Tool or Toy?

20151015_ToolOrToy

สมัยเด็กๆ ใครเคยโดนตีเพราะติดเกมบ้างมั้ยครับ?

ผู้หญิงไม่น่าจะเคย แต่ผู้ชายอย่างเราๆ ที่โตมากับเครื่องเกมอย่าง Family / Nintendo / Play Station น่าจะต้องเคยโดนกันบ้าง

ผมเคยโดนตีเพราะเรื่องเกมสองครั้ง ครั้งแรกเพราะเล่นเกมที่บ้านแล้วไม่ยอมกินข้าวกินปลา น้าแดง (ซึ่งเป็นน้องสาวของแม่ที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็ก) เลยสั่งสอนไปหนึ่งยก

ครั้งที่สองผมโดนตีเพราะว่าไปเล่นเกมที่ร้านเกมโดยไม่ได้บอกใครที่บ้าน แถมวันนั้นเขามีนัดจะไปดูหนังกันด้วย สุดท้ายแม่แกะรอยจนเจอแล้วก็เอาไม้เรียวมาตีถึงในร้านเลย เจ็บก็เจ็บ เขินก็เขิน

—–

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีเหตุให้ผมต้องคิดถึงความแตกต่างระหว่าง เครื่องมือ กับ ของเล่น – Tool & Toy

“เครื่องมือ” คือสิ่งที่เราใช้เพื่อทำงานหรือบรรลุจุดประสงค์อะไรบางอย่าง

ตัวอย่างของเครื่องมือก็เช่นไม้บรรทัด ที่เราหยิบมาใช้เพื่อตีเส้นหรือวัดความยาว

“ของเล่น” คืออะไรซักอย่างที่เราใช้เพื่อความเพลิดเพลิน โดยไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรที่มีสาระแก่นสารนัก

ตัวอย่างของของเล่นก็คือเกม ที่ผมเคยเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน และการเล่นเกมก็ไม่มีจุดประสงค์อะไรนอกจากเอาชนะบอส หรือเก็บแต้มให้ได้เยอะที่สุด ซึ่งในสายตาของ “ผู้ใหญ่” ก็คงดูเป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลาชะมัด

ความแตกต่างอย่างหนึ่งระหว่าง “เครื่องมือ” กับ “ของเล่น” ก็คือเครื่องมือจะไม่ทำให้เราเสพติด แต่ของเล่นทำให้เราเสพติดได้

คนที่ติดเกมจึงมีมากมาย แต่คนที่ติดไม้บรรทัดคงหาได้ยาก

ความแตกต่างระหว่าง “เครื่องมือ” กับ “ของเล่น” อีกหนึ่งอย่างก็คือ เครื่องมือเป็นสิ่งที่เราต้องใช้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่

แต่ของเล่นนั้น พอเรา “โตขึ้น” ระดับหนึ่ง เราก็จะเลิกเล่นไปเอง

—–

สมัยผมเป็นเด็ก เรามีแต่โทรศัพท์บ้าน ที่ใช้เป็น “เครื่องมือ” สำหรับติดต่อและพูดคุยกับคนโน้นคนนี้

จากนั้นพวกเราก็มีโทรศัพท์มือถืออย่าง Nokia 3310 ที่เป็นทั้ง “เครื่องมือ” และ “ของเล่น” เพราะมันเปิดโอกาสให้เราส่งข้อความและเล่นเกมงูได้

จากนั้นเราก็มีอินเตอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนและไอแพดและเฟซบุ๊คและไลน์

แล้วโทรศัพท์ก็ได้กลายร่างจาก “เครื่องมือ” มาเป็น “ของเล่น” โดยสมบูรณ์

เพราะ 8 ใน 10 ครั้งที่เราหยิบมือถือขึ้นมา ไม่ใช่เพราะเราต้องการจะติดต่อใครหรือหาข้อมูลอะไร

แต่เราใช้มันเพื่อจะเปิดเฟซบุ๊คแล้วสโครลดาวน์ทามไลน์อย่างเพลิดเพลิน หรือนั่งไล่อ่านข้อความในกรุ๊ปไลน์ที่เขาบอกว่า “วีดีโอนี้ดีมากต้องดู” หรือ “บทความนี้ดีมาก อ่านแล้วอย่าลืมส่งต่อ” ฯลฯ

เผลอแป๊บเดียว ก็หมดไปอีกหนึ่งวัน

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เด็กอายุ 6 ขวบและ 60 ขวบติดของเล่นชิ้นเดียวกัน

แถมติดแค่ไหนก็ไม่มีใครกล้าตีด้วย

—–

ตั้งแต่ผมหยุดเล่นเฟซบุ๊คบนมือถือ ผมก็ใช้มือถือน้อยลงไปมาก

แอพที่อยู่บนหน้าจอ ผมคัดเฉพาะที่ spark joy และใช้ประจำจริงๆ จนเหลือแค่เพียงหน้าเดียว วันก่อนน้องชายจะมาดูว่ามือถือของผม “ลื่น” แค่ไหนก็ทดสอบไม่ได้เพราะมันไม่มีหน้าอื่นให้หมุนไปดู

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่นั่งทานข้าว ผมหยิบมือถือขึ้นมาตามความเคยชิน แล้วพบว่าไม่มีอะไรให้ดูเพื่อ “ฆ่าเวลา” อีกแล้ว

และผมก็รู้สึกได้ถึง “ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป” ระหว่างผมกับมือถือ

ผมรู้สึกว่ามือถือได้กลับมาเป็นเพียงแค่ “เครื่องมือ” อย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ “ของเล่น” อีกต่อไป

แว้บแรก ก็แอบรู้สึกเศร้านิดๆ ที่ต้องอำลาของเล่นชิ้นนี้

แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่ตัวเอง “โตขึ้น” อีกนิดนึงแล้ว

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s