5 คำศัพท์ทางพุทธศาสนาที่คุณอาจเข้าใจผิดตลอดมา

20150814_Picture for Blog

วันนี้วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ อธิบายคำศัพท์บางคำ ที่ผมเชื่อว่ามีที่มาจากศาสนาพุทธ แต่หลังจากเราเอามาใช้นานๆ เข้าความหมายก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนเราอาจลืมความหมายเดิมไปแล้ว

ทั้งห้าคำนี้ อธิบายจากความเข้าใจของผมเอง ถ้าคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดอะไรไปก็ขออโหสิกรรมไว้ล่วงหน้า และขอให้ผู้รู้มาช่วยชี้แจงแถลงไขด้วยนะครับ

1.สังขาร
เวลาเราแก่ตัวลง เดินแป๊บนึงก็เหนื่อย นั่งแป๊บเดียวก็เมื่อย เราก็จะบ่นว่า “สังขารไม่เที่ยง” โดยมองว่าสังขารหมายถึงร่างกายที่ต้องโรยราไปตามอายุขัย

จริงๆ แล้วสังขารไม่ได้แปลว่าร่างกายเพียงอย่างเดียวนะครับ

สังขารยังหมายถึง “การปรุงแต่ง หรือ “สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง” อีกด้วย

ถ้าใช้ภาษาที่ง่ายที่สุด (แม้จะไม่ครอบคลุมทั้งหมด) การปรุงแต่งก็คือสิ่งที่หัวสมองของเราคิดครับ ยิ่งเราเป็นพวกคิดมาก การปรุงแต่งก็จะยิ่งมากเป็นเงาตามตัว และสิ่งที่อยู่ในหัว ก็จะแสดงออกมาทางวาจาและการกระทำจนเกิดเป็นกรรม และเพราะจิตของเรามีการปรุงแต่งไม่สิ้นสุด เราจึงก่อกรรมไม่สิ้นสุด ส่งผลให้เรากลับมาเกิดใหม่ไม่สิ้นสุด

พูดง่ายๆ ว่า สังขาร -> กรรม -> เวียนว่ายตายเกิด

ภาษาอังกฤษสำหรับคำว่าสังขารก็คือ mental formations และ volitional activities (volitional activities แปลว่าการกระทำด้วยเจตนา)

2. เวทนา
เวลาเราเห็นน้องหมาโดนรุมกัดจนขาเป๋และช้ำเลือดช้ำหนอง เราจะบอกว่าหมาตัวนี้ “น่าเวทนายิ่งนัก” หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือน่าสงสารนั่นเอง

แต่คำว่าเวทนาในศาสนาพุทธ (ซึ่งอ่านออกเสียงว่า “เว-ทะ-นา”) ไม่ได้แปลว่าสงสาร แต่แปลว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายและจิดใจ

เช่นถ้าเราคันหลัง นั่นก็เป็นเวทนาอย่างหนึ่ง หรือเดินตากแดดแล้วรู้สึกเหมือนมีไฟมาเผาหัวนั่นก็เป็นเวทนาอีกอย่างหนึ่ง หรือร้อนตับแตกแล้วรู้สึกเป็นทุกข์ก็เป็นเวทนาอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน

เคยได้ยินคำคมของโกวเล้งที่ว่า “ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา” มั้ยครับ?

โกวเล้งกำลังพูดถึงเวทนาสองแบบ คือเวทนาที่เกิดทางกาย กับเวทนาที่เกิดทางใจ

เวทนาทางกายคือรสชาติของสุรา
เวทนาทางใจคือความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นตอนร่ำสุรา

ภาษาอังกฤษสำหรับคำว่าเวทนาก็คือคำว่า sensations และ feelings ครับ

3. ภาวนา
เราอาจจะเคยชินคำภาวนาในบริบทที่ใช้ในเพลง “ภาวนา” ของโก้ Mr.Saxman

ภาวนาให้ใจเธอนั้น ปฏิเสธคำเขาไป
ภาวนาให้ใครคนนั้น อย่าทำให้ใจเธอต้องหวั่นไหว

คำว่า “ภาวนา” จึงเหมือนเป็นการหวังลึกๆ ในใจ

แต่ในศาสนาพุทธ คำว่าภาวนาไม่ได้แปลว่าแอบหวังหรือแอบคิด แต่แปลว่าการเจริญหรือการบำเพ็ญ

หรือถ้าใช้ภาษาง่ายกว่านั้นก็คือการฝึกอบรมจิตด้วยการนั่งสมาธิและการฝึกวิปัสสนานั่นเอง

คำว่าภาวนาในภาษาอังกฤษก็คือคำว่า spiritual cultivation

4. อธิษฐาน
แต่ก่อนผมเข้าใจมาโดยตลอดว่าอธิษฐานคือการขอ หรือการจุดธูปแล้วบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ได้มารู้ทีหลังว่ามันมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นมาก

อธิษฐานแปลว่าการตัดสินใจอย่างแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวที่จะรักษาสัจจะที่ได้ให้ไว้กับตัวเอง

เช่นหากเราอธิษฐานว่าจะนั่งสมาธิให้ได้วันละ 5 นาที เราก็จะเพียรพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้ได้ แม้ว่าม้นจะยากเย็นซักแค่ไหน

หรือถ้าเราอธิษฐานจิตว่าจะลดน้ำหนักให้ได้สามกิโล เราก็จะทำตามข้อตกลงนี้ที่ให้ไว้กับตัวเองไม่ว่าจะเจออุปสรรคใดๆ

ยิ่งเราทำตามที่เราอธิษฐานได้มากแค่ไหน เราก็จะยิ่งเชื่อใจตัวเองมากขึ้น เป็นคนมีสัจจะมากขึ้น และใช้ชีวิตที่ถูกต้องเที่ยงตรงมากขึ้น

คำว่าอธิษฐานในภาษาอังกฤษก็คือคำว่า resolution หรือ resolute determination นั่นเอง

5. บารมี
จริงๆ คำนี้ก็มีความหมายที่ดีมาก แต่คนไทยเราก็ใช้คำว่าบารมีไปในทางไม่ดีบ่อยครั้ง เช่น “บารมีล้นฟ้า” หรือ “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ”

บารมีที่เราใช้กันอยู่จึงหมายถึงผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพล

แต่ในศาสนาพุทธ บารมีคือ “คุณสมบัติ” ที่จะทำให้คนๆ หนึ่งยิ่งใหญ่ หรือพูดง่ายๆ บารมีคือคุณงามความดีในแต่ละด้านของชีวิต

คนที่จะมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้าได้นั้น ต้องมีบารมีที่ “เต็ม” สิบประการ ได้แก่

ทาน ศีล เนกขัมมะ(บวช) ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา

ใครเคยอ่านนิทานชาดกก็จะรู้ว่าในสิบชาติสุดท้ายก่อนที่จะมาเกิดเป็นพระพุทธเจ้า ในแต่ละชาติท่านจะบำเพ็ญบารมีใดบารมีหนึ่งอย่างยิ่งยวด

เรื่องที่เราน่าจะรู้จักกันดีที่สุดก็คือพระมหาชนกที่ได้บำเพ็ญ “วิริยะบารมี” ด้วยการว่ายน้ำในมหาสมุทรแม้จะมองไม่เห็นฝั่ง

ผมเปิดในเว็บ เขาแปลบารมีเป็นภาษาอังกฤษว่า perfections แต่ผมว่าจะเข้าใจง่ายกว่าถ้าจะแปลว่า qualities (to be perfected) ครับ


สังขาร = กรรม = mental formations / volitional activities
เวทนา = sensations / feelings
ภาวนา = spiritual cultivation
อธิษฐาน = resolute determination
บารมี = qualities to be perfected

แม้คำเหล่านี้จะมาจากศาสนาพุทธ แต่หลายๆ คำโดยเฉพาะสามคำหลังก็เป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าทุกชาติทุกศาสนาสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ตัวอย่างการใช้งาน
เนื่องในวันวิสาขาบูชานี้ ผมกับแฟนก็ได้อธิษฐานว่าเราจะทำสมาธิภาวนาอย่างน้อยวันละ 10 นาทีติดต่อกันเป็นเวลาสามวัน ซึ่งถ้าเราทำได้ก็น่าจะช่วยเสริมสร้างสัจจะบารมี เมตตาบารมี และอธิษฐานบารมีได้ไม่มากก็น้อย


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Banner468x60ver1.jpg

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s