มนุษย์นั้นกลับมาได้เสมอ

ในปี 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ผู้แพ้สงครามอย่างเยอรมันนีอยู่ในสภาพที่บ้านเมืองล่มสลาย โรงงาน ทางรถไฟ คลังสินค้าล้วนถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทำลายจนราพณาสูร

GDP ของเยอรมันนีตกลงมาถึง 70% ยังไม่นับว่าต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเวลาสามชั่วอายุคน

แต่ภายในเวลาเพียง 3 ปีครึ่ง GDP ของเยอรมันนีก็กลับมาเท่ากับก่อนเกิดสงครามอีกครั้ง


ในปี 2001 วันที่ 11 กันยายน ผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในมหานครนิวยอร์ค เป็นเหตุการณ์ช็อคโลกที่แม้จะผ่านไป 2 ทศวรรษแล้วเราก็ยังจดจำกันได้ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

ในงานวิจัยงานหนึ่งที่จัดทำในปลายปี 2002 พบว่า ความเสียหายจากเหตุการณ์ 9/11 มีมูลค่าประมาณ 33,000-36,000 ล้านดอลลาร์

แม้กระนั้น การรื้อถอนและทำความสะอาดบริเวณที่ตึกเวิลด์เทรดถล่มลงมานั้นก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดหลายเดือน การจ้างงานกลับมาดีขึ้นภายในเวลาครึ่งปี เช่นเดียวกับตลาดอสังหาและความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจที่มีต่อมหานครแห่งนี้ก็กลับมาอยู่ในระดับเดิมภายในเวลาไม่กี่เดือนเช่นกัน

เราเห็นเทรนด์คล้ายคลึงกันนี้กับญี่ปุ่นที่แพ้สงครามโลกครั้งที่สอง และกับนิวออร์ลีนส์ที่โดนพายุเฮอริเคนแคทรีนาเมื่อปี 2005

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ เรามักจะจิตตกเมื่อตะหนักว่าฤดูหนาวนี้จะยาวนาน สำหรับบางคนอาจสิ้นหวังจนหมดกำลังใจ

แต่หลายครั้งหลายครา สังคมมนุษย์แสดงก็ได้แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าเราจะเจออุปสรรคหนักหนาแค่ไหน เราก็จะผ่านมันมาได้และอาจแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ – What doesn’t kill you makes you stronger.

เพราะมนุษย์นั้นกลับมาได้เสมอครับ


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก Stock Club: The World According to Morgan Housel

และ the New York Fed: Measuring the Effects of the September 11 Attack on New York City by Jason Bram, James Orr, and Carol Rapaport