นิทานความตายใต้ต้นไม้

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เพื่อนรักสามคนกำลังนั่งก๊งเหล้าในบาร์แห่งหนึ่ง

พวกเขาได้ยินเสียงประหลาด จึงหันไปถามเจ้าของบาร์ว่าเกิดอะไรขึ้น

“เสียงขบวนแห่ศพครับ เขาเป็นเพื่อนบ้านผมเอง”

“ใครฆ่าเขาล่ะ” หนึ่งในสามคนถาม

“ความตายครับ”

“ไอ้เจ้าความตายนี่มันกล้าดียังไง ไล่ฆ่าคนอื่นไปทั่ว พวกเราไปจัดการมันกันดีกว่า”

ว่าแล้วชายทั้งสามก็ออกไปตามหาความตาย

พวกเขาพบชายชราคนหนึ่งหน้าตาเศร้าสร้อย

“ปู่เป็นอะไร?”

“ข้าแก่มากแล้ว เจ็บไข้ไม่เว้นแต่ละวัน ตอนนี้ได้แต่รอความตายมาเอาตัวข้าไป”

“ไอ้เจ้าความตายนี่มันอยู่ที่ไหนเหรอปู่ พวกผมกำลังตามหามันอยู่พอดี”

“เจ้าเห็นเนินเขาลูกนั้นมั้ย? บนยอดเขาจะมีต้นไม้สูงใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ความตายอยู่ใต้ต้นไม้นั่นแหละ”

ชายทั้งสามจึงเดินขึ้นไปบนเนินเขา และเจอต้นไม้ที่ชายชราพูดถึง

ที่โคนต้นไม้มีหีบวางอยู่ เมื่อเปิดหีบขึ้นมาชายทั้งสามก็ตกตะลึงที่ได้เห็นทองคำถึงแปดแท่งด้วยกัน

ชายคนแรกที่เจ้าเล่ห์ที่สุดกล่าวขึ้นว่า

“ถ้าเราขนทองกลับบ้านไปตอนนี้ รับรองว่าโดนจับข้อหาขโมยของแน่ เราควรรอให้ถึงตอนกลางดึกก่อนแล้วจึงค่อยขนทองลงไป ระหว่างนี้ใครสักคนในกลุ่มเราต้องลงไปซื้อของกินและไวน์มาตุนเอาไว้ ส่วนอีกสองคนก็อยู่เฝ้าสมบัติที่นี่”

ทั้งสามจับไม้สั้นไม้ยาว ชายคนที่สามได้ไม้สั้นไป จึงรับหน้าที่ลงไปซื้อของในเมือง

เมื่อเหลือกันอยู่สองคน ชายเจ้าเล่ห์ก็กล่าวกับชายคนที่สอง

“ทองมีแปดแท่ง ทำไมเราไม่แบ่งกันเองสองคน เดี๋ยวพอมันกลับมา เจ้าก็เข้าไปจับตัวมันเอาไว้ ส่วนข้าจะเอามีดแทงมันเอง”

“ได้! ข้าเอาด้วย!”

ส่วนชายคนที่สาม ระหว่างเดินลงมาซื้อของ ก็คิดอยู่ในใจ

“ถ้าไม่มีมันสองคน ทองทั้งหมดก็จะเป็นของข้าเพียงคนเดียว”

เมื่อได้ขนมปังและไวน์สามขวดแล้ว เขาจึงไปซื้อยาพิษมาเทใส่ไวน์สองขวดที่จะเอาให้เพื่อนกิน

เมื่อกลับขึ้นมาบนเนินเขา ชายคนที่สามก็โดนเพื่อนสองคนฆ่า

เมื่อแผนการสำเร็จ ทั้งสองจึงฉลองด้วยการกินขนมปังและดื่มไวน์ ก่อนจะเอามือกุมท้อง ตาถลน และลงไปกองอยู่กับพื้น

เพื่อนรักทั้งสามคนนอนสิ้นใจอยู่ตรงนั้น

ชายชราพูดถูก ความตายอยู่ใต้ต้นไม้จริงๆ


ดัดแปลงจาก The Pardoner’s Tale

นิทานโน้มน้าว

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ลุงคนหนึ่งอยู่บ้านตัวคนเดียวอย่างสงบสุขมาเนิ่นนาน

แต่ความสงบสุขนั้นก็เกิดสะดุด เมื่อวันหนึ่งมีกลุ่มเด็กผู้ชายวิ่งผ่านหน้าบ้าน มือถือท่อนไม้ แล้วเอาไม้ครูดไปกับรั้วเหล็กบ้านคุณลุงจนเเสียงดังหนวกหู

เด็กๆ ทำอย่างนั้นอยู่ 2-3 วัน คุณลุงรู้ว่า ถึงเตือนไปเด็กก็อาจจะไม่ฟังอยู่ดี เขาเลยคิดออกอีกวิธีนึง

คุณลุงไปยืนรอตรงหน้าบ้าน พอเด็กๆ วิ่งมา เอาไม้ครูดกับรั้วเหล็ก เขาก็ตะโกนเรียก

“เจ้าหนู”

“สวัสดีครับลุง”

“ที่พวกเธอเอาไม้ครูดกับประตูเหล็กเนี่ย ลุงชอบมากเลยรู้มั้ย เสียงเพราะดี เอางี้ เพื่อเป็นการตอบแทน วันไหนที่เธอเอาไม้ครูดรั้วเหล็กบ้านลุง ลุงจะให้ 20 บาท “

แล้วลุงก็ยื่นเงิน 20 บาทให้เป็นค่าตอบแทนของวันนี้ เด็กๆ ยิ้มแป้น รับเงินจากมือคุณลุงแล้ววิ่งจากไป

วันรุ่งขึ้นเด็กกลุ่มเดิมก็มาตามนัด เอาไม้ครูดรั้วเสียงดังและยืนรอ ลุงเดินออกมาและยื่นเงิน 20 บาทให้ตามสัญญา

เด็กๆ เอาไม้มาครูดที่ประตูทุกวันอย่างสม่ำเสมอ และได้เงินไปทุกครั้ง

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เด็กๆ ทำเสียงดังแล้วมายืนรอเหมือนเดิม

“ช่วงนี้ลุงไม่ค่อยมีตังค์ ขอลดเป็นวันละ 10 บาทแทนแล้วกันนะ”

ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ลุงก็บอกกับเด็กว่า

“่เจ้าหนู ขอโทษทีนะ ตอนนี้ลุงไม่มีตังค์ให้พวกเธอแล้วล่ะ”

“ถ้าไม่ให้ตังค์พวกผมก็คงทำเสียงที่ประตูให้ลุงไม่ได้แล้วล่ะ”

แล้วความสงบสุขของลุงก็กลับคืนมา


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Savas Abdulhamid Cicekci’s answer to What is one example of manipulation?

นิทานหาปลา

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชาวประมงสองคนจับปลาตัวใหญ่มาได้หลายตัว

ระหว่างล่องเรือกลับเข้าชายฝั่ง คนหนึ่งถามขึ้นมาว่า

“ตรงนั้นปลาชุมมากเลย เราจะกลับไปจุดนั้นอีกได้ยังไงนะ”

“ข้าก็คิดเอาไว้เหมือนกัน เลยเอาชอล์คมาร์คจุดบนเรือไว้แล้ว!”

“เจ้านี่โง่จริงๆ ทำอย่างนั้นจะมีประโยชน์อะไร ถ้าพรุ่งนี้ได้เรืออีกลำมาก็จบเห่เลยสิ”

นิทานหูตึง

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มุลล่า นัสรูดิน ได้พบกับคุณหมอประจำตระกูลโดยบังเอิญ

“เป็นอย่างไรบ้างล่ะมุลล่า คุณกับครอบครัวสบายดีใช่มั้ย?”

“ผมสบายดีครับหมอ แต่ผมเป็นห่วงภรรยานิดหน่อย เวลาผมพูดอะไรดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยได้ยิน มีวิธีรักษามั้ยครับ?”

“คนเราพอแก่ตัวลงแล้วก็อย่างนี้แหละ คุณพาเขามาหาหมอได้นะ แต่ก่อนอื่นคุณลองทดสอบง่ายๆ ดูก่อน เย็นนี้พอกลับถึงบ้าน ให้ยืนที่รั้วแล้วตะโกนคุยกับเธอดู ถ้าเธอยังไม่ได้ยิน ลองเข้าไปยืนตรงหน้าประตูแล้วคุยกับเธอดู และถ้าเธอยังไม่ได้ยินก็กระเถิบเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะได้ยิน จะได้ประเมินได้ว่าอาการหนักแค่ไหน”

เมื่อนัสรูดินกลับถึงบ้าน เขาจึงยืนที่รั้วบ้านแล้วตะโกนว่า

“ที่รัก! ผมกลับมาแล้ว มื้อเย็นนี้กินอะไรจ๊ะ?”

เมื่อไม่ได้ยินคำตอบ เขาจึงเดินไปที่ประตู

“ที่รัก! ผมกลับมาแล้ว มื้อเย็นนี้กินอะไรจ๊ะ?”

เมื่อยังไม่ได้ยินคำตอบอีก จึงเดินเข้าไปในครัวแล้วตะโกนถามอีกครั้ง

ภรรยาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาหันกลับมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเต็มทน

“ก็ตอบไปสองทีแล้วไงว่าแกงจืดกับปลาทอด!”

นิทานถ้ำกับพระอาทิตย์

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง ถ้ำกับพระอาทิตย์มีโอกาสได้พูดคุยกัน

“ข้าไม่เคยรู้เลยว่าความมืดมิดนั้นหน้าตาเป็นยังไง” พระอาทิตย์กล่าว

“ข้าก็ไม่เคยรู้เลยว่าความสว่างไสวนั้นเป็นยังไง” ถ้ำกล่าว

พระอาทิตย์จึงชวนถ้ำไปเยี่ยมที่บ้าน

“อ้อ ความสว่างไสวมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ช่างงดงามจริงๆ ขอบใจเจ้ามาก ถึงตาเจ้ามาเยี่ยมบ้านข้าบ้างแล้ว”

เมื่อพระอาทิตย์ไปถึงบ้านของถ้ำ พระอาทิตย์ก็มองไปรอบๆ แล้วกล่าวอย่างผิดหวังว่า

“ว้า ก็เหมือนเดิมนี่หน่า”


ขอบคุณนิทานจากเว็บ Solancha: Sufi Stories: 15 Ancient Wisdom Tales From Sufi Dervishes