นิทานทำความดี

20200508

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่ง ครูผู้หญิงบอกเหล่าเด็กผู้ชายว่า “พวกเธอควรจะทำความดีอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง”

เด็กชายคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า “ช่วยยกตัวอย่างของการทำความดีด้วยครับ พวกผมไม่รู้ว่าความดีคืออะไร”

หล่อนจึงบอกว่า “เมื่อมีหญิงตาบอดต้องการข้ามถนน พวกเธอก็จะช่วยหล่อนข้ามถนน”

นี่คือการทำความดี นี่คือการมีคุณธรรม

สัปดาห์ต่อมาครูคนนั้นก็ถามว่า “มีใครได้ทำตามที่ครูบอกไว้ไหมจ๊ะ”

เด็กสามคนยกมือขึ้น เธอจึงกล่าวว่า “ใช้ไม่ได้เลยนะ ไม่ได้ทำตามที่ครูบอกกันทุกคนหรอกหรือ แต่ก็ยังดีที่มีคนทำความดีตั้งสามคน”

หล่อนถามเด็กคนแรกว่า “เธอทำความดีอะไรมาจ๊ะ”

เขาตอบว่า “เหมือนที่ครูบอกเลยครับ ผมเจอหญิงตาบอดคนหนึ่ง ผมจึงช่วยพาหล่อนข้ามถนนครับ”

ครูจึงกล่าว “ดีมากจ้ะ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองเธอ” แล้วครูก็ถามเด็กคนที่สองว่า “เธอทำความดีอะไรมาจ๊ะ”

เขาตอบว่า “เหมือนกันครับ ผมช่วยหญิงตาบอดข้ามถนนครับ”

ครูเริ่มงงนิดๆ ว่าพวกเขาไปเจอหญิงตาบอดที่ไหนกัน แต่ก็คิดว่าในเมืองใหญ่อาจจะมีหญิงตาบอดหลายคน

แล้วพอครูถามเด็กคนที่สาม เขาก็ตอบว่า “ผมทำเหมือนกับพวกเขาเลยครับ ผมก็ช่วยหญิงตาบอดข้ามถนนครับ”

ครูเอ่ยขึ้นมาว่า “ว่าแต่พวกเธอไปเจอหญิงตาบอดสามคนที่ไหนกันบ้างล่ะ”

พวกเขาจึงบอกว่า “ครูไม่เข้าใจครับ ไม่ได้มีหญิงตาบอดสามคนนะครับ มีหญิงตาบอดแค่คนเดียวต่างหาก และการช่วยเธอข้ามถนนก็ช่างลำบากลำบนจริงๆ เธอทั้งทุบตีพวกเราและส่งเสียงกรีดร้อง เพราะเธอไม่ได้ต้องการข้ามถนน แต่เราตั้งใจที่จะทำความดี มีผู้คนมามุงดูและตะโกนว่าเรา แต่เราบอกพวกเขาว่า ‘อย่ากังวลเลย เรากำลังพาเธอข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง’ แต่เธอไม่เคยต้องการจะข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งเลยน่ะสิ”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือ Intimacy: สนิทใจ สุดทางแห่งความหวาดระแวง โดย OSHO แปลโดยภัทริณี เจริญจินดา สำนักพิมพ์ Freemind

นิทานสามีผู้เชื่อฟังภรรยา

20200422

ศุกร์ที่แล้วฟังนิทานภรรยาผู้รักษาคำพูดไปแล้ว  วันนี้มาฟังเรื่องของสามีบ้างนะครับ

สมศรีเป็นคน “เยอะ” มาแต่ไหนแต่ไร สมศักดิ์ หนุ่มใหญ่วิศวกรผู้เป็นสามีก็เอือมระอาแต่ก็ชินซะแล้ว

วันหนึ่งสมศรีมีเหตุให้ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศสองสัปดาห์ เธอจะโทรมาหาสมศักดิ์ทุกวันเพื่อเล่าเรื่องราวและถามโน่นถามนี่

ช่วงหนึ่งในบทสนทนา

“แล้วน้องแมวของชั้นเป็นยังไงบ้าง?”

“อ้อ มันตายแล้วล่ะ” สมศักดิ์ตอบ

“อะไรนะ!? ไม่ๆๆ!! คุณพูดอย่างนี้ได้ไง ไม่เห็นอกเห็นใจชั้นบ้างเลย”

“…ก็มันตายแล้วจริงๆ นี่ จะให้ทำยังไง”

“แต่คุณก็ค่อยๆ เล่าก็ได้นี่หน่า มาบอกกันอย่างนี้ชั้นรับไม่ทันรู้มั้ย”

“เอ่อ…แล้วจะให้เล่ายังไงเหรอ”

“เมื่อวานนี้คุณก็อาจจะเล่าว่า เจ้านวลมันเดินเล่นอยู่บนหลังคา ส่วนวันนี้คุณก็ค่อยเล่าวันนี้มันพลัดตกลงมาขาหัก พรุ่งนี้คุณค่อยเล่าว่าอาการมันแย่ลง แล้วมะรืนนี้คุณค่อยบอกว่ามันจากไปแล้วอย่างสงบ เล่าแบบนี้ชั้นจะได้มีเวลาทำใจหน่อย”

“โอเค…เข้าใจละ”

“เฮ่อคุณนี่ อยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังไม่รู้ใจชั้นอีก ว่าแต่ว่าแม่ชั้นสบายดีมั้ย?”

“แม่คุณเดินเล่นอยู่บนหลังคาน่ะ”

นิทานภรรยาผู้รักษาคำพูด

20200416

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายคนหนึ่งเป็นคนที่ขี้เหนียวมาก เขาทำงานหนักเก็บเงินมาทั้งชีวิตและแทบไม่เคยใช้จ่ายมันไปกับอะไรเลย

วันหนึ่งเขาล้มป่วยลง เมื่อรู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้ไม่นาน เขาจึงฝากฝังกับภรรยาไว้ว่า

“ในงานศพ คุณสัญญากับผมนะว่าคุณจะเอาเงินทั้งหมดใส่ไว้ในโลง เพราะผมอยากจะขนมันไปในโลกหน้าด้วย”

ภรรยาจึงตกปากรับคำ

ในงานศพ สามีนอนทอดกายอยู่ในโลง ภรรยาใส่ชุดดำ มีเพื่อนสนิทนั่งกุมมืออยู่ข้างๆ

เมื่อพิธีจบ และสัปเหร่อกำลังจะปิดฝาโลง ภรรยาก็เอ่ยขึ้นว่า “รอเดี๋ยวค่ะ”

เธอเดินมาที่โลง ในมือของเธอถือกล่องเซฟขนาดย่อม เธอบรรจงวางกล่องเซฟลงไป ก่อนที่สัปเหร่อจะปิดฝาโลงและเคลื่อนขบวนศพ

“อย่าบอกนะว่าเธอเอาเงินทั้งหมดไปเก็บไว้ในโลงจริงๆ!!”

” ฉันเป็นภรรยาของเขา ฉันผิดคำพูดไม่ได้หรอก ฉันรับปากเขาไว้แล้ว”

“เธอเก็บเงินทั้งหมดลงในเซฟจริงๆ เหรอเนี่ย?!”

“แน่นอน” ภรรยากล่าว

“ฉันเอาเงินทั้งหมดไปเข้าบัญชี แล้วก็ให้ธนาคารออกเช็คมาให้ เช็คใบนั้นอยู่ในโลงเรียบร้อยแล้ว ถ้าเขาเอาไปขึ้นเงินได้ก็เชิญใช้ได้ตามใจชอบเลย”

นิทานขายเก่ง

20200410

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แขกหนุ่มอินเดียมาสมัครเป็นพนักงานขายหน้าร้านให้กับห้างสรรพสินค้าสุดหรูในลอนดอน

จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นห้างนี้เป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย มีของขายทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

“เคยขายของมาก่อนรึเปล่า?” ผู้จัดการถาม

“เคยครับนาย ผมเคยเป็นเซลส์แมนตอนอยู่อินเดีย”

“โอเค ลองดู มาเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย”

วันทำงานวันแรกของแขกนั้นเหน็ดเหนื่อยและยาวนาน พอถึง 6 โมงเย็นผู้จัดการจึงแวะมาถามไถ่

“วันนี้ขายไปได้กี่คนล่ะ?”

“คนเดียวครับนาย”

“คนเดียวเองเหรอ? อย่างนี้ไม่ไหวนะ คนอื่นเขาขายกันได้วันละยี่สิบสามสิบคน ถ้ายังอยากจะมีงานทำอยู่เธอต้องคุยกับลูกค้าได้มากกว่านี้ ว่าแต่ขายไปได้เท่าไหร่ล่ะ?”

“327,154 ปอนด์ครับ”

“ว่าไงนะ!? พูดเป็นเล่น ไหนเล่าให้ฟังหน่อยซิว่าขายอะไรไป”

“พอดีมีลูกค้าคนหนึ่งที่ผมขายเบ็ดตกปลาอันเล็กให้ครับนาย จากนั้นก็ขายเบ็ดตกปลาอันกลางให้ แล้วสุดท้ายก็ขายเบ็ดตกปลาอันใหญ่ แล้วผมก็ขายคันเบ็ดแล้วก็อุปกรณ์ตกปลาอื่นๆ จนครบเซ็ตครับนาย

แล้วผมก็ถามเขาว่าจะไปตกปลาที่ไหน เขาบอกว่าจะไปตกปลาที่ชายหาด ผมเลยบอกเขาว่างั้นเขาน่าจะต้องมีเรือใบซักลำ ผมก็เลยพาเขาไปแผนกเรือใบ ขายเรือใบติดเครื่องยนต์ขนาด 20 ฟุตให้เขาไปหนึ่งลำ

แล้วลูกค้าก็นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่น่าจะขนเรือไปได้ เพราะเขาขับรถโฟล์ค ผมก็เลยพาไปแผนกรถ แล้วก็ขายรถจี๊ปให้เขาอีก 1 คันครับนาย

ผมถามเขาว่าจะไปพักที่ไหน เขาบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ ผมก็เลยพาเขาไปแผนกเดินป่าแล้วก็ขายเต๊นท์นอน 6 คนให้เขาอีก 1 หลังครับนาย

ก่อนส่งเขากลับบ้านผมก็พาเขาไปซื้อของในซูเปอร์อีกสองร้อยกว่าปอนด์และเบียร์อีกสองโหลครับนาย

ผู้จัดการอ้าปากค้าง

“เธอขายทั้งหมดนี่ให้กับคนที่จะมาซื้อเบ็ดตกปลาเนี่ยนะ!?”

“เปล่าครับนาย เขามาซื้อยาพาราเพราะปวดหัว ผมเลยบอกเขาว่าการไปนั่งตกปลาชิลล์ๆ นี่แก้ปวดหัวได้ชะงัดนักครับนาย”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Beny Raja’s answer to What are some great short stories with a twist ending?

นิทานกวางกับเขา

20200403

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่งในฤดูร้อน กวางตัวหนึ่งรู้สึกกระหายน้ำจึงเดินมาที่แม่น้ำเพื่อดื่มน้ำดับกระหาย

เมื่อมันเห็นเงาของตัวเองในน้ำ มันก็คิดในใจ

“เขาของข้านี่ก็สวยไม่แพ้ใครนะ ทั้งใหญ่และดูงามสง่า แต่ดูขาของข้าสิ ลีบเล็กไม่สมส่วนเลย ช่างน่าอายจริงๆ”

แล้วจู่ๆ สิงโตตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นและวิ่งไล่กวดกวาง

กวางออกวิ่งหนีทันที ขาของมันควบได้เร็วกว่าที่คิดจนแม้กระทั่งตัวมันยังแปลกใจ

กวางวิ่งไปได้ไกลจนเกือบจะพ้นสิงโตอยู่แล้ว แต่พอมันวิ่งผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขาของมันก็เข้าไปติดกับกิ่งไม้จนทำให้กวางหยุดชะงัก

แล้วกวางก็ตกเป็นอาหารของสิงโตในมื้อนั้น