในเรื่องใดอยู่

แล้วบอกตัวเองว่า “กรุณาอย่าจับ” 3 จบครับ

อย่าดูแคลนสิ่งไร้ประโยชน์

20200518

อย่าดูแคลนสิ่งไร้ประโยชน์

เราทุกคนล้วนอยากทำตัวมีประโยชน์และพยายามหลีกห่างจากสิ่งที่เราเรียกว่า “ไร้สาระ” หรือ “ไร้ประโยชน์”

แต่ในหลายสถานการณ์ ความไร้ประโยชน์ก็มีประโยชน์ในตัวมันเอง

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้ชายทุกคนถูกเกณฑ์ทหารไปร่วมรบในสงคราม ยกเว้นเพียงคนเดียวเพราะว่าชายคนนั้นหลังค่อม

ในป่าแห่งหนึ่งที่โดนรุกราน มีต้นไม้ต้นหนึ่งที่ไม่โดนโค่น เพราะผลของมันขมปี๋ เนื้อไม้ก็เปราะเกินกว่าจะเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ แถมจุดไฟก็ไม่ติดเลยเอาไปทำฟืนไม่ได้

เพราะความไร้ประโยชน์ ผู้ชายคนนั้นจึงไม่ต้องตายในสงคราม และเพราะความไร้ประโยชน์ต้นไม้ต้นนั้นจึงไม่ต้องถูกโค่น

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีประโยชน์ เราย่อม “ถูกใช้งาน” จากมนุษย์

ในบางบริบท คนฉลาดจึงอาจเลือกทำตัวเป็นคนที่ไร้ประโยชน์

—–

George Mallory ชาวอังกฤษที่เคยปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ในช่วงปี 1920’s เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“มีคนเคยถามผมว่า ปีนเขาเอเวอเรสต์แล้วมีประโยชน์อะไร?

คำตอบของผมคือมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย…อ้อ มันอาจจะช่วยให้เราเข้าใจเรื่องการทำงานของร่างกายมนุษย์ในพื้นที่สูงๆ และความรู้นี้อาจจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในบุคลากรที่ทำงานในธุรกิจการบินได้ แต่นอกจากนั้นผมก็คิดไม่ออกแล้ว เพราะบนยอดนั้นไม่มีอัญมณีหรือเงินทองใดๆ ให้เราหยิบติดมือกลับมาสักอย่างเดียว

ถ้าคุณไม่เข้าใจว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเราที่ตอบรับคำท้าของภูเขาที่ตั้งตระหง่าน และการดิ้นรนเพื่อจะไปให้ถึงยอดเขาก็คือการดิ้นรนของชีวิตที่ต้องการจะขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่าเดิม คุณก็จะไม่มีวันเข้าใจเลยว่าทำไมเราถึงต้องปีนเขาลูกนั้น

การปีนเขาเป็นเรื่องของความสุขล้วนๆ และสุดท้ายแล้วความสุข (joy) ก็คือจุดหมายของการมีชีวิต เราไม่ได้ดื่มกินและใช้ขีวิตเพื่อจะหาเงิน เราหาเงินเพื่อจะได้ดื่มกินและได้ใช้ชีวิตต่างหาก

—-

ถ้าเบื่อกับการเป็นคนมีประโยชน์และทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์ ลองหันไปทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์ดูบ้างก็ได้นะครับ

ใครจะรู้ เราอาจจะพบบางสิ่งบางอย่างที่เราทำหล่นหายมานานก็ได้