อะไรที่ทำได้ง่ายๆ มักจะถูกละเลย

ดื่มน้ำเยอะๆ

ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายตลอดวัน

พักสายตาจากการมองจอคอมหรือจอมือถือ

กลับมาอยู่กับลมหายใจ 10 วินาที

พูดจาดีๆ กับคนข้างๆ

“What’s simple to do is also simple not to do.”
-Jim Rohn

เรารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นประโยชน์กับเรา และมักจะเป็นสิ่งที่เราทำได้เลยด้วยซ้ำ

แต่เราก็มักจะละเลยเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ จะทำเมื่อไหร่ก็ได้นี่แหละ

ดังนั้น อะไรที่ทำได้ง่ายและมีประโยชน์ ก็จงใช้กฎ 2 นาทีและทำมันไปเลย

อย่าทำให้ชีวิตยากเพราะว่าเราพลาดในเรื่องง่ายๆ เลยนะครับ

ไม่มีใครตั้งใจจะเป็นคนอ้วน

ไม่มีใครมุ่งมั่นจะสร้างหนี้จนตัวเองจ่ายไม่ไหว

ไม่มีใครวางแผนจะทำงานให้แย่เสียจนตัวเองถูกไล่ออก

แต่เราก็ยังเห็นคนอ้วน คนที่ใช้เงินเดือนชนเดือน และคนโดนเชิญออกอยู่เรื่อยๆ

หลายครั้ง เราจึงเดินทางไปถึงจุดหมายที่เราไม่ได้ปรารถนา

แต่กว่าจะมาถึงจุดๆ นี้ได้ ก็ใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี

ไม่มีโดนัทชิ้นไหนที่ทำให้เราอ้วนชั่วข้ามคืน ไม่มีของชิ้นไหนที่ซื้อแล้วล้มละลายทันที ไม่มีงานชิ้นไหนที่ทำพลาดครั้งเดียวแล้วจะโดนไล่ออก

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากการตัดสินใจเล็กๆ ที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก

ดังนั้น การตัดสินใจเล็กๆ ในแต่ละวันนี่แหละที่สำคัญ

เพราะมันจะสั่งสม ทบต้น และส่งผลลัพธ์ที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอครับ

เราควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันไม่ได้ แต่เราควบคุมสิ่งแรกและสิ่งสุดท้ายของวันได้

พรุ่งนี้วันจันทร์ เป็นวันแรกของการทำงานอีกครั้ง

ใครที่ Work from Home ย่อมรู้ดีว่าทำงานที่บ้านนี่เหนื่อยกว่าทำงานที่ออฟฟิศเสียอีก เพราะต้องอยู่หน้าคอมตลอดเวลาจนแทบไม่มีเวลากินข้าว

ต่อให้วางแผนมาอย่างดีว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง ก็มักจะเจองานด่วนงานแทรกจนหมดโอกาสที่จะทำสิ่งที่ตอนแรกตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำ

แต่ถึงแม้เราจะไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดระหว่างวันได้ ขอให้จำไว้ว่าเราสามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นหลังตื่นนอนและก่อนเข้านอนได้เสมอ

สองชั่วโมงแรกของวันเราทำอะไร สองชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร นี่คือสี่ชั่วโมงที่สำคัญอย่างมาก เพราะมันเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวที่เราเป็นนายของตัวเองอย่างแท้จริง

คัดสรรให้ดีว่าจะใช้มันไปกับอะไร เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีกำลังกายและกำลังใจเพียงพอในการกรำศึกตลอดทั้งสัปดาห์ครับ

การตัดสินใจคือการสบตากับอนาคต

อนาคตคือความไม่แน่นอน มันมีศักยภาพที่จะเกิดอะไรก็ได้ จะเป็นอะไรก็ได้

หากเราเลือกทำ A อนาคตก็จะเป็นแบบหนึ่ง หากเราเลือกทำ B อนาคตก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง

คนเราบางคนไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวว่าอนาคตจะไม่ออกมาอย่างที่หวัง หรือไม่อย่างนั้นก็อยากเก็บ “ความเป็นไปได้” ต่างๆ นานาเอาไว้

เพราะการตัดสินใจ คือการ “ตัด” ความเป็นไปได้อื่นๆ ออก และเหลือเพียงทางเลือกเดียว เราจึงอยากเก็บช้อยส์เอาไว้ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แต่จริงๆ แล้วในบางครั้ง การไม่ยอมตัดสินใจนี่แหละคือทางเลือกที่แย่ที่สุด

ดังนั้น อย่าไปกลัวการตัดสินใจ อย่าไปหวังผลเลิศและรีรอจนเราได้ผลลัพธ์ที่ย่ำแย่

สบตากับอนาคต เลือกสักหนึ่งทาง และมีศรัทธาต่อตนเองว่าเรายังทำอะไรได้อีกหลายอย่างเพื่อให้การตัดสินใจนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องครับ

อย่าไปกลัวคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา

จงกลัวคนที่ไม่เห็นด้วยกับเราแต่ไม่กล้าพูดมันออกมาตรงๆ

The people to fear are not those who disagree with you, but those who disagree with you and are too cowardly to let you know.

– Napoleon Bonaparte

ในการทำงาน การมองเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องดี เพราะนั่นแสดงว่ามันมีโอกาสที่ทีมงานจะเจอความคิดที่ดีกว่า

สิ่งสำคัญก็คือต้องสร้างบรรยากาศให้คนที่ไม่เห็นด้วยนั้นกล้าพูดความคิดของตัวเองออกมา และเมื่อเขาพูดแล้วต้องไม่โดนดูเบาหรือโดนดูถูก ไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่อยากพูดอะไรอีกในอนาคต

คนที่กล้าพูดเวลาไม่เห็นด้วยกับเราจึงเป็นกัลยาณมิตรที่ต้องรักษาเอาไว้

ส่วนคนที่เราต้องระวังให้มากที่สุดคือคนที่ในที่ประชุมพูดอย่าง พอออกจากห้องไปแล้วทำอีกอย่าง

ยิ่งเราอยู่สูงเท่าไหร่ ยิ่งต้องเก็บคนที่กล้าเห็นต่างไว้ข้างตัว

ถ้ารอบกายมีแต่คนเออออห่อหมก ก็ขอให้ระลึกได้ว่านี่คือสัญญาณไม่ดีครับ