สิ่งที่คนอื่นรู้ เราไม่ต้องรู้ก็ได้

20200215

“Much of what other people know isn’t worth knowing.”
-Nassim Nicholas Taleb, Antifragile

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอยากรู้อยากเห็นโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

เราจึงอยากรู้โน่นอยากรู้นี่ไปหมด เห็นเพื่อนเมาธ์เรื่องดาราก็ขอไปล้อมวงด้วย เห็นเพื่อนคุยกันเรื่องซีรีส์เราก็เลยต้องตามไปดู เห็นคุยกันเรื่องแฮชแท็กในทวิตเตอร์ก็อยากเข้าใจกับเขาบ้าง

เพื่อนรู้อะไรเราก็อยากรู้ด้วยนั้นน่าจะเป็นกลไกเพื่อความอยู่รอดของเรามาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เพราะมันเป็นการสร้างความสัมพันธ์และสายใยภายในกลุ่ม (in-group bonding) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากในเวลาที่ชีวิตเราต้องเผชิญความเสี่ยงกับการเข้าป่าล่าสัตว์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะเราต้องมีคนช่วย “ระวังหลัง” ให้ตลอดเวลา

มายุคสมัยนี้ ความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของการใช้ชีวิตแต่ละวันหมดไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีคนระวังหลังให้ตลอดเวลา แต่ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านของเรานั้นก็ยังติดตัวเรามาอยู่

ยิ่งมีอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และโซเชียลเน็ตเวิร์ค เรายิ่งสามารถรู้เรื่องชาวบ้านได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

ติดแต่เพียงว่าเวลาคนเรามีจำกัดเท่านั้นเอง

“Much of what other people know isn’t worth knowing.”

สิ่งที่คนอื่นรู้ เราไม่ต้องรู้ก็ได้

ในทางกลับกัน สิ่งที่เรารู้ คนอื่นไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้

เราจึงไม่จำเป็นต้องประกาศว่าเราไปเที่ยวที่ไหน กำลังกินอะไร ชีวิตของเราดีเพียงใด เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่น่าจะเป็นสิ่งที่คนอื่นต้องรู้

(บางคนอาจจะบอกว่าอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ ซึ่งเส้นแบ่งระหว่าง “การอวด” กับ “การเก็บความทรงจำ” นั้นก็น่าสนใจไม่น้อย คงต้องเก็บไว้ถกในโอกาสถัดไป)

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกว่า สิ่งที่คนอื่นรู้เราไม่ต้องรู้ก็ได้ และสิ่งที่เรารู้คนอื่นไม่ต้องรู้ก็ได้ และตัดสินใจที่จะใช้เวลากับสองสิ่งนี้ให้น้อยลง

เราก็อาจจะได้เวลากลับคืนมาไม่น้อย และนำมันไปใช้กับเรื่องอื่นๆ ที่มีคุณค่าและความหมายได้มากกว่านี้ครับ

—–

ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59